เตรียมโกยเงินหยวน! นักท่องเที่ยวจีนเปลี่ยนเที่ยวหรู ดูของแปลก จ่ายไม่อั้น

by SME Thailand. 15 มีค. 2019
Share:



Main Idea
 
  • การเติบโตของเทคโนโลยีและสื่อออนไลน์ บวกกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวเศรษฐกิจของประเทศ  ส่งผลให้พฤติกรรมการท่องเที่ยวของชาวจีน ทั้งในกลุ่มคนจีนวัยกลางคน และกลุ่มวัยรุ่นเปลี่ยนไป!
 
  • จากที่เคยเที่ยวเป็นกรุ๊ปทัวร์ใหญ่ หันมาวางแผนการท่องเที่ยวด้วยตัวเอง และเน้นเที่ยวแบบเฉพาะทางเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสร้างรายได้สูงกว่ากรุ๊ปทัวร์ทั่วไป นี่จึงกลายเป็นอีกตลาดที่น่าจับตามอง และกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในวันนี้  



     นับตั้งแต่ที่รัฐบาลจีนอนุญาตให้ประชาชนสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศได้อย่างอิสระในปี 2554 ส่งผลให้จำนวนทริปที่คนจีนเดินทางออกไปยังต่างประเทศ (ไม่รวมฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน) ในปี 2561 เพิ่มขึ้นถึงเกือบ 3 เท่าตัว จากประมาณ 24 ล้านทริปในปี 2554 เป็น 69 ล้านทริปปี 2561




     ประกอบกับความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และการเกิดขึ้นของสื่อออนไลน์ ซึ่งช่วยให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวเป็นที่แพร่หลาย และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ช่วยส่งเสริมให้คนจีนจำนวนหนึ่งเกิดความคุ้นเคยกับการท่องเที่ยวในต่างประเทศ


     นอกจากนี้รายได้ของคนจีนที่เติบโตสอดคล้องกับเศรษฐกิจที่ขยายตัวในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและพฤติกรรมการท่องเที่ยวทั้งในกลุ่มคนจีนวัยกลางคนและกลุ่มคนจีนรุ่นใหม่ เช่นเดียวกับกระแสการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆ ทั่วโลก เหล่านั้น คือ จุดเริ่มต้นที่ทำให้รูปแบบและพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนจีนเริ่มเปลี่ยนไป

 
     เที่ยวกรุ๊ปเล็กลง เน้นแสวงหาประสบการณ์แปลกใหม่

 



     เมื่อพฤติกรรมของคนจีนวัยกลางคน เริ่มเปลี่ยนแปลงรูปแบบการท่องเที่ยวจากแต่ก่อนเคยนิยมท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ใหญ่กลายเป็นกรุ๊ปทัวร์ที่เล็กลงและยืดหยุ่นมากขึ้น โดยผลสำรวจของ McKinsey เปิดเผยว่ากลุ่มคนจีนอายุ 35 ปีขึ้นไป เริ่มสนใจการท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ที่สามารถออกแบบได้ด้วยตนเอง (Private & customized tour) ซึ่งมักจะมีลักษณะที่เฉพาะเจาะจงมาก เช่น ทัวร์ท่องเที่ยวขั้วโลกเหนือ ทัวร์ปีนเขาเอเวอเรสต์ ทัวร์ซาฟารีในแอฟริกา ทัวร์ที่เน้นทานอาหารมื้อหรูในร้านระดับ Michelin Star และชิมไวน์ที่มีชื่อเสียง ทัวร์เจาะลึกด้านสถาปัตยกรรม ฯลฯ


     กรุ๊ปทัวร์ลักษณะนี้มักเกิดจากความต้องการท่องเที่ยวเฉพาะในกลุ่มเพื่อนฝูงหรือครอบครัว ทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่อกรุ๊ปไม่มากนักและมีราคาสูง ทั้งนี้สถิติของ Ctrip ระบุว่าแพ็กเกจทัวร์ที่ลูกค้าออกแบบ และปรับแต่งผ่านบริการของ Ctrip จะมีราคาสูงกว่าราคากรุ๊ปทัวร์รูปแบบทั่วไปอย่างน้อย 23% และถือเป็นตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในจีน ตรงข้ามกับตลาดกรุ๊ปทัวร์ทั่วไปที่กำลังหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง


     ในขณะที่ฝั่งของกลุ่มคนจีนรุ่นใหม่เริ่มนิยมจ้างไกด์ท้องถิ่น เพื่อเสาะหาประสบการณ์แปลกใหม่มากขึ้น ผลสำรวจเดียวกันจาก McKinsey ชี้ให้เห็นอีกว่าคนจีนอายุระหว่าง 20 - 34 ปี นิยมเลือกจุดหมายปลายทาง จองที่พัก และตั๋วเครื่องบินด้วยตนเอง แต่จะเสาะหากิจกรรมหรือแหล่งท่องเที่ยวแปลกใหม่ในจุดหมายปลายทางผ่านสื่อออนไลน์ จากนั้นจึงจ้างไกด์ท้องถิ่น เพื่อให้นำเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวที่ตนเองสนใจแบบเจาะลึก ควบคู่กับการช่วยแก้ปัญหาด้านการสื่อสาร เนื่องจากคนจีนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว หรืออาจเลือกซื้อแพ็กเกจทัวร์ที่ตนเองสนใจจากบริษัททัวร์ท้องถิ่นเพื่อหาแหล่งท่องเที่ยวที่แปลกใหม่มากขึ้นได้เช่นกัน


     ทั้งนี้ในปัจจุบันมีบริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์อิสระจำนวนมากที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวในลักษณะนี้ รวมถึงมีธุรกิจ Startup หลายรายที่สร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อแพ็กแกจกิจกรรมที่ตนเองสนใจจากคนในชุมชนท้องถิ่นได้โดยตรง เช่น LocalAlike, TakeMeTour หรือ Airbnb Experience ซึ่งถือเป็นช่องทางที่ช่วยกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวไปยังชุมชนท้องถิ่นได้อีกทางหนึ่ง


 
     แนะท่องเที่ยวไทยปรับตัว ดึงเอกลักษณ์ท้องถิ่น ชูความต่าง


 

     จากข้อมูลดังที่กล่าวมานี้ ภาคการท่องเที่ยวไทยจึงควรปรับตัว เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมการท่องเที่ยวของชาวจีนที่เปลี่ยนแปลงไป บริษัทนำเที่ยวขนาดใหญ่อาจปรับเปลี่ยนหรือขยายรูปแบบการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ โดยการนำเสนอกิจกรรมหรือแหล่งท่องเที่ยวที่แปลกใหม่และน่าสนใจในแพ็กเกจทัวร์ ซึ่งอาจเน้นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ชื่นชอบ เช่น กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาหาร การเดินชมตลาดและวิถีชีวิต รวมถึงการได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนท้องถิ่น เป็นต้น


     นอกจากนี้ธุรกิจที่พึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ขนาดใหญ่อาจขยายฐานลูกค้า และกระจายความเสี่ยงไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ที่นิยมหาข้อมูล และวางแผนการท่องเที่ยวด้วยตนเองผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งต้องใช้วิธีการทำการตลาดที่ต่างออกไปจากเดิมเพื่อให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ เช่น การโปรโมทสินค้าหรือแหล่งท่องเที่ยวผ่าน Influencer หรือ blogger ที่มีชื่อเสียงในกลุ่มวัยรุ่นชาวจีน การฉายคลิปโฆษณาผ่านแพลตฟอร์ม การแชร์วิดีโอออนไลน์ของจีนเป็นต้น ในขณะเดียวกันชุมชนท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจ ก็สามารถสร้างธุรกิจจากจุดเด่นของตนเพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยว และรับประโยชน์จากกระแสการเปลี่ยนพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนจีนได้เช่นกัน
 

ข้อมูลโดย :  ปุลวัชร ปิติไกรศร Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​AIS สร้างระบบนิเวศการสื่อสาร เชื่อมโอกาสธุรกิจ SME ไทย

วันนี้ดิจิทัลเป็นส่วนสำคัญที่ส่งเสริมให้ทำธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น เป็นเทรนด์ที่เอไอเอสมองเห็นและหันมาสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ไทย ให้เติบโตไปพร้อมกับเทค..

by SME Thailand.| 15 พค. 2019

​หมดยุค 'ตัวกูของกู' มาพลิกธุรกิจให้ปังด้วยวิธีที่ไม่ต้องเป็นกูรูก็ทำได้

จากประสบการณ์ที่มีโอกาสทำงานกับ SME มา ทำให้มองเห็นทฤษฎีการตลาดแนว ‘ตัวกูของกู’ ในธุรกิจ SME หลายๆ เจ้า คงเพราะเกิดจากความมั่นใจ และแน่วแน่ในการทำกา..

by SME Thailand.| 15 พค. 2019

​พร้อมยืนหนึ่งในตลาดออนไลน์! ปักหมุดไว้ 5 ข้อ SME ต้องมี

นับวันแวดวงอี-คอมเมิร์ซยิ่งมีการแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ ดิจิทัลมาร์เก็ตติงจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจ SME

by SME Thailand.| 29 เมย. 2019