​ผู้ประกอบการไทย กร้าว!! ฟ้องแจ็ค หม่า ละเมิดลิขสิทธิ์

by smethailandclub 05 เมย. 2017
Share:
​Text : ไศลธร เหมะสิขัณฑกะ






     ในยุคที่คนหันมาทำการค้าออนไลน์กันมากขึ้น มีแพลทฟอร์มร้านค้าออนไลน์เกิดขึ้นมากมาย ผู้ประกอบการนอกจากจะต้องเผชิญกับการแข่งขันโดยคู่แข่งที่ปรากฏขึ้นราวกับดอกเห็ดแล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่ต้องระวังคือ การถูกละเมิดลิขสิทธิ์ของสินค้า ไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศก็ตาม ล่าสุดก็มีเหตุการณ์สะเทือนตลาด e-Commerce รับยุค 4.0 เมื่อบริษัท อีไลด์ไฟร์บอล โปร จำกัด ผู้ประกอบการชาวไทยเจ้าของผลงานนวัตกรรมลูกบอลดับไฟยื่นฟ้องดำเนินคดี แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์อาลีบาบา ข้อหานำสินค้าลอกเลียนแบบออกขายตัดราคา เสียหายกว่า 3 พันล้านบาท 


     ภณวัชร์นันท์ ไกรมาตย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิไลด์ ไฟร์บอล โปร จำกัด ระบุว่า เว็บไซต์อาลีบาบา และ อาลีเอกซ์เพรส ได้นำสินค้าลอกเลียนแบบยี่ห้อ AFO ออกมาขายตัดราคา โดยสินค้าดังกล่าวได้ละเมิดสิทธิบัตรของลูกบอลดับไฟซึ่งทางอีไลด์ไฟร์บอล โปร เป็นเจ้าของสิทธิบัตรแต่เพียงผู้เดียว อีกทั้งสินค้าที่ลอกเลียนแบบก็ไม่สามารถใช้งานได้จริง เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าลอกเลียนแบบไปแล้วพบว่าไม่สามารถใช้งานได้จริงจึงหมดความเชื่อใจและยกเลิกการสั่งซื้อทำให้สินค้าของอีไลด์ไฟร์บอล โปร ได้รับผลกระทบไปด้วย จนเกิดความเสียหาย โดยบริษัทฯ ยื่นฟ้องอาลีบาบา และแจ็ค หม่า ในฐานะที่เป็นผู้กระทำการโฆษณาและจัดจำหน่ายสินค้าเลียนแบบของ AFO ในประเทศไทยและทั่วโลก

 
     อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ แจ็ค หม่า เคยเรียกร้องให้รัฐบาลจีนออกมาตรการขั้นเด็ดขาดกวาดล้างบรรดาผู้จัดจำหน่ายสินค้าปลอมให้หมด โดยเขาให้เหตุผลว่า สินค้าปลอมคือสิ่งที่บ่อนทำลายทุกอุตสาหกรรมที่ผู้ประกอบการตัวจริงต้องลงทุนลงแรงวิจัยและพัฒนาอย่างยากลำบากกว่าจะได้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ มา นอกจากนี้ข้อมูลของ องค์กรเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาเศรษฐกิจ หรือ OECD เมื่อปี 2556 ยังระบุด้วยว่ายอดการซื้อขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในตลาด e-Commerce ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยครอบคลุมถึงสินค้าทุกระดับโดยมีประเทศจีนเป็นแหล่งผลิตสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ที่ใหญ่ที่สุด


     ในเรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ์หรือละเมิดสิทธิบัตรนั้น แหล่งข่าวผู้สันทัดกรณีให้คำแนะนำว่า ผู้ประกอบการ SME ที่มีสินค้าแบรนด์ของตัวเองและเป็นสินค้าที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ ต้องเห็นความสำคัญของการจดสิทธิบัตร เนื่องจากผลงานที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญานั้น ผู้ประกอบการไทยไม่น้อยเข้าใจผิดว่าการขึ้นทะเบียนลิขสิทธิ์จะคุ้มครองได้ทั้งหมด แต่ในความเป็นจริงแล้วยังไม่ใช่เพราะกฎหมายลิขสิทธิ์ไม่ได้คุ้มครองผลงานที่เกิดจากไอเดียความคิด หากมีใครทำสินค้าเลียนแบบหรือคล้ายคลึงขึ้นมาก็สามารถอ้างได้ว่าไม่ได้ลอกแต่เป็นแรงบันดาลใจ แต่การจดสิทธิบัตรจะเป็นการขึ้นทะเบียนเพื่อแสดงถึงการยืนยันความเป็นเจ้าของในไอเดียความคิดนั้นจริงๆ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามก็ไม่สามารถอ้างแรงบันดาลใจได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ถือสิทธิบัตร

 
     ด้วยเหตุนี้ SME ที่มีสินค้าที่สร้างจากไอเดียจึงควรให้ความสำคัญและรีบจดสิทธิบัตรผลงานของตนเองอย่างเร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อก้าวออกสู่ตลาดโลก ไม่อย่างนั้นหากมีใครทำสินค้าลอกเลียนแบบขึ้นมาแล้วผู้ที่เลียนแบบชิงจดสิทธิบัตรเสียก่อน ก็จะกลายเป็นว่าผลงานที่เกิดจากความคิดความทุ่มเททั้งหมดของเรากลายเป็นของเลียนแบบได้ในทันที


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

Share:

Related Articles

​โรงแรมเปิด โลกต้องรู้! กลวิธีสื่อสารกับแขกผู้เข้าพักหลังโควิด ด้วย Storytelling (ตอนจบ)

กลยุทธ์ “การสื่อสาร” ด้วย “Storytelling” ที่ธุรกิจโรงแรมนำมาใช้เพื่อสร้าง Engagement ให้กับกลุ่มเป้าหมายหลังโรงแรมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง นี่คือ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​5 เทคนิค! จัดหน้าร้านให้ปังปุริเย่ ทั้งออฟไลน์-ออนไลน์

การจัดหน้าร้านให้สวยงามน่าเข้า มีป้ายบอกข้อมูลสินค้าไว้ชัดเจน ย่อมเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเลือกซื้อสินค้าได้มากขึ้น โดยในที่นี้ไม่ไ..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​โรงแรมเปิด โลกต้องรู้! กลวิธีสื่อสารกับแขกผู้เข้าพักหลังโควิด ด้วย Storytelling (ตอน 1)

หลังจากวิกฤตโควิด-19 ในประเทศไทยเริ่มผ่อนคลาย หลายๆ ธุรกิจจึงเริ่มกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง หนึ่งในนั้นก็คือธุรกิจโรงแรม หลังจากที่โรงแรมได้ปรั..

by SME Thailand.| 15 ตค. 2020