จับตา 5 ปัจจัยเสี่ยง ลุ้นธุรกิจส่งออกอาหารปี 62 โตตามเป้า 8.5%

by SME Thailand. 04 กพ. 2019
Share:






     จากข้อมูลของสภาหอการค้าฯ สภาอุตสาหกรรมฯ และสถาบันอาหาร เผยว่า การส่งออกอาหารของไทยปี 2561 มีมูลค่า 1,031,956 ล้านบาท หรือมูลค่า 32,190 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6 และร้อยละ 7.3 ในรูปเงินบาทและดอลล่าร์สหรัฐตามลำดับ ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 385,499 ล้านบาท หรือมูลค่า 11,937 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 และร้อยละ 6.2 ในรูปเงินบาทและดอลล่าร์สหรัฐตามลำดับ



 
 
  • 5 อันดับสินค้าอาหารส่งออกมากสุด
     ทั้งนี้สินค้าส่งออกอันดับ 1 ยังคงเป็นข้าว มีสัดส่วนส่งออกร้อยละ 17.5 มูลค่าส่งออก 180,116 ล้านบาท
รองลงมา ได้แก่ ไก่ ร้อยละ 10.7 มูลค่าส่งออก 110,116 ล้านบาท อันดับที่ 3 คือ น้ำตาลทราย ร้อยละ 8.5 อันดับสี่ คือ ปลาทูน่าปรุงแต่ง ร้อยละ 7.1 และอันดับห้า คือ กุ้ง ร้อยละ 5.7
 
 
  • 7 สินค้าที่มูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้น เทียบกับปี 2560 
ข้าว (+8.0%)  
ไก่ (+13.4%)
ปลาทูน่าปรุงแต่ง (+9.5%)  
แป้งมันสำปะหลัง (+33.1%)  
เครื่องปรุงรส(+12.5%)  
มะพร้าว (+19.7%)
อาหารพร้อมรับประทาน (+10.6)  
 
  • 3 สินค้าอาหาร ที่มีมูลค่าส่งออกลดลง เทียบกับปี 2560
น้ำตาลทราย (-3.0%)
กุ้ง (-12.7%)
สับปะรด (-27.8%)
 




อาเซียนตลาดส่งออกหลักอาหารไทย

     ทั้งนี้ตลาดส่งออกอาหารของไทยอันดับที่ 1 คือ ญี่ปุ่น รองลงมา ได้แก่ จีน (อันดับ 2), เวียดนาม (4), อินโดนีเซีย (5), เมียนมาร์ (6), กัมพูชา (7), มาเลเซีย (8) และฟิลิปปินส์ (9) จะเห็นได้ว่าตลาดอาหารสำคัญของไทย 6 ใน 8 ประเทศตั้งอยู่ในภูมิภาคอาเซียน


     แต่หากพิจารณาในกลุ่มภูมิภาค จะพบว่า อาเซียน เป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย มีมูลค่าส่งออก 293,172 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 28.4 ของมูลค่าส่งออกอาหารทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ กลุ่มประเทศอเมริกาเหนือ ร้อยละ 11.8, อันดับ 3 แอฟริการ้อยละ 9.1 อันดับ 4  สหภาพยุโรป ร้อยละ 8.9 และอันดับ 5 โอเชียเนีย ร้อยละ 3.4 ทั้งนี้ หากคิดเฉพาะกลุ่มประเทศมุสลิม (OIC Country 57 ประเทศ) พบว่า มีมูลค่าส่งออก 180,777 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 17.6
 




     “ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับที่ 12 ของโลก ปรับตัวดีขึ้น 2 อันดับ จากอันดับที่ 14 ของโลกในปี 2560 โดยพิจารณาจากมูลค่าส่งออกอาหารในรูปดอลลาร์พบว่า ไทยมีส่วนแบ่งตลาดโลกเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 2.36 จากร้อยละ 2.34 ในปีก่อนหน้า ขณะที่ประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ เช่น สหรัฐฯ บราซิล และจีน ต่างมีส่วนแบ่งตลาดโลกลดลง ส่วนประเทศผู้ส่งออกอาหารที่สำคัญในภูมิภาคอย่างอินเดียและเวียดนาม ต่างก็มีส่วนแบ่งตลาดโลกลดลงเช่นกัน โดยอินเดียเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารอันดับที่ 13 ของโลก ตกลงมา 2 อันดับ ขณะที่เวียดนามเป็นผู้ส่งออกอันดับที่ 17 ของโลกดีขึ้น 1 อันดับ”


     ยงวุฒิ  เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกอาหารไทยปี 2562 คาดว่าจะมีมูลค่า 1,120,000 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.5 จากปี 2561 กลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นมีจำนวน 8 กลุ่ม ได้แก่ ไก่ ปลาทูน่าปรุงแต่ง กุ้ง มันสำปะหลัง เครื่องปรุงรส มะพร้าว สับปะรด และอาหารพร้อมรับประทาน  ส่วนกลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะส่งออกลดลง ได้แก่ ข้าวและน้ำตาลทราย โดยสินค้าที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ข้าว ไก่ น้ำตาลทราย ปลาทูน่าปรุงแต่ง และกุ้ง

 

 
  • 4 ปัจจัยหนุนอุตสาหกรรมอาหารไทยโตในปี 2562

1) การปลดล็อคใบเหลืองประมงไทยของสหภาพยุโรป ที่ทำให้ประเทศคู่ค้าเกิดความเชื่อมั่นในสินค้าประมงไทยมากขึ้น
2) สินค้าอาหารของไทยเป็นที่ต้องการของตลาดอาเซียน โดยเฉพาะ CLMV ที่สินค้าไทยครองตลาดไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 - 60 รวมทั้งตลาดอาเซียนเดิมที่เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าจำพวกข้าว น้ำตาล มันสำปะหลัง อาหารแปรรูป รวมทั้งอาหารฮาลาล
3) ราคาพลังงานอยู่ในระดับต่ำและมีเสถียรภาพ
4) การเมืองไทยมีความชัดเจน สร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจ โดยมีการกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน

 
  • 5 ปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจส่งออกอาหารปี 62

1) ความผันผวนการเมืองระหว่างประเทศ และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้า ส่งกระทบทางอ้อมต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้กำลังซื้อ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อการจับจ่ายใช้สอยลดลงตามไปด้วย
2) แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการประกอบธุรกิจ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวตามทิศทางดอกเบี้ย Fed Fund rate ของสหรัฐฯ
3)การแข็งค่าของเงินบาท กระทบต่อสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป โดยเฉพาะสินค้าที่เน้นตลาดต่างประเทศจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคา รวมถึงรายได้ที่แปลงกลับมาเป็นเงินบาทจะลดลง ทำให้ราคาสินค้าวัตถุดิบการเกษตรลดลงตามไปด้วย
4)รายได้ผู้บริโภคลดลงตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่ยังอยู่ในระดับต่ำตามภาวะเศรษฐกิจ และ
5)สหรัฐฯตัดสิทธิ GSP สินค้าไทย 11 รายการ สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการที่สินค้าไทยในกลุ่มดังกล่าวมีส่วนแบ่งตลาดเกินร้อยละ 50 ในตลาดสหรัฐฯ โดย 6 ใน 11 รายการ อยู่ในกลุ่มสินค้าอาหาร ประกอบด้วยทุเรียนสด มะละกอตากแห้ง มะละกอแปรรูป มะขามตากแห้ง ข้าวโพดปรุงแต่ง และผลไม้/ถั่วแช่อิ่ม
 
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​เปิดโผ 5 สินค้าไลฟ์สไตล์ขายดีเว่อร์ในปี 2019

ตลาดส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ที่สำคัญของไทยยังเติบโตไปได้นั่นเพราะสินค้าของไทยมีจุดเด่นเรื่องการออกแบบ และมีการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลุ่ม..

by SME Thailand.| 19 เมย. 2019

​ถอดสูตรสำเร็จ ‘Harriston’ แบรนด์อาเซียนสู่ช็อกโกแลตระดับเวิลด์คลาส

เมื่อมัคคุเทศก์ชาวมาเลเซียที่พบว่าของฝากยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวมักซื้อในสนามบินคือ ช็อกโกแลต กลายเป็นแรงผลักสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจช็อกโกแลต “Harris..

by SME Thailand.| 17 เมย. 2019

​หยุดหลงทาง! ขายของได้ไม่ได้ ไม่เกี่ยวกับยอด Like - Share – Comment

ในขณะที่เราเข้าใจเสมอมาว่า การได้ยอดไลค์ ยอดแชร์เยอะๆ มีคนเข้ามาคอมเมนต์มากเท่าไหร่ ธุรกิจก็จะประสบความสำเร็จ และเพิ่มยอดขายได้มากขึ้นเท่านั้น แต่มั..

by SME Thailand.| 11 เมย. 2019