ตั้งเป้า 5 ปียกไทยเป็นฮับอัญมณีและเครื่องประดับโลก

by SME Thailand. 15 พย. 2017
Share:



           สคช. ขานรับนายกรัฐมนตรี ตั้งเป้าไทยเป็นฮับด้านอัญมณีและเครื่องประดับของโลกภายใน 5 ปีข้างหน้า สร้างความเชื่อถือให้ผู้บริโภคมั่นใจคุณภาพอัญมณีไทย ด้วยการยกระดับกำลังคนในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับที่ทำรายได้การส่งออกเป็นอันดับ 3 ของประเทศ


           ดร. นพดล ปิยะตระภูมิ รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (สคช.) เปิดเผยว่า ตามที่ พลเอกประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาเรื่อง "ทิศทางของไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับโลก" ในการประชุมสมาพันธ์เครื่องประดับโลกครั้งที่ 13 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพว่า 


           "อาชีพช่างทอง ช่างเจียระไนอัญมณีเป็นอาชีพที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านานนับตั้งแต่สมัยสุโขทัย จนมีพัฒนาการและขยายตัวเป็นอุตสาหกรรมที่สามารถทำรายได้ส่งออกให้ประเทศในอันดับต้นๆ มาโดยตลอด ประเทศไทยจึงมีความพร้อมที่จะเป็นฮับในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของโลกภายในปี 2564 โดยรัฐบาลมีนโยบายที่จะสนับสนุนและผลักดัน ช่างฝีมือ คัดพลอย เจียระไน ที่มีจำนวนแรงงานรวมกันทั้งประเทศกว่า 1 ล้านคน โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้ยกเว้น อากรขาเข้า แสวงหาพันธมิตรด้านแหล่งวัตถุดิบ หาตลาด"

           ทั้งนี้ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ได้ตอบรับนโยบายดังกล่าว ด้วยการยกระดับกำลังคนที่มีฝีมือ อาทิ ช่างเพชร ช่างทอง ที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ อันถือว่าเป็นมรดกที่ทรงคุณค่า สืบทอดฝีมือจากรุ่นสู่รุ่น ควรแก่การอนุรักษ์ แต่ขณะเดียวกันบุคลากรด้านนี้กำลังอยู่ในภาวะลดปริมาณลงจนขาดแคลน การออกใบรับรองมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพให้ผู้ประกอบอาชีพในธุรกิจอัญมณีตั้งแต่การออกแบบ ไปจนถึงพนักงานขายหน้าร้าน จะเป็นแนวทางที่จะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนกำลังคนที่มีฝีมือได้ เพราะเป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมนี้


           "เมื่อเร็วๆนี้ สคช. จัดงานสัมมนา Stakeholder Engagement กว่า 40 อาชีพ ก็ได้มีผู้ประกอบในอุตสาหกรรมดังกล่าวร่วมงานสัมมนาและแสดงความจำนงให้ภาครัฐรับรองมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพให้กำลังคนที่อยู่ในสาขาวิชาชีพนี้ เพื่อตอกย้ำความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภคให้เกิดความมั่นใจในคุณภาพของบุคลากรด้านนี้ว่ามีความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง ตลอดจนเป็นที่ยอมรับสู่สากลในอนาคตอย่างแพร่หลายว่า หากต้องการซื้อหาอัญมณีและเครื่องประดับ ต้องมาที่ประเทศไทย " ดร. นพดล กล่าว


           ทั้งนี้ ในปี 2559 ประเทศไทยส่งออกอัญมณี เครื่องประดับ และทองคำ กว่า 501,107 ล้านบาท หรือ 3.49 % ของจีดีพี หรือเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 3 ของประเทศ และในปีนี้ตั้งเป้าขยายตัว 5%


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 
Share:

Related Articles

​ลดราคายังให้มีกำไร เผยเทคนิคทำโปรโมชั่นแบบไม่เข้าเนื้อ แต่ยั่วใจลูกค้า

การทำโปรโมชัน โดยเฉพาะ “ลดราคา” เป็นกลยุทธ์เพิ่มยอดขายยอดฮิตที่สุดเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ และนี่คือเคล็ดลับการทำโปรโมชั่น หรือลดราคาให้ธุรกิจยังมีกำไร..

by SME Thailand.| 21 กค. 2021

​เปิดหมัดเด็ด 2 วิธีเรียกคนเข้าร้าน ยิ่งทำยอดขายยิ่งพุ่ง ลูกค้ายิ่งเพิ่ม

อย่างที่รู้กันดีว่าความอยู่รอดของธุรกิจขึ้นกับรายได้ที่มีเข้ามา ซึ่งรายได้จะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับ 2 องค์ประกอบหลักคือ "ยอดขาย" และ "..

by SME Thailand.| 21 กค. 2021

​บทเรียนจากวิกฤต 5 เรื่องการตลาดที่ธุรกิจควรรู้ สร้างโอกาสรอดและได้ไปต่อในสนามต่อไป

ถานการณ์การระบาดสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจ แต่อย่าเอาแต่โฟกัสไปที่ผลกระทบด้านลบที่โควิด-19 มี เรามาเรียนรู้บทเรียนที่แบรนด์ต่างๆ สามารถเรียนรู้ได้..

by SME Thailand.| 19 กค. 2021