อาลีบาบางานเข้าถูกขึ้นบัญชีดำแหล่งค้าของปลอม

by smethailandclub 28 ธค. 2016
Share:
 



เรื่อง วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์

    หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯแสดงท่าทีแข็งกร้าวประกาศสงครามการค้ากับจีนแบบไม่สน ไม่แคร์ ไม่แยแส สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯหรือ USTR ก็ดูเหมือนจะสนองนโยบายจัดให้แบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ เพราะในการจัดทำรายชื่อประเทศคู่ค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาประจำปีนี้ที่เพิ่งประกาศออกมาเมื่อ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมาปรากฎมีชื่อ อาลีบาบา เว็บการค้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของจีน และ เถาเป่า เว็บค้าปลีกออนไลน์ในเครืออาลีบาบาที่ก่อตั้งโดยแจ็ค หม่า มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของจีนติดอยู่ในโผกับเขาด้วย


    ความจริงอาลีบาบาและเถาเป่าถูกถอดจากบัญชีดำเมื่อ 4 ปีที่แล้ว แต่ปีนี้กลับมาใหม่เพราะสหรัฐฯมองว่าอาลีบาบาไม่ดำเนินการใด ๆ ในการยับยั้งการจำหน่ายสินค้าลอกเลียนแบบ การถูกขึ้นบัญชีดำครั้งนี้สร้างความผิดหวังให้ผู้บริหารของอาลีบาบากรุ๊ป โดยยืนยันว่าที่ผ่านมาได้มีการกำหนดนโยบายสำหรับผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจบนเว็บอาลีบาบา หรือเถาเป่าแล้ว จึงกังขาว่าการขึ้นบัญชีดำครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่  


    ข้อมูลน่าสนใจคือเฉพาะแอพพลิเคชั่นเถาเป่าอย่างเดียวมีผู้ใช้งานราว 150 ล้านคนต่อวัน มีการโพสต์รูปสินค้าวันละ 20 ล้านโพสต์ ส่วนอาลีบาบา มีผู้ค้าเข้ามาขายของ 10 ล้านราย มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 500,000 ล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา หลายคนอาจสงสัยว่าเถาเป่ากับอาลีบาบาแตกต่างกันอย่างไรในเมื่อเป็นเว็บขายของเหมือนกัน ความต่างก็คือ อาลีบาบาเน้นขายส่งปริมาณมาก แบบ business to business หรือซัพพลายเออร์กับซัพพลายเออร์ด้วยกัน ขณะที่เถาเป่าเป็นเว็บค้าปลีกแบบ Business to customer และ customer to customer เสียมากกว่า


    สหรัฐฯจัดทำรายงานมาตรา 301 ทำไม ภายใต้มาตรา 301 ซึ่งเป็นบทบัญญัติหนึ่งในกฎหมายการค้าของอเมริกาว่าด้วยเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ในแต่ละปี USTR จะเป็นผู้จัดทำรายชื่อประเทศที่เข้าข่ายละเมิดกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งการละเมิดที่ว่าก็มีหลายระดับเพื่อเตือนผู้บริโภคให้ระมัดระวังในการซื้อว่าอาจเจอของปลอม และอีกจุดประสงค์หนึ่งคือการกดดันรัฐบาลและบริษัทต่าง ๆ ให้ปฏิบัติตามกฎ 


    ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ นอกจากจะเกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯกำลังจะเปลี่ยนผู้นำ ยังเป็นห้วงเวลาที่อาลีบาบาอยู่ระหว่างปรับปรุงภาพลักษณ์และความพยายามที่จะดันยอดขายในต่างประเทศให้เติบโต แม้การขึ้นบัญชีดำจะไม่บทลงโทษใด ๆ แต่ก็สร้างความเสียหายและความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้กับบริษัท ทั้งนี้ เมื่อช่วงกลางปี อาลีบาบาและเถาเป่าเพิ่งถูกปฏิเสธการเข้าเป็นสมาชิกสหพันธ์ต่อต้านการปลอมแปลงสินค้าระหว่างประเทศ โดยมีสมาชิกโดยเฉพาะจากแวดวงทรัพย์สินทางปัญญาและอุตสาหกรรมแฟชั่นคัดค้านไม่ยอมรับ การมีรายชื่อในบัญชีดำสหรัฐฯจึงไม่ต่างจากการถูกตอกฝาโลง แต่ยักษ์ใหญ่ด้านอี-คอมเมิร์ซของจีนจะแก้เกมอย่างไร จะหลุดจากโผอัปยศหรือไม่ คงต้องจับตามองต่อไป

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​ซื้อตอนนี้ จ่ายทีหลัง เทรนด์การชำระเงินบนโลกออนไลน์ ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น

ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง (Buy Now, Pay Later : BNPL) กำลังเป็นเทรนด์การจับจ่ายซื้อของบนโลกออนไลน์ เพราะคนที่ไม่มีบัตรเครดิตก็สามารถซื้อหรือผ่อนชำระได้เหม..

by SME Thailand.| 25 ตค. 2021

​Solo Consumer ผู้บริโภคฉายเดี่ยว กิน-เที่ยว-พักคนเดียว พลังซื้อกลุ่มใหญ่ที่ธุรกิจต้องจับตา

ครั้งหนึ่งความคิดที่จะออกไปหาอะไรกินคนเดียวตามร้านอาหารดูเหมือนเป็นสถานการณ์ที่น่าเห็นใจ และสร้างความประหลาดใจให้ผู้พบเห็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าไป..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2021

​ใช้ GOOGLE TRENDS ยังไงให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจ เปลี่ยนธุรกิจเล็กให้โตได้ด้วยข้อมูล

หากผู้ประกอบการอยากจะหาข้อมูลการทำธุรกิจหรือวิเคราะห์ธุรกิจตัวเอง เครื่องมือหนึ่งที่สามารถใช้ได้ฟรีและมีประโยชน์ก็คือ Google Trends เครื่องมือที่ช่ว..

by SME Thailand.| 15 ตค. 2021