​เปิดช่องโกอินเตอร์ ส่งสินค้าขายตลาดนอก SME มือใหม่ใครก็ทำได้!

by SME Thailand 30 มค. 2019
Share:




 
             
     ด้วยยุคนี้เป็นยุคของดิจิทัลและการสื่อสารแบบไร้พรมแดน ทำให้การค้าขายกับลูกค้าต่างประเทศ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เรียกว่าไม่ว่าอยู่เมืองใดของโลก หรือนั่งอยู่บ้านคุณก็สามารถขายของได้ หากสินค้าของคุณเป็นที่เตะตาต้องใจลูกค้าได้มากพอ
               

     แต่สำหรับการส่งสินค้าไปยังต่างประเทศอาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องมีขั้นตอนกระบวนการส่งออกที่ค่อนข้างยุ่งยาก ไหนจะเรื่องพิธีการศุลกากรที่ถูกต้อง หรือจะเลือกใช้บริษัทขนส่งเจ้าไหนถึงจะดี ส่งแบบไหนจึงจะเหมาะสม คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุด ยังไม่นับรวมถึงอุปสรรคด้านภาษาและอื่น ๆ อีกมายมาย ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยหรือรายใหม่หลายคนที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน มักจะตกม้าตายก็ตรงนี้ ทำให้พลาดโอกาสดี ๆ ทางธุรกิจไปอย่างน่าเสียดาย
  

Trick ส่งสินค้าไปต่างประเทศง่ายนิดเดียว! 
               

     แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถ เพราะทุกวันนี้ข้อมูลต่าง ๆ สามารถค้นหาได้ง่ายบนโลกอินเตอร์เน็ต สำหรับใครที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มต้นจากจุดไหนก่อนดี เรามีข้อมูลการเตรียมความพร้อมขั้นพื้นฐานมาฝากกัน


    1. ตรวจเช็คข้อมูลพื้นฐาน อันดับแรกลองดูที่น้ำหนักของสินค้าที่ต้องการส่งไปก่อน (แพ็กเกจจิ้งที่เหมาะสม น้ำหนักสินค้า) จากนั้นดูโซนประเทศที่ต้องการจะส่ง เพื่อจะได้นำไปใช้เป็นข้อมูลคำนวณราคาการจัดส่งได้ถูกต้อง รวมไปถึงกฎระเบียบข้อห้ามในการจัดส่ง และกฎข้อห้ามของประเทศ


     2.ค้นหาบริษัทขนส่งและวิธีการจัดส่งที่เหมาะสม โดยคำนวณจากน้ำหนักของสินค้า ระยะเวลาความรวดเร็วในการจัดส่งที่ต้องการ เช่น หากน้ำหนักมากและไม่รีบจนเกินไป อาจใช้วิธีขนส่งทางเรือ เพราะมีราคาถูกกว่ามาก แต่หากต้องการส่งด่วนอาจต้องเปลี่ยนมาส่งทางเครื่องบิน หรือหากต้องการส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อาจใช้บริการทางรถยนต์ก็ได้ นอกจากนี้ ต้องดูไปได้ถึงโปรโมชั่น และบริการเสริมต่าง ๆ ที่น่าสนใจด้วย


     3.ตกลงราคา ค่าใช้จ่ายให้ชัดเจนตั้งแต่แรก โดยดูตั้งแต่เรื่องราคาสินค้า ค่าบริการขนส่ง รวมถึงช่องทางการชำระเงิน ซึ่งต้องมีการพูดคุยตกลงถึงวิธีการจัดส่ง ระยะเวลาในการขนส่งที่ต้องการ ไปจนถึงรูปแบบการชำระเงินที่ชัดเจน 


FASTSHIP เชื่อมต่อ Logistics และ Marketplace ระดับโลก


      จากข้อมูลพื้นฐานดังกล่าว ทำให้เห็นว่าถ้าคุณสนใจจะส่งสินค้าไปยังต่างประเทศควรจะเริ่มจากอะไรก่อน  แต่ก็อาจต้องใช้เวลาสักนิด โดยเฉพาะการค้นหาข้อมูลของบริษัทขนส่ง ซึ่งแต่ละแห่งก็มีข้อดี ข้อด้อยแตกต่างกันไป แต่ถ้าไม่อยากเสียเวลามานั่งค้นหาข้อมูล หรือเปรียบเทียบราคาและคุณภาพให้ยุ่งยาก ปัจจุบันมีตัวช่วยอย่าง FASTSHIP บริการส่งด่วนระหว่างประเทศสำหรับผู้ประกอบการออนไลน์และบุคคลทั่วไป แพลตฟอร์มที่เป็นตัวกลางเชื่อมกับบริษัทขนส่งชั้นนำต่าง ๆ ของโลก เพื่อให้การส่งสินค้าไปต่างประเทศของคุณกลายเป็นเรื่องง่าย
               

     โดยจุดเด่นที่น่าสนใจของ FASTSHIP นั้นมีอยู่ 2 ข้อด้วยกัน คือ 1.เป็นตัวกลางที่จะเชื่อมเข้ากับบริษัท Logistics ชั้นนำ เช่น UPS, DHL, ARAMEX, FedEx เป็นต้น มาไว้ในที่เดียว ให้คุณได้เลือกว่าจะใช้บริการขนส่งระหว่างประเทศจากบริษัท Logistics เจ้าใดก็ได้ ในราคาที่ถูกกว่า พร้อมบริการจัดการพิธีการศุลกากรให้ด้วย โดยสามารถเช็คสถานะการส่งพัสดุได้ตลอดเวลาจากเว็บไซต์ FASTSHIP หรือจะนำเลข Tracking นี้ไปใส่ในเว็บไซต์บริษัท Logistics ชั้นนำที่คุณเลือกส่งก็สามารถทำได้


     2.เชื่อมต่อ Marketplace ระดับโลก เพื่อให้เกิดความสะดวกมากยิ่งขึ้นแก่ผู้ขายออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น eBAy , Amazon, Alibaba หรือ Etsy โดย FASTSHIP จะมีบริการเชื่อมต่อออเดอร์อัตโนมัติ เพียงเเค่กรอกข้อมูลส่วนตัวลงไปที่หน้า My Account เเละกดเพิ่มช่องทางใหม่ ก็สามารถลิงค์สู่ Marketplace ระดับโลกเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย โดยทุกการสั่งซื้อของลูกค้าปลายทางจะถูกเชื่อมโยงเข้าระบบ FASTSHIP โดยระหว่างที่สินค้ากำลังถูกจัดส่งอยู่ ก็สามารถเช็คสถานะจากเลข Tracking นำไปเสิร์ชหาบน Marketplace ได้อีกด้วย


     นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผู้ประกอบการทำงานได้สะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย เพราะมีบริการรับของถึงบ้านภายในวันเดียว หรือสามารถเลือกเวลาให้เข้าไปรับก็ได้ ไปจนถึงบริการพิมพ์ AWB ได้ทันที หลังทำรายการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องเขียนชื่อ ที่อยู่ผู้รับ และผู้ส่งเองให้เสียเวลา
               

     เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถส่งสินค้าไปขายให้กับลูกค้าต่างประเทศได้อย่างง่ายดาย แม้จะไม่เคยมีความรู้เรื่องการส่งสินค้าไปต่างประเทศมาก่อน และความฝันที่คิดขยายตลาดเพื่อหาลูกค้าต่างชาติ ก็เป็นจริงขึ้นมาได้ โดยไม่มีอุปสรรคด้านการขนส่งมาขวางกั้นอีกต่อไป
 




     สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่สนใจสิทธิพิเศษดังกล่าว สามารถสมัครร่วมแคมเปญได้ที่ SCB Business Center ทั้ง 5 สาขา ประกอบด้วย สยามสแควร์ ซอย 1, เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 5 (ฝั่งอิเซตัน), เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ ชั้น 3 (ฝั่งโรงภาพยนตร์), สำเพ็ง และเดอะแพลทินัม แฟชั่นมอลล์ ชั้น 5 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://businesscenter.scb.co.th หรือติดตามข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวของ SCB SME ได้ที่ facebook.com/groups/scbsme


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​ถึงยุค Economy of Trust สร้างความได้เปรียบธุรกิจด้วย "ความเชื่อใจ"

กลยุทธ์การตลาดยอดฮิตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คือการสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า ในโฆษณาจึงมีคำว่า ‘Experience’ หรือ ‘ประสบการณ์’ อยู่เต็มไปหมด แต่กลยุทธ..

by SME Thailand.| 27 ตค. 2020

​โรงแรมเปิด โลกต้องรู้! กลวิธีสื่อสารกับแขกผู้เข้าพักหลังโควิด ด้วย Storytelling (ตอนจบ)

กลยุทธ์ “การสื่อสาร” ด้วย “Storytelling” ที่ธุรกิจโรงแรมนำมาใช้เพื่อสร้าง Engagement ให้กับกลุ่มเป้าหมายหลังโรงแรมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง นี่คือ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​5 เทคนิค! จัดหน้าร้านให้ปังปุริเย่ ทั้งออฟไลน์-ออนไลน์

การจัดหน้าร้านให้สวยงามน่าเข้า มีป้ายบอกข้อมูลสินค้าไว้ชัดเจน ย่อมเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเลือกซื้อสินค้าได้มากขึ้น โดยในที่นี้ไม่ไ..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020