6 เรื่องที่ SME ต้องรู้ก่อนทำ Digital Marketing

by smethailandclub 08 พค. 2017
Share:
Text : ดุลยปวีณ กรณฑ์แสง







    แต่ละปีการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จากการเปิดเผยของ ณัฐวีร์ ตันติสัจจธรรม ซีอีโอ STEPS Training Thailand และผู้อำนวยการหลักสูตร Digital Marketing Specialist Certification ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ ได้มาชี้ให้เห็นถึง 6 เรื่องที่ SME ต้องรู้ไว้ก่อนทำ Digital Marketing
 

     Digital Marketing กว้างกว่าคำว่า Social Media 


    Digital Marketing กำลังขยายออกไปนอกกรอบกว้างกว่าคำว่า Social Media ในช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจไทยส่วนใหญ่มักโฟกัสอยู่ที่การทำตลาดบน Social Media แต่อย่าลืมว่า Social Media มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และอยู่เหนือการควบคุม ไม่ว่าจะเป็น Facebook ซึ่งเป็นทั้งผู้กำหนดค่าโฆษณา และมีการปรับเปลี่ยน Algorithm อยู่เสมอ เมื่อใดที่การเข้าถึงน้อยลง ย่อมส่งผลต่อธุรกิจ สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องทำคือ ขยายหรือกระโดดออกไปจาก Social Media หันมาโฟกัสช่องทางอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ การทำ Keyword การเก็บ Data Base รวมถึง SEO ซึ่งคนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยให้ความสำคัญ
 
 
     Native Ads จะเข้ามาในบ้านเรามากขึ้น
               

    ในเมืองไทย Native Ads อาจฟังดูเป็นเรื่องใหม่ แต่ในต่างประเทศนิยมใช้กันมานานแล้ว โดย Native Ads คือ ช่องทางหนึ่งของการโฆษณาผ่านคอนเทนต์ที่เราต้องการสื่อแบบเนียนๆ โดยที่ผู้บริโภคไม่รู้สึกว่าเป็นโฆษณา เช่น บทความแนะนำในเว็บยอดนิยมต่างๆ เช่น Sanook, ไทยรัฐ, เนชั่น ฯลฯ ซึ่งคนจะคลิกเข้ามาอ่านบทความแบบนี้มากกว่าโฆษณาบนแบนเนอร์แบบเดิมๆ Native Ads ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางของกลยุทธ์การกระจายคอนเทนต์ไปยังทุกที่ที่ลูกค้าติดตาม ตัวอย่างเช่น 5 วิธีที่ช่วยให้นอนหลับลึก, 5 เหตุผลทำไมคุณต้องมีทักษะดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง ยิ่งดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาอ่านได้มากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการซื้อ-ขายมากขึ้น
 

    Digital Marketing ไม่ใช่การตลาดต้นทุนต่ำอีกต่อไป


    หมดยุคแล้วกับความคิดที่ว่า Digital Marketing เป็นเครื่องมือการตลาดต้นทุนต่ำ เพราะต้นทุนการโฆษณายุคนี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งโซเชียลมีเดีย และแพลตฟอร์มอื่นๆ ในอดีตการทำ SEO ให้ติดผลการค้นหาหน้าแรกของ Google อาจจะเคยอยู่แค่หลักพัน แต่ตอนนี้อาจต้องใช้เงินหลักหลายหมื่น เจ้าของธุรกิจจึงต้องรู้จักใช้เม็ดเงินอย่างคุ้มค่า ต้องรู้จักเส้นทาง Customer Journey ของลูกค้า และควรหันมาโฟกัสที่คุณภาพเน้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นผู้ติดตามจริงๆ มากกว่ามุ่งเน้นปริมาณหรือแค่ยอดไลค์
 

     ยุคของ Real Experience & Real Time Marketing Content


    การหันมาโฟกัสด้านการทำ Content Marketing เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สามารถช่วยให้ธุรกิจประหยัดต้นทุนในการจ่ายค่าโฆษณาโดยใช่เหตุ การทำคอนเทนต์ที่ดีต้องช่วยแก้ปัญหาหรือตอบโจทย์ให้กับลูกค้า ยิ่งหากเป็นคอนเทนต์เชิงคุณภาพที่มาจาก Real Experience หรือประสบการณ์จริงๆ เช่น ผ่านการพิสูจน์มาแล้วจากประสบการณ์ใช้งานจริงของลูกค้า คอนเทนต์เหล่านี้จะยิ่งสร้างตัวตนให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือ


    นอกจาก Real Experience แล้ว เทรนด์หนึ่งที่ผู้ประกอบการควรจับมาเล่น เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างยอดขาย คือ Real Time Marketing Content เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิตอลอยากรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นทันที ณ ช่วงเวลานั้นๆ มากขึ้น ฟีเจอร์ Facebook Live จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถสร้างความสนใจให้ผู้บริโภค อยากซื้อ อยากลอง อยากสัมผัสมากขึ้น
 
 
     Conversational Commerce เทรนด์ใหม่ซื้อ-ขายออนไลน์ 


    เพราะความต้องการซื้อของลูกค้าในโลกดิจิตอล รอไม่ได้และต้องการคำตอบแบบทันที ความไวในการโต้ตอบกับลูกค้าจึงหมายถึงโอกาสปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว Conversational Commerce หรือระบบพูดคุยโต้ตอบกับลูกค้าแบบอัตโนมัติ รวมถึง Chatbot หรือการให้หุ่นยนต์ตอบแทนเรา จึงเป็นเทรนด์ใหม่ของการซื้อ-ขายออนไลน์ที่จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook และ LINE ก็เริ่มมีแพลตฟอร์ตลักษณะนี้ให้เข้าไปใช้งานได้ รวมถึง bento web ที่มีการพัฒนา ระบบ Chatbot ที่ช่วยให้ SME สามารถมีผู้ช่วยส่วนตัวในการโต้ตอบกับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องรอแอดมิน ทั้งประหยัดเวลา แถมเพิ่มยอดขายได้อีกด้วย
 
 
     ผู้บริโภคฉลาดขึ้น รู้เยอะขึ้น มีความต้องการมากขึ้น


    สื่อมากมายที่อยู่ในมือ ทำให้ผู้บริโภครู้มากขึ้น ฉลาดขึ้น เข้าถึงข้อมูลข่าวสารมากขึ้น เชื่อข้อเท็จจริงมากกว่าแบรนด์ การจ้าง Influencers ต่างๆ อาจจะยังมีผลอยู่บ้างสำหรับการสร้าง Brand Awareness แต่คนที่มีอิทธิพลตัวจริงต่อการตัดสินใจซื้อ คือคนธรรมดาสามัญเหมือนกัน สิ่งที่พฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ต้องการคือ ข้อเท็จจริง หลักฐานที่ยืนยันจากลูกค้าด้วยกัน วันนี้ ต้องถามตัวเองว่า ธุรกิจของคุณได้ใช้เสียงสะท้อนความประทับใจจากลูกค้าตัวจริงให้เป็นประโยชน์แล้วหรือยัง นอกจากนี้ พฤติกรรมผู้บริโภคยังมาพร้อมกับความต้องการที่มากขึ้น ต้องการบริการที่เหนือกว่าความคาดหวัง สินค้าและบริการต้องมีความเฉพาะเจาะจงแบบ Customize มากไปกว่าความใส่ใจคือ การบริการที่ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นคนพิเศษที่ได้รับการดูแล การทำธุรกิจออนไลน์ไม่ต่างจากออฟไลน์ที่ต้องมีการวางกลยุทธ์จูงใจให้เกิดการซื้อซ้ำ เช่น ระบบสมาชิก การสะสมแต้มผ่านแอพพลิเคชัน การออกแบบระบบหลังบ้านสำหรับรองรับลูกค้าวีไอพี


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​โรงแรมเปิด โลกต้องรู้! กลวิธีสื่อสารกับแขกผู้เข้าพักหลังโควิด ด้วย Storytelling (ตอนจบ)

กลยุทธ์ “การสื่อสาร” ด้วย “Storytelling” ที่ธุรกิจโรงแรมนำมาใช้เพื่อสร้าง Engagement ให้กับกลุ่มเป้าหมายหลังโรงแรมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง นี่คือ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​5 เทคนิค! จัดหน้าร้านให้ปังปุริเย่ ทั้งออฟไลน์-ออนไลน์

การจัดหน้าร้านให้สวยงามน่าเข้า มีป้ายบอกข้อมูลสินค้าไว้ชัดเจน ย่อมเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเลือกซื้อสินค้าได้มากขึ้น โดยในที่นี้ไม่ไ..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​โรงแรมเปิด โลกต้องรู้! กลวิธีสื่อสารกับแขกผู้เข้าพักหลังโควิด ด้วย Storytelling (ตอน 1)

หลังจากวิกฤตโควิด-19 ในประเทศไทยเริ่มผ่อนคลาย หลายๆ ธุรกิจจึงเริ่มกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง หนึ่งในนั้นก็คือธุรกิจโรงแรม หลังจากที่โรงแรมได้ปรั..

by SME Thailand.| 15 ตค. 2020