เมื่อคนเบื่อรีวิวดารา ถึงเวลาหยิบเทรนด์ Micro Influencers มาใช้ให้ธุรกิจ Success!

by SME Thailand. 15 สค. 2019
Share:



Main Idea
 
  • ยุคนี้มีช่องทางมากมายในการทำให้แบรนด์ของคุณเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น อย่างกลยุทธ์ Micro Influencer ที่กำลังเข้ามาแทนที่พรีเซนเตอร์ เซเลบริตี้ ไปจนถึง Influencer ทั่วไป เพราะผู้บริโภคยุคใหม่ไม่เชื่อคำโฆษณาแบบเดิมๆ อีกต่อไป
 
  • Micro Influencer จะเป็นผู้เติมเต็มความไม่แน่ใจตรงนี้ให้แก่ผู้บริโภคได้ เป็นเหตุผลว่าทำไม Micro Influencer จึงเป็นผู้ช่วยตัดสินใจขั้นสุดท้ายของผู้บริโภค





     ย้อนกลับไปสมัยก่อน การที่ธุรกิจหนึ่งธุรกิจอยากสร้างแบรนด์ ต้องทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเพื่อทำให้ผู้บริโภครู้จัก ไม่ว่าจะเป็นการจ้างพรีเซนเตอร์ระดับประเทศ การลงโฆษณาโทรทัศน์หลักล้านบาท แต่พอมาถึงยุคนี้ มีช่องทางมากมายในการทำให้แบรนด์ของคุณเข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้น เช่น การใช้ผู้บริโภคตัวจริงเป็นผู้บอกต่อหรือที่เราเรียกว่า กลยุทธ์ Micro Influencer ที่กำลังเข้ามาแทนที่พรีเซนเตอร์ เซเลบริตี้ไปจนถึง Influencer  ทั่วไป เพราะผู้บริโภคยุคใหม่ไม่เชื่อคำโฆษณาแบบเดิมๆ อีกต่อไปแล้ว
                 

     อนุพงศ์ จันทร
ผู้บริหาร Revu แพลตฟอร์มด้านการรีวิวสินค้าและบริการในเครือบริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด เผยว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาการใช้กลยุทธ์ Micro Influencer ได้รับการตอบรับอย่างดีจากสินค้ากว่า 500 แบรนด์ ส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทเติบโตในระดับเลข 2 หลักมาโดยตลอด และคาดว่าในปีนี้จะเติบโตจากปี 2561  ถึง 26 เปอร์เซ็นต์ ด้วย สอดคล้องกับเทรนด์ Micro Influencer ที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้
               

     “พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคนี้มีความเชื่อถือบล็อกเกอร์ดังน้อยลง อย่างเมื่อก่อนคนจะเชื่อถือมาก พอรีวิวอะไรก็จะตามไปซื้อทันที แต่ตอนนี้พวกเขาเชื่อถือแค่ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นอกจากนี้ผู้คนยังนิยมสิ่งใหม่ๆ มองหาเทรนด์ใหม่ๆ ผ่านการอ่านบล็อกและดูรีวิวเสมอ โดยการอ่านรีวิวจะเป็นตัวช่วยขั้นที่สองในการตัดสินใจซื้อสินค้า แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนเชื่อมากที่สุดถึง 92 เปอร์เซ็นต์ ก็คือเชื่อคนด้วยกันเอง”
 


 
  • Micro Influencer ผู้ช่วยตัดสินใจขั้นสุดท้ายของผู้บริโภค     

           หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม Micro Influencer จึงเข้ามาตอบโจทย์การทำ Digital Marketing ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจเพราะนักรีวิวที่เรียกตัวเองว่า Micro Influencer จะมีลักษณะเข้าถึงง่าย เหมือนเป็นเพื่อนของเรา พวกเขาใช้สินค้าจริง รีวิวตามจริง ที่สำคัญยังมีการใช้ Blog ในการรีวิวสินค้าจึงเป็นข้อดีสำหรับแบรนด์ด้วย เนื่องจากการรีวิวใน Blog จะรองรับการเสิร์จแบบ SEO ทำให้เจอข้อมูลสินค้าที่ถูกรีวิวเมื่อผู้บริโภคค้นหาสินค้าของคุณผ่าน Google
               

     ซึ่งอนุพงศ์ได้พูดถึงทฤษฎีการค้นหา 3 ครั้ง เป็นพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคใหม่ที่มักจะใช้การเสิร์ชรวมทั้งหมด 3 ครั้งก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า โดยครั้งแรกจะเป็นการเสิร์ชหาเว็บไซต์หรือเฟซบุ๊กของแบรนด์ หลังจากนั้นเมื่ออ่านข้อมูลคร่าวๆ จะเริ่มเสิร์ชครั้งที่ 2 เพื่อหาการรีวิวจากบล็อกเกอร์ชื่อดัง ดูคลิป อ่านรีวิว แต่สุดท้ายพวกเขายังลังเลจนต้องเสิร์ชครั้งที่ 3 เพื่อหาข้อมูลของการใช้จริง และ Micro Influencer จะเป็นผู้เติมเต็มความไม่แน่ใจตรงนี้ให้แก่ผู้บริโภคได้ เป็นเหตุผลว่าทำไม Micro Influencer จึงเป็นผู้ช่วยตัดสินใจขั้นสุดท้ายของผู้บริโภค
 
 


 
  • ใช้แค่ Micro Influencer อาจไม่พอ      

     ด้วยแรงตะโกนจาก Micro Influencer ตัวเล็กๆ อาจจะไม่เพียงพอในการสร้าง Awareness หรือพลังการรับรู้ในวงกว้าง โดยจุดนี้เราอาจต้องใช้กลยุทธ์อื่นๆ เข้ามาเสริมทัพ อย่างการใช้ Power Influencer ที่มีผู้ติดตาม 1 แสนถึง 1 ล้านคนไปจนถึง Peer Influencer ที่มีผู้ติดตาม 1 หมื่นคนขึ้นไป ร่วมกับการใช้ Micro Influencer ที่มีผู้ติดตามหลักพันจนถึงหลักหมื่น เนื่องจากการสร้าง Awareness ต้องใช้พลังในการบอกต่อที่มากกว่า หากใช้แค่ Micro Influencer อย่างเดียวคงไม่สามารถทำให้กลยุทธ์การตลาดของคุณประสบความสำเร็จได้ แต่ Micro Influencer นี่แหละที่จะเข้ามาเป็นผู้สร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าเวลาที่พวกเขากำลังลังเลว่าจะซื้อดีหรือไม่ซื้อดี หากมีคนใช้จริงมาช่วยสนับสนุนความคิดก็จะทำให้พวกเขาตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น
               

     โดยปัจจุบันทาง Revu มีแผนจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำตลาดไปสู่ระดับภูมิภาคมากขึ้น โดยมาในชื่อ Revu Family ที่จะเปิดให้บริการใน 6 ตลาดสำคัญของเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ เกาหลีใต้, ประเทศไทย, ไต้หวัน, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ซึ่งใน Revu Family มีนักรีวิวอยู่ถึง 500,000 คนด้วยกัน เป็นโอกาสสำหรับแบรนด์ไทยที่ต้องการบุกตลาดต่างประเทศด้วยการเจาะกลุ่มผู้บริโภคผ่าน Micro Influencer ผ่านประเทศนั้นๆ






     “การขยายตลาด Micro Influencer ออกสู่ระดับภูมิภาคช่วยให้แบรนด์ทำการตลาดได้ลึกซึ้งและเหมาะสมกับบริบทของประเทศนั้นๆ มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ประเทศไทยจะเน้นการรีวิวผ่านบล็อกเป็นหลัก แต่ในเวียดนามนิยมรีวิวผ่านเฟซบุ๊ก หรือไต้หวันที่นิยมรีวิวผ่านอินสตาแกรม เป็นต้น การที่แบรนด์สามารถเข้าถึง Micro Influencer ของแต่ละประเทศ ทำให้ข้อมูลของสินค้าหรือบริการได้รับการนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพและอยู่บนช่องทางที่ถูกต้องนั่นเอง”
 
 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
 
Share:

Related Articles

​เทคโนโลยียังน้อยไป! ยุค Marketing 5.0 ต้องใช้ ‘ข้อมูล’ สร้างประสบการณ์ตรงใจลูกค้า

ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กลยุทธ์การตลาดก็ต้องปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน การทำ Marketing 4.0 ที่เน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเป็นหลั..

by SME Thailand.| 20 กย. 2019

​แก้เกมผู้ซื้อยุคใหม่! ด้วย 4 วิธี เข้าไปอยู่ใน ‘Customer Journey’ ของลูกค้าดิจิทัล

ธุรกิจสมัยนี้เป็นตลาดของ “ผู้ซื้อ” เพราะมีทางเลือกมากมาย จึงมีอำนาจต่อรองมากกว่า “ผู้ขาย” และความทันสมัยของเทคโนโลยีก็ยิ่งทำให้ผู้บริโภคมีพลังวิเศษเ..

by SME Thailand.| 17 กย. 2019

​จับตาเทรนด์ร้อน Lazy Marketing โอกาสธุรกิจรับตลาดคนขี้เกียจ

ความขี้เกียจที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันที่เราคาดไม่ถึง อาจจะสร้างรายได้ให้กับใครบางคนที่มองเห็นถึงปัญหาและสามารถรองรับความขี้เกียจที่เกิดขึ้นนั้นก็เป..

by SME Thailand.| 11 กย. 2019