การตลาดผ่าน Smart Phone โอกาสใหม่ที่ SME ต้องลอง

by SMEs 09 มค. 2013
Share:

 

 
 
 
การทำตลาดในยุคที่เทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของผู้บริโภคจึงปฏิเสธไม่ได้ว่าการก้าวให้ทันความทันสมัยเหล่านั้นเป็นเรื่องสำคัญ ที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะต้องเร่งทำความเข้าใจและศึกษาเทคโนโลยีเหล่านั้นเพื่อนำมาปรับใช้ โดยเฉพาะการขายสินค้าประเภทนิชมาร์เก็ตหรือสินค้าเฉพาะกลุ่ม การสร้างความแตกต่างเป็นเรื่องที่จำเป็น
 
ในอดีตการนำผลิตภัณฑ์ขึ้นเว็บไซต์ถือว่าเป็นเรื่องใหม่และได้รับความสนใจจากลูกค้า แต่ในปัจจุบันการทำหน้าเว็บเพจให้ดึงดูดและสวยงาม ใช้งานง่ายและดาวน์โหลดได้รวดเร็วกลายเป็นเรื่องธรรมดา เพราะในวันนี้เว็บไซต์ที่น่าสนใจคือเว็บไซต์ที่ผู้บริโภคสามารถมีอินเตอร์แอ็คทีฟหรือโต้ตอบได้ และจะให้ดียิ่งขึ้นไปอีกผู้พัฒนาเว็บควรมีการตอบคำถามแบบเรียวไทม์ และมีฐานข้อมูลที่พร้อมจะมานำเสนอเพื่อก่อให้เกิดการตัดสินใจในทันทีที่สนทนา เพราะผู้ที่สนใจเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์นั้นมักจะมีความต้องการในระดับนึงแล้ว
 
เช่นเดียวกับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยช่องทางใหม่ๆ อย่างโทรศัพท์มือถือที่นับวันจะกลายเป็นสิ่งจำเป็นและขาดเสียไม่ได้เลยและในปัจจุบันได้มีผู้ประกอบการที่ใช้เครื่องมือนี้ในการทำตลาดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรงไม่ว่าจะเป็นการโทรเข้าไปพูดคุย การส่งข้อความสั้น จนทำให้โทรศัพท์พื้นฐานหรือที่เรารู้จักกันในนามโทรศัพท์บ้านกลายเป็นวัตถุโบราณที่นานๆ จะหยิบขึ้นมาใช้สักครั้งหนึ่ง ...แล้วเอสเอ็มอียุคใหม่จำเป็นต้องใช้มือถือหรือเปล่า?? คำตอบคือจำเป็นแต่ไม่ใช่มือถือธรรมดา แต่เป็นมือถือในระดับที่เรียกว่าสมาร์ทโฟน ที่ในปัจจุบันมีมากมายหลายรุ่น หลายราคา และหลายยี่ห้อให้เลือกใช้
 
การทำตลาดผ่านสมาร์ทโฟนน่าสนใจตรงไหน ความน่าสนใจอยู่ที่ในปัจจุบันตลาดสมาร์ทโฟนมีการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากเทคโนโลยีดีขึ้น การมีหน้าจอใหญ่ที่สามารถเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดาย เมื่อประกอบเข้ากับการมีลูกเล่นที่หลากหลาย ราคาไม่แพง และมีลูกเล่นที่หลากหลายจากแอพพลิเคชันที่มากมาย ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกที่จะใช้สมาร์ทโฟนแทนการใช้ฟีเจอร์โฟนที่ใช้เพียงโทรเข้าโทรออกอย่างเดียว
 
นอกจากนี้อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สมาร์ทโฟนมีการใช้งานที่เพิ่มขึ้นคือการขยายตัวของสังคมออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก ทวีตเตอร์ ทำให้เกิดการเชื่อมต่อกันมากขึ้น และการสื่อสารผ่านช่องทางนี้ก็ทำให้ตลาดของสมาร์ทโฟนเติบโตเพิ่มขึ้นเช่นกัน ยังไม่นับรวมการทำงานยุคใหม่ที่ออฟฟิศอนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ในที่ทำงาน (Bring Your Own Device - BYOD) ที่ทำให้พนักงานต่างๆ สามารถใช้งานออนไลน์ได้ไม่จำกัด และนำไปสู่การท่องเว็บ การเลือกซื้อสินค้าและมีการใช้งานมือถือที่เพิ่มมากขึ้น
 
ข้อมูลจาก Google ระบุว่าในประเทศไทยมีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือเติบโตเร็วมาก โดยมีอัตราผู้เข้ามาค้นหาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นประมาณ 300 - 500% ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นจำนวนการเติบโตที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ ทำให้ช่องทางนี้มีความน่าสนใจมากขึ้น 
  
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนในเรื่องความสำเร็จของการการนำเสนอสินค้าขึ้นบนมือถือนั้น เห็นได้จากเว็บไซต์ DDproperty.com  อสังหาริมทรัพย์รายใหญ่รายหนึ่งที่มีผู้เข้าชมกว่า 1.3 ล้านคน มีการเยี่ยมชมกว่า 8 ล้านหน้าในแต่ละเดือน ได้ปรับเปลี่ยนความน่าสนใจใหม่ให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น และตอบรับกับกระแสการใช้งานสมาร์ทโฟนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงได้ปรับการตลาดเข้าสู่เว็บไซต์ทางมือถือเพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น โดยปัจจุบันลูกค้าของเว็บไซต์นี้ 16% จากจำนวนลูกค้าทั้งหมดได้เข้าเว็บไซต์ผ่านมือถือหรือแท๊บเล็ต โดยจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ดังกล่าวผ่านมือถือได้เพิ่มขึ้น 163% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
 
เว็บไซต์ดังกล่าวได้มีการพัฒนาแอปพลิเคชั่นบนมือถือที่มีการเพิ่มฟังก์ชันช่วยให้ผู้ซื้อบ้านค้นหาบ้านที่ต้องการอย่างง่ายดายทุกที่ทุกเวลา โดยจะแสดงข้อมูลทั้งรูปถ่าย วิดีโอ ราคา และแผนที่ของอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการ โดยได้ใส่นวัตกรรมใหม่เพื่อผู้ใช้งานไอโฟนโดยเฉพาะ เป็นแอปพลิเคชั่นที่แสดงอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ใกล้ๆ ผู้ค้นหา โดยใช้ระบบ GPS ของไอโฟน ช่วยหาตำแหน่งอสังหาริมทรัพย์ที่เสนอขายและปล่อยเช่าในบริเวณใกล้เคียงและแสดงผลบนแผนที่ที่หน้าจอ
 
เมื่อนำเสนอต่อลูกค้ามาระยะหนึ่ง เว็บไซต์แห่งนี้ยังได้พัฒนา Mobile Property Applications ด้วยการปรับปรุงระบบค้นหาข้อมูลของเว็บไซต์ให้ง่ายขึ้น ทำให้ลูกค้าค้นหาอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย โดยมีข้อมูลรายการอสังหาริมทรัพย์และข่าวประจำวันใส่เพิ่มเข้าไปอีกด้วย 
 
โดยแอพพลิเคชั่นบนมือถือที่เว็บไซต์พัฒนาขึ้นใหม่ที่นอกจากจะช่วยให้ลูกค้าสามารถค้นหาได้มากขึ้นแล้ว ยังได้พัฒนาขึ้นเพื่อตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่ช่วยบริหารจัดการโฆษณา ข้อความ และคำสั่งซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ในแบบเรียลไทม์ ซึ่งถือเป็นการนำเสนอนวัตกรรมด้านบริการใหม่ๆ ที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อ ขายและเช่าอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย
 
เช่นเดียวกับแบรนด์ชุดชั้นในวาโก้ ที่ได้เห็นถึงเทรนด์การใช้งานสมาร์ทโฟนที่มากขึ้น จึงได้หันมาพัฒนาแอพพลิเคชั่นแสดงชุดชั้นในสำหรับโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ลูกค้าเลือกชุดชั้นได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยการโชว์สินค้า(Display) ผ่านโทรศัพท์ Smart phone เพราะมองเช่นกันว่าปัจจุบันอัตราการใช้ Smart phone มีอัตราที่เพิ่มสูงขึ้น และ เป็นปัจจัยที่ 6 ของคนซึ่งจะต้องมีติดตัวไปในทุกๆ สถานที่ และการพัฒนาดังกล่าวช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย โดยลูกค้าสามารถดาวโหลดได้จากโทรศัพท์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ IOS  (IPhone, IPAD)  และระบบปฏิบัติการ Android โดยเนื้อหาใน application ดังกล่าวจะมีการโชว์แคตตาล็อคของสินค้าเช่นเดียวกับการเปิดนิตยสาร (magazine) และลูกค้าสามารถเห็นสินค้าได้ 360องศา ถือเป็นการสร้างความแปลกใหม่ที่น่าสนใจให้กับวงการชุดชั้นในเลยทีเดียว
 
ทั้งสองธุรกิจที่ได้มีการพัฒนาแอพพลิเคชันเพื่อนำเสนอสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือนั้น แสดงให้เห็นแล้วว่าเป็นหนึ่งในทางเลือกใหม่ที่เอสเอ็มอีเองก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตนเองได้ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่มีเว็บไซต์เป็นของตนเองอยู่แล้ว สามารถที่จะจ้างนักพัฒนาแอพพลิเคชันที่ในปัจจุบันมีอยู่มากมายมาเขียนโปรแกรมที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับมือถือได้โดยไม่ยากนัก และการเลือกนักพัฒนานี้ผู้ประกอบการเองไม่จำเป็นต้องจ้างบริษัทที่ใหญ่โตที่มักจะคิดราคาแพง แต่สามารถจ้างนักศึกษาที่มีการศึกษาและเป็นนักพัฒนาตั้งแต่ยังเรียนอยู่ได้ เพราะนอกจากจะไม่ต้องจ่ายแพงแล้ว ยังจะได้ไอเดียดีๆ ที่บางครั้งบริษัทใหญ่โตอาจคาดไม่ถึง
 
การนำเสนอผลิตภัณฑ์พร้อมข้อมูลผ่านมือถือนี่เอง จะทำให้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเปิดหน้าเว็บไซต์ผ่านคอมพิวเตอร์ให้วุ่นวาย เพียงเปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ติดตัวอยู่ตลอดเวลาก็สามารถเลือกดูสินค้าที่นำเสนอได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นขณะเดินทาง หรือในช่วงเวลาว่าง และสามารถคลิ๊กเพื่อสั่งซื้อสินค้าได้ทันที ทำให้โอกาสทางการขายของเอสเอ็มอีมีมากขึ้นไปด้วย และที่สำคัญยังสามารถนำเสนอสินค้าผ่านทางช่องทางนี้ได้บ่อยครั้งและเป็นที่สนใจมากกว่าเพราะเมื่อได้รับการแจ้งเตือนแล้ว ลูกค้าจะสามารถเข้าไปดูได้ทันทีไม่ต้องรอคอมพิวเตอร์ 
 
เทรนด์การทำธุรกิจผ่านมือถือนี้ นับวันจะยิ่งได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น และมีหลายธุรกิจเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้นเนื่องจากมือถือเป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารที่ขาดไม่ได้แล้วในปัจจุบัน ทั้งการติดต่อทางธุรกิจ การสื่อสารกับสังคมออนไลน์ รวมไปถึงต่อไปในอนาคตที่มือถืออาจใช้แทนเงินสดได้ เรียกได้ว่าเครื่องมือชนิดนี้นับวันจะมีอรรถประโยชน์เพิ่มมากขึ้น และขณะนี้ยังไม่มีเอสเอ็มอีรายใดใช้ประโยชน์ทางการตลาดผ่านทางมือถือในรูปแบบใหม่อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้นหากผู้ประกอบการสามารถทำได้ก่อน นอกจากจะแสดงให้ลูกค้าเห็นว่ามีความทันสมัยอินเทรนด์แล้ว ยังเป็นการสร้างเกิดโอกาสใหม่ๆ ที่จะตามมาได้อีกมากมาย 
 
Share:

Related Articles

​โรงแรมเปิด โลกต้องรู้! กลวิธีสื่อสารกับแขกผู้เข้าพักหลังโควิด ด้วย Storytelling (ตอนจบ)

กลยุทธ์ “การสื่อสาร” ด้วย “Storytelling” ที่ธุรกิจโรงแรมนำมาใช้เพื่อสร้าง Engagement ให้กับกลุ่มเป้าหมายหลังโรงแรมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง นี่คือ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​5 เทคนิค! จัดหน้าร้านให้ปังปุริเย่ ทั้งออฟไลน์-ออนไลน์

การจัดหน้าร้านให้สวยงามน่าเข้า มีป้ายบอกข้อมูลสินค้าไว้ชัดเจน ย่อมเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเลือกซื้อสินค้าได้มากขึ้น โดยในที่นี้ไม่ไ..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​โรงแรมเปิด โลกต้องรู้! กลวิธีสื่อสารกับแขกผู้เข้าพักหลังโควิด ด้วย Storytelling (ตอน 1)

หลังจากวิกฤตโควิด-19 ในประเทศไทยเริ่มผ่อนคลาย หลายๆ ธุรกิจจึงเริ่มกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง หนึ่งในนั้นก็คือธุรกิจโรงแรม หลังจากที่โรงแรมได้ปรั..

by SME Thailand.| 15 ตค. 2020