เมืองสุดฮอตที่ SME น่าจับตามองใน USA

by smethailandclub 26 มค. 2016
Share:






เรื่อง : กองบรรณาธิการ



    ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ที่ยังคงมีการฟื้นตัวอย่างเปราะบาง เศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกานั้น กลับมีอัตราเติบโตขึ้นสวนกระแสประเทศในแถบยุโรปและญี่ปุ่น นักลงทุนท้องถิ่นและต่างชาติเริ่มหันมามองดินแดนแห่งโอกาสนี้ใหม่อีกครั้ง สำหรับนักลงทุนรายใหญ่อาจพุ่งเป้าไปที่เมืองใหญ่ที่เป็นฐานธุรกิจสำคัญ และอุตสาหกรรมหลักของสหรัฐอเมริกา แต่ยังมีตลาดที่น่าจับตาสำหรับนักลงทุนรายย่อยอย่างผู้ประกอบการ SME ที่กำลังรอให้คุณมาแสวงหาโอกาสและความสำเร็จ เช่นเมืองตัวอย่างที่เรานำมาเสนอดังต่อไปนี้


 



Oakland แดนฮิปสเตอร์

    รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกานับเป็นศูนย์กลางการทำธุรกิจ การนำเข้าและส่งออกจากทั่วโลก โดยมูลค่าเศรษฐกิจของแคลิฟอร์เนียคิดเป็นกว่า 13 เปอร์เซ็นต์ของ GDP ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างแอลเอ และซานฟรานซิสโก ซึ่งมีธุรกิจขนาดเล็กเกิดขึ้นมากมายดึงดูดผู้คนหลากหลายเชื้อชาติให้มาตั้งถิ่นฐานทำการค้ามาเป็นเวลานาน แต่จากราคาอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นในซานฟรานซิสโกได้ผลักดันให้กลุ่มฮิปสเตอร์หนุ่มสาวย้ายออกไปอาศัยอยู่ที่เมืองโอ๊กแลนด์เมืองท่าเรือที่สำคัญทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ซึ่งมีค่าครองชีพถูกกว่าเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้โอ๊กแลนด์กลายเป็นย่านทันสมัยสุดฮิปที่สุดในบริเวณอ่าวซานฟรานซิสโก ถึงขนาดที่นิวยอร์กไทมส์ได้ให้สมญากับเมืองโอ๊กแลนด์เมื่อเร็วๆ นี้ว่าเป็น "Brooklyn by the Bay" ซึ่งเปรียบเทียบกับย่านบรูคลินที่เป็นถิ่นที่อยู่ของชาวกลุ่มฮิปสเตอร์ในนิวยอร์กนั่นเอง


 


    ในช่วงหลายปีมานี้โอ๊กแลนด์ได้รับการยอมรับให้เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวอเมริกัน โดยมีธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยว และกลุ่มผู้ที่อยู่อาศัยในเมืองนี้ ทั้ง ร้านอาหารมังสวิรัติ ร้านกาแฟ และร้านขายเสื้อผ้าวินเทจแบบอินเทรนด์ โดยเฉพาะในย่านเก่าอย่าง Temescal ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้าสำหรับกลุ่มฮิปสเตอร์ทั้งร้านตัดผม ร้านโดนัท และตลาดที่ขายผลิตผลของเกษตรกรในท้องถิ่น นอกจากนี้ เมืองโอ๊กแลนด์ยังเป็นที่ตั้งของบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง เช่น Kaiser Permanente และ Clorox เช่นเดียวกับสำนักงานใหญ่ของร้านค้าปลีก Cost Plus World Market และแบรนด์ไอศกรีม Dreyer's รวมทั้งบริษัททางด้านเทคโนโลยี เช่น Ask.com และ Pandora Radio

    กระแสการอพยพมาอาศัยของกลุ่มฮิปสเตอร์ที่เมืองโอ๊กแลนด์ จึงนับเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของธุรกิจ SME ซึ่งต้องปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์ผู้บริโภคดังกล่าว โดยอาจปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของฮิปสเตอร์ที่นิยมบริโภคอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และใช้สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่ก็อาจใช้จุดนี้ในการทำตลาดเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มนี้ที่มีกำลังซื้อสูงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต 



 



Nashville ตลาดใหญ่สำหรับธุรกิจสุขภาพและบริการ

    เมืองแนชวิลล์ มลรัฐเทนเนสซีนั้น ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของรัฐแห่งเพลงคันทรี แต่วันนี้เมืองทางตอนใต้ของสหรัฐฯ 

    แห่งนี้กำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์และการดูแลสุขภาพ โดยเมืองแนชวิลล์เป็นที่ตั้งของบริษัทที่ทำธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพกว่า 300 แห่ง และมีตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมยานยนต์มากกว่า 30,000ตำแหน่งเลยทีเดียว สำหรับโอกาสของผู้ประกอบการไทยนั้นที่ผ่านมามีบริษัทไทยที่เข้าไปลงทุนในรัฐเทนเนสซีเพื่อผลิตสินค้าและจำหน่ายในสหรัฐฯ เช่น ชิ้นส่วนสำหรับยานยนต์ เครื่องจักรทางการเกษตร กระเบื้องเซรามิกปูพื้นและบุผนัง เป็นต้น

    หนึ่งในธุรกิจที่น่าจับตามองในเมืองแนชวิลล์คือ ร้านอาหารสไตล์ Food Truck ที่กำลังขยายตัวอยู่ในเมืองนี้และมีความหลากหลาย ตั้งแต่คัพเค้ก ไอศกรีม พิซซ่า ฯลฯ ตัวอย่างธุรกิจ Food Truck ของผู้ประกอบการไทยที่ประสบความสำเร็จในแนชวิลล์คือ DegThai ที่ได้รับรางวัล Nashville Street Food Awards Winner ถึง 2 ปีซ้อน ด้วยจุดเด่นอย่างการออกแบบรถขายอาหารเคลื่อนที่ ซึ่งมีการเพ้นต์ลายเส้นแบบไทยผสมกราฟฟิตี้ พร้อมขายอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่น ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีทั้งจากคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนแนชวิลล์

    นอกจากจะเป็นเมืองที่มีพลเมืองหนาแน่นมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของรัฐแล้ว แนชวิลล์ยังเป็นเมืองที่เป็นศูนย์รวมด้านการดูแลด้านสุขภาพ ดนตรี สิ่งตีพิมพ์ การธนาคาร และธุรกิจการขนส่ง รวมไปถึงธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับอานิสงส์จาก


 

    ความนิยมของซีรีส์ชื่อเดียวกันกับเมืองอย่าง "แนชวิลล์" ซึ่งได้ช่วยกระตุ้นธุรกิจท่องเที่ยวของเมืองนี้ให้คึกคักยิ่งขึ้น นอกจากนี้ แนชวิลล์ยังเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอันดับ 2 สำหรับคนหนุ่มสาวที่เพิ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย และยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือสำคัญอย่างท่าเรือเมมฟิส ซึ่งเป็นท่าเรือบก (Inland Port) ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ในสหรัฐฯ ทั้งหมดนี้ทำให้แนชวิลล์เป็นเมืองที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจหน้าใหม่ที่จะเข้ามาลงทุน

    เหล่านี้ คือตัวอย่างเมืองสุดฮอตของสหรัฐอเมริกาที่เต็มไปด้วยโอกาสสำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการชาวไทย

    อย่างไรก็ตาม กฎหมายการทำธุรกิจและระบบการจัดเก็บภาษีในสหรัฐฯ มีความซับซ้อนและแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ ดังนั้นผู้ประกอบการ SME ที่สนใจจะทําการลงทุนในสหรัฐฯ ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการช่วยเหลือด้านภาษีสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก หรือติดต่อว่าจ้างทนายความท้องถิ่นในการให้คําแนะนําชี้แนะในเรื่องประเด็นภาษีต่างๆ ก่อนที่เข้าไปลงทุนทำธุรกิจในดินแดนแห่งนี้

อ้างอิงข้อมูล : www.businessinsider.com , http://commercethaiusa.org

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจเอสเอ็มอี (SME)

Share:

Related Articles

​ไม่รู้ไม่ได้แล้ว 10 เทรนด์การตลาดดิจิทัล ถ้าอยากขายได้ขายดีในปี ‘65

ใกล้จะถึงปี 2565 เข้าไปเต็มที ถึงเวลาเตรียมกลยุทธ์และงบประมาณสำหรับทำการตลาดของปีหน้าแล้ว จะลงทุนไปกับอะไรก็มีหลายเรื่องให้ต้องพิจารณา แบบไหนจะเป็นว..

by SME Thailand.| 24 กย. 2021

​Facebook มีหนาว Tiktok เตรียมพัฒนาให้คนช้อปได้ในแอปฯ เพิ่มทางเลือกให้ธุรกิจบนโลกอีคอมเมิร์ซ

TikTok ได้นำร่องให้ผู้ค้าใน Shopify ที่มีบัญชี TikTok For Business จะสามารถเพิ่มแท็บ “Shopping” ไว้บนหน้าโพรไฟล์ TikTok ซึ่งจะเชื่อมต่อกับแคตตาล็อกส..

by SME Thailand.| 18 กย. 2021

​ตอบแชตยังไงให้แตะเงินล้าน เทคนิคเพิ่มยอดขายง่ายๆ ที่หลายคนมองข้าม

เชื่อไหมบางทีเคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจได้ กลับเป็นเรื่องเล็กๆ ใกล้ตัวที่หลายคนมองข้าม เช่น “การตอบแชตลูกค้า” เท่านั้นเอง

by SME Thailand.| 18 กย. 2021