10 แนวโน้มเปลี่ยนโฉมค้าปลีกให้ทันสมัย

by smethailandclub 22 สค. 2016
Share:


เรื่อง : นิธิดา วงศาโรจน์


    
    เชื่อว่า หลายคนคงเคยได้ยินชื่อของคลาวด์ โซลูชั่น ซึ่งปัจจุบันก็ถือว่าได้รับความนิยมจากผู้ประกอบธุรกิจ SME อยู่ไม่น้อย โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากความรู้ความเข้าใจที่มากขึ้น ขณะเดียวกันราคาค่าบริการที่เริ่มจะถูกลง อีกทั้งยังสามารถช่วยลดต้นทุนด้านการจ้างงานบุคลากรไอที

  และที่สำคัญเลยคือ เปี่ยมไปด้วยความต้องการใช้งานเพื่อตอบสนองธุรกิจอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซสำเร็จรูป, ระบบบัญชีสำเร็จรูป, ระบบบริหารจัดการคลังสินค้า, โลจิสติกส์

 หรือแม้กระทั่งระบบชำระเงินผ่านหน้าเว็บของร้านค้าเอง ซึ่งบนความยืดหยุ่นของคลาวด์ จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสมตามบริบทของธุรกิจ และเชื่อว่าเทคโนโลยี 4G จะยิ่งทำให้การใช้งานคลาวด์ โซลูชั่น เติบโตยิ่งขึ้นไปอีก 

    ในมุมมองของ กนกชนา เพ็ชรรัตน์ รองประธานฝ่ายพัฒนาช่องทางธุรกิจ บริษัท อินเตอร์เนต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ จำกัด หรือ ISSP ได้เล็งเห็นถึงโอกาสที่กำลังจะเกิดขึ้น และอยากให้ผู้ประกอบการ ให้หันมาให้ความสำคัญ เพราะถ้าหากเดินหน้าช้าไปกว่านี้ ก็อาจจะส่งผลให้เสียเปรียบคู่แข่งและไม่สามารถก้าวตามได้ทันท่วงที ดังนั้น เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ SME ตระหนักถึงการปรับตัวในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น กนกชนาจึงเปิดเผยถึงกระแสค้าปลีก 10 ประการ ที่ SME ต้องเตรียมรับมือไว้ได้เลย 


1. พฤติกรรมช้อปออนไลน์จะโตเพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์

    การค้ารูปแบบเดิมๆ ที่ใช้เงินสดในการซื้อสินค้าจะลดน้อยลง และถูกแทนที่ด้วยบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งผู้บริโภคจะมีความเชื่อมั่นในการชำระเงินผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น เนื่องด้วยใบอนุญาตการให้บริการธุรกรรมออนไลน์ จะมีส่วนช่วยให้การจ่ายเงินออนไลน์มีความเสถียร และสร้างความน่าเชื่อถือได้มากขึ้น 


2. หมดยุคเงินสด

    การชำระเงินจะย้ายไปอยู่บนสมาร์ตโฟน ซึ่งเราพอจะเห็นรูปแบบดังกล่าวกันมาบ้างแล้ว เช่น การใช้ QR Code ไปสแกนที่เคาน์เตอร์ โดยไม่ต้องใช้เงินสดแม้แต่บาทเดียว เชื่อว่าวิธีการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความสะดวกเป็นอย่างมาก ทั้งต่อธุรกิจค้าปลีก และการค้าระหว่างธุรกิจด้วยกันเอง


3. ดิจิตอลคุมเกม หมดยุคอนาล็อก

    เนื่องด้วยปัจจุบันรัฐมีโครงการ National Single Window ที่ทำหน้าที่ในการพัฒนาระบบการเชื่อมโยงข้อมูลแบบบูรณาการของประเทศ โดยกำลังจัดทำมาตรฐานเกี่ยวกับ E-trade ให้ทุกอย่างเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้น ในอนาคตจะไม่มีเอกสารที่เป็นกระดาษ ซึ่งส่วนนี้ผู้ประกอบการต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลง


4. “ข้อมูล” คือกุญแจไขความสำเร็จ

      ปัจจุบันมีข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ผู้ประกอบธุรกิจสามารถไขว่คว้าได้จากสังคมดิจิตอล และแน่นอนว่าข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า จะสามารถช่วยให้วิเคราะห์พฤติกรรมโดยรวมของกลุ่มเป้าหมายได้ ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งสำคัญเสมือน Key to Success ดังนั้น การรักษาข้อมูลของเหล่าผู้ให้บริการคลาวด์ โซลูชั่น จะมีความรัดกุมเพิ่มมากขึ้น


5. ฟรีส่วนต่างสารพัดอุปกรณ์ 

     อุปกรณ์เชื่อมต่อ, มือถือ หรือสมาร์ตโฟน ในอนาคตจะได้ใช้ฟรีและไม่ต้องเสียเงินค่าส่วนต่างให้แก่ผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณมือถือ เพียงแต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขอื่นๆ แทน เช่น การรับชมโฆษณาผ่านอุปกรณ์นั้นๆ ซึ่งแน่นอนว่าจะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ผู้บริโภคมีสมาร์ตโฟนไว้ใช้งาน และส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อที่จะเปลี่ยนแปลงไป


6. มีขนส่งเป็นของตนเอง

     ด้วยความนิยมจากการซื้อสินค้าออนไลน์ที่มีเพิ่มขึ้น แน่นอนว่าการแข่งขันย่อมสูงตามไปเช่นกัน ดังนั้น การหากลยุทธ์ที่จะทำให้ตนเองโดดเด่นเหนือคู่แข่งจึงเป็นสิ่งที่ผู้ค้าต้องเร่งดำเนินการ ซึ่งถ้าหากว่าสามารถสร้างความได้เปรียบในเรื่องระบบขนส่ง โดยมีเป็นของตนเองหรือร่วมมือกับพันธมิตรดีๆ สักราย นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ร้านของคุณเหนือชั้นแล้ว


7. แพ้-ชนะ วัดที่คลาวด์

    การแข่งขันต่อไปนี้จะขึ้นอยู่บนคลาวด์ทั้งหมด เพราะข้อมูลลูกค้าที่เวียนวนอยู่ในสังคมออนไลน์ ซึ่งคลาวด์ โซลูชั่นจะมีฟังก์ชันพิเศษ ที่สามารถจับฟีดแบ็กของผู้บริโภคได้ ในขณะที่ข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์รูปแบบเดิมๆ ไม่สามารถทำได้


8. ข้อมูลราคาแพง

    ข้อมูลของลูกค้าจะมีมูลค่ามหาศาลมาก ยิ่งธุรกิจมีข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายมากเท่าไร ก็ยิ่งสามารถนำเสนอสินค้าและบริการไปให้ลูกค้าได้ตรงตามความต้องการมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เทคโนโลยีคลาวด์จะเป็นตัวเลือกที่ดีในการจัดเก็บข้อมูลทางธุรกิจ


9. จับตามองประกาศจากภาครัฐ

    ธุรกิจต้องปรับตัว และคอยติดตามภาครัฐว่ามีประกาศอะไรออกมาในเรื่องมาตรฐาน QR Code, Barcode หรือการทำใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ว่ามีรูปแบบใดบ้าง เพื่อก้าวให้ทันและใช้ประโยชน์จากระบบใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น


10. Online มาวิน On Ground

    แม้ปัจจุบันมีการก่อสร้างห้างขึ้นมามากมาย แต่ห้างสรรพสินค้าไม่ได้เป็นช่องทางหลักในการจำหน่ายสินค้าเหมือนในอดีต เป็นเพียงสถานที่ในการจัดแสดงสินค้าแบรนด์ต่างๆ เท่านั้น

    รู้อย่างนี้แล้ว ผู้ประกอบการไทยควรเร่งปรับตัวกันให้ไว เพราะต่อไปจะไม่ได้มีคู่แข่งแค่ในประเทศเท่านั้น แต่ผู้ประกอบการจากประเทศเพื่อนบ้านก็สามารถเข้ามาค้าขาย โดยที่ไม่ต้องมีหน้าร้านหรือออฟฟิศ และไม่เฉพาะธุรกิจค้าปลีกเท่านั้น แต่ทุกธุรกิจควรเริ่มตระหนักและหันมาปรับใช้ คลาวด์ โซลูชั่นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่มีการกระจายสาขาอยู่ทั่วประเทศหรือทั่วโลก เพื่อให้การสื่อสารและข้อมูลต่างได้รับการป้องกันไว้อย่างรัดกุมที่สุด

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

Share:

Related Articles

​ถึงยุค Economy of Trust สร้างความได้เปรียบธุรกิจด้วย "ความเชื่อใจ"

กลยุทธ์การตลาดยอดฮิตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คือการสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า ในโฆษณาจึงมีคำว่า ‘Experience’ หรือ ‘ประสบการณ์’ อยู่เต็มไปหมด แต่กลยุทธ..

by SME Thailand.| 27 ตค. 2020

​โรงแรมเปิด โลกต้องรู้! กลวิธีสื่อสารกับแขกผู้เข้าพักหลังโควิด ด้วย Storytelling (ตอนจบ)

กลยุทธ์ “การสื่อสาร” ด้วย “Storytelling” ที่ธุรกิจโรงแรมนำมาใช้เพื่อสร้าง Engagement ให้กับกลุ่มเป้าหมายหลังโรงแรมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง นี่คือ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​5 เทคนิค! จัดหน้าร้านให้ปังปุริเย่ ทั้งออฟไลน์-ออนไลน์

การจัดหน้าร้านให้สวยงามน่าเข้า มีป้ายบอกข้อมูลสินค้าไว้ชัดเจน ย่อมเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเลือกซื้อสินค้าได้มากขึ้น โดยในที่นี้ไม่ไ..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020