ส่อง e-Commerce ไทย ทำไมถึงโตแรงสุดในอาเซียน

by SME Thailand. 04 กพ. 2019
Share:






     ETDA เผย e-Commerce ไทยโตแรงที่สุดในอาเซียนด้วยพฤติกรรมผู้บริโภค ปี 2561 คาดมูลค่าพุ่งสูงถึง 3.2 ล้านล้านบาท พบยอดผู้ใช้อินเทอร์เน็ตโตเกือบ 4 เท่าจากสิบปีที่ผ่านมา จากจำนวนผู้ใช้เพียง 9.3 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2551 ปัจจุบันมีคนใช้มากถึง 45 ล้านคน สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ชอบความสะดวกสบายส่งผลให้ผู้ขายทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น สอดรับกับจำนวนแพลตฟอร์มโดยผู้ประกอบการในไทยและต่างประเทศเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากเช่นกัน





     สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ผลการสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง ระหว่าง 8-10% ต่อปี โดย ETDA ได้จัดเก็บสถิติมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557
 

     “ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตของ B2C (Business to Consumer) สูงเป็นอันดับที่ 1 ของอาเซียน เมื่อเทียบมูลค่าระหว่างปี 2559 กับปี 2560 พบว่า มีมูลค่าเพิ่มถึงกว่า 1 แสน 6 หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี ระบบ e-Payment ที่สะดวกมากขึ้น การขนส่งที่รวดเร็วทำให้ผู้บริโภคหันมาให้ความนิยมซื้อของออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เมื่อมองมาถึงโอกาสของสินค้าและบริการ จะเห็นได้ว่าธุรกิจห้างสรรพสินค้าออนไลน์เติบโต เนื่องจาก Promotion ที่ดึงดูดใจลูกค้า ความน่าเชื่อถือ และความเชื่อมั่นในแหล่งขายที่มีตัวตน นอกจากนี้ ในส่วนของอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และอาหารเสริม ก็กำลังเติบโตมาติดๆ ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่นิยมอาหารและรักสุขภาพมากขึ้น มีการกระตุ้นความต้องการซื้อผ่านทาง Influencer ตลอดจน Youtuber ซึ่งเติบโตมาตลอดช่วงปีที่ผ่านมา การทำการตลาดทางออนไลน์ในปี 2560 สูงถึง 69.92% โดยอันดับแรกที่นิยมมากที่สุดคือ Facebook ทั้งในรูปแบบของการ Boost Post และ Boost Ads เพื่อเข้าถึงลูกค้าและตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น"
 

 


     Big Data กับการพัฒนาธุรกิจ e-Commerce
ปัจจุบันผู้ประกอบการได้มีการนำข้อมูล หรือ Big Data มาพัฒนาธุรกิจ e-Commerce โดยการนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อนำเสนอสินค้าใหม่ๆ ถึง 100% เพื่อให้ตรงกับความต้องการ ตลอดจนเพื่อการวางแผนด้านการตลาดมากถึง 92.85%  และใช้วิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อม เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การจำหน่ายสินค้าที่ 85.71%
 

     ขณะที่ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ถูกนำมาใช้เพื่อการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ  อันดับที่ 1 จะใช้ในการให้บริการ เช่น Chatbot เพื่อให้ข้อมูลกับลูกค้าได้รวดเร็ว และ CRM (69.23%) อันดับที่ 2 ใช้ในด้าน
อื่นๆ อาทิ Claim Analytics, Underwriting (23.07%) และใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค รวมทั้งใช้เพื่อการ
ตัดสินใจในเชิงการบริหาร ด้วยสัดส่วนที่เท่ากัน (15.38%)
 

     ขณะเดียวกันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค 5G จำส่งผลทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ที่ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น       ไม่ว่าจะเป็น การใช้โดรนขนส่งและตรวจตราความปลอดภัย วิดีโอสตรีมมิ่งและถ่ายทอดสดแบบ 360 องศา โลกเสมือนจริงแบบสามมิติเพื่อการเรียนรู้  สิ่งเหล่านี้จะขับเคลื่อน e-Commerce ไทยให้ไปต่อ 
 


 

     ปี 2561 มูลค่า e-Commerce ของประเทศไทยสูงถึง 3.2 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น 11.11 , 12.12, Black Friday ที่ผู้ประกอบการ e-Commerce  ต่างจัดโปรโมชั่นส่งเสริมทางการตลาด ในปีที่ผ่านมา บางผู้ประกอบการมียอดขายสูงถึง 1.44 พันล้านบาท ด้วยปริมาณการสั่งซื้อสินค้ากว่า 1.7 ล้านชิ้น ในระยะ 3 วัน  โดยกลุ่มสินค้าที่เป็นที่นิยมอันดับต้นๆ คือ สินค้าอุปโภคบริโภคของเด็ก เครื่องใช้ไฟฟ้า สมาร์ทโฟน เครื่องสำอาง สกินแคร์  
 

     ขณะที่ Social Commerce ก็มาแรงไม่แพ้กัน คนไทยเลือกซื้อสินค้าผ่าน Social Commerce มากเป็นอันดับสองรองจาก e-Marketplace เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่ซื้อง่ายขายคล่อง ลดช่องว่าง (Barrier) ระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย และเพิ่มอำนาจการต่อรองของลูกค้า ทำให้ลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น
 

     นอกจากนี้ ยังมีอีกปัจจัยที่ลูกค้ามักให้ความสำคัญ คือ ด้านโลจิสติกส์ (Logistics) ซึ่งพัฒนาไปตามความต้องการของลูกค้า มีระบบการติดตาม (Tracking) ตรวจสอบสถานะการส่งที่แม่นยำ ทำให้เกิดความมั่นใจในการสั่งซื้อ ด้านผู้ให้บริการโลจิสติกส์ภาคเอกชนก็มีตัวเลือกหลากหลาย ระบบบริการที่มีการแข่งขันสูงทำให้ผู้รับบริการมีความพึงพอใจ เพราะครอบคลุมพื้นที่ให้บริการมากขึ้น ไม่ได้กระจุกตัวในเมืองใหญ่เท่านั้น
 




โอกาส e-Commerce บุกตลาดต่างประเทศ


     สุรางคณา เผยว่าหากต้องการจะผลักให้ e-Commerce ไทยบุกตลาดต่างประเทศก็สามารถทำได้ เพราะเมื่อวิเคราะห์จากจุดแข็งของประเทศไทยที่เป็นเมืองน่าเที่ยวติดอันดับ 4 ของโลก และสินค้าไทยก็เป็นที่ชื่นชอบของหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น
 
  • เวียดนาม  ชอบสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย เครื่องสำอาง และสินค้าเกี่ยวกับเด็ก
  • อินโดนีเซีย ชอบอาหารทานเล่น (Snack) ของไทยมาก
  • อินเดีย ชอบสินค้าเครื่องปรุงรสอาหารไทย เครื่องสำอาง
  • จีน ชอบเครื่องสำอาง สมุนไพร เสื้อผ้าและกระเป๋า

     “จุดแข็งของสินค้าไทยสามารถสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการ e-Commerce ด้วยเอกลักษณ์และจุดเด่นที่ไม่มีใครเหมือน และเพื่อต่อยอดมูลค่าตลาดให้โตยิ่งขึ้น  ETDA จึงร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ร่วมสนับสนุนการพัฒนาให้เป็น Silicon Valley  ด้าน e-Commerce  ของไทย ผ่าน Young talent platform “ยังทะเล้น” แพลตฟอร์ม เพื่อสร้าง Workforce สนับสนุนผู้ประกอบการ e-Commerce ของไทยในด้านต่างๆ ที่จะร่วมเป็นหนึ่งในการพัฒนาผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลกต่อไป”
                                                                                   
 



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​เปิดโผ 5 สินค้าไลฟ์สไตล์ขายดีเว่อร์ในปี 2019

ตลาดส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ที่สำคัญของไทยยังเติบโตไปได้นั่นเพราะสินค้าของไทยมีจุดเด่นเรื่องการออกแบบ และมีการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลุ่ม..

by SME Thailand.| 19 เมย. 2019

​ถอดสูตรสำเร็จ ‘Harriston’ แบรนด์อาเซียนสู่ช็อกโกแลตระดับเวิลด์คลาส

เมื่อมัคคุเทศก์ชาวมาเลเซียที่พบว่าของฝากยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวมักซื้อในสนามบินคือ ช็อกโกแลต กลายเป็นแรงผลักสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจช็อกโกแลต “Harris..

by SME Thailand.| 17 เมย. 2019

​หยุดหลงทาง! ขายของได้ไม่ได้ ไม่เกี่ยวกับยอด Like - Share – Comment

ในขณะที่เราเข้าใจเสมอมาว่า การได้ยอดไลค์ ยอดแชร์เยอะๆ มีคนเข้ามาคอมเมนต์มากเท่าไหร่ ธุรกิจก็จะประสบความสำเร็จ และเพิ่มยอดขายได้มากขึ้นเท่านั้น แต่มั..

by SME Thailand.| 11 เมย. 2019