จับตา 10 ปรากฏการณ์เขย่าโลกธุรกิจ ที่หลังโควิดมาแน่!

by SME Thailand. 08 พค. 2020
Share:




Main Idea
 
  • โลกการทำธุรกิจจะเปลี่ยนหน้าตาไปจากเดิม หลังวิกฤตไวรัสโควิด-19 ผ่านพ้น สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การอยู่รอดให้ได้ในวิกฤต แต่ชีวิตหลังวิกฤตนั้นผู้ประกอบการจะต้องทำยังไง นี่คือโจทย์ที่ท้าทายยิ่งกว่า
 
  • ในทุกวิกฤตมีโอกาส ขอเพียงไม่ท้อ และคิดบวก ถ้าไม่เห็นโอกาสอะไรเลย อย่างน้อยก็เป็นโอกาสในการเรียนรู้ ที่สำคัญคือ Only the Paranoid Survive ผู้ที่ตื่นตัว ใช้ชีวิตโดยไม่ประมาทจะอยู่รอดเสมอ
 
  • และนี่คือ 10 ปรากฏการณ์ที่จะมาเขย่าโลกธุรกิจเมืองไทยหลังวิกฤตโควิด-19 (Thailand after COVID-19: 10 Phenomena) สัญญาณเตือนที่บอกให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวและเตรียมรับมือ เพื่อเปลี่ยนปรากฏการณ์ให้เป็นโอกาสและวางหมากธุรกิจให้พร้อมคว้าชัยในโลกอนาคต




      จะมีอะไรรอผู้ประกอบการไทยอยู่ในโลกหลังโควิด-19 เมื่อสิ่งสำคัญในนาทีนี้ไม่ใช่แค่การประคองตัวให้รอดในวิกฤตเท่านั้น แต่ชีวิตหลังวิกฤตคือความท้าทายมากยิ่งกว่า ผู้ประกอบการจะต้องทำอย่างไร ต้องปรับกลยุทธ์และรับมือแบบไหน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงมากมายที่พลิกโลกธุรกิจให้ต่างไปจากเดิม
               

      “สลิงชอท กรุ๊ป” บริษัทที่ปรึกษาด้านการพัฒนาภาวะผู้นำและการพัฒนาองค์กร ร่วมกับ “สถาบัน The Futures Platform” ผู้เชี่ยวชาญด้านอนาคตศาสตร์ (Futurists) ทําการสํารวจออนไลน์ CEO และผู้บริหารระดับสูงขององค์กรในประเทศไทยกว่า 300 คน เกี่ยวกับแนวโน้มของปรากฏการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในไทยซึ่งเป็นสิ่งปกติใหม่ (New Normal) หลังวิกฤตไวรัสผ่านพ้น
               

      โดยได้สรุปเป็นผลสำรวจผู้นำองค์กรไทยกับ 10 ปรากฏการณ์หลังโควิด (Thailand after COVID-19 : 10 Phenomena) ที่แม้แต่ SME ก็ต้องจับตา


 
                10. Geopolitical Impacts : อิทธิพลของจีนจะมากขึ้น สหรัฐและยุโรปจะอ่อนแอลง


      “อภิวุฒิ พิมลแสงสรุิยา” ผู้ก่อตั้ง  สลิงชอท กรุ๊ป ให้ข้อมูลจากผลสำรวจครั้งนี้ว่า จากนี้ภูมิศาสตร์การเมืองจะเปลี่ยนไปจากเดิม โดยอิทธิพลของจีนจะมีมากขึ้น ขณะที่สหรัฐและยุโรปจะอ่อนแอลง หลังเจอผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์โควิด-19 จากนี้โลกจะเกิดการรวมตัวแบบกลุ่มเล็กๆ มากกว่าการรวมตัวแบบเดิมที่แบ่งเป็นฝ่ายตะวันออกและตะวันตก แต่จะเกิดกลุ่มย่อย และการรวมกลุ่มของประเทศเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ๆ กันมีมากขึ้น


      ผลกระทบต่อการทำธุรกิจ


     ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อแต่ละประเภทธุรกิจที่แตกต่างกันไป เช่น หากอยู่ในธุรกิจการให้บริการ อย่าง ค้าปลีก หรือค้าขายออนไลน์ จะพบว่า จีนจะเป็นคู่แข่งที่สำคัญ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นคู่ค้าที่สำคัญของเราด้วย โดยจีนจะมีอิทธิพลมากขึ้น ต่อไปภาษาจีนจะสำคัญมาก และจะเป็นภาษาอนาคต




     9. Retail in brick & mortar stores : การค้าขายหน้าร้าน จะยังคงมีอยู่ แต่เปลี่ยนรูปแบบไป เป็นคล้ายๆ โชว์รูมของออนไลน์หรือเป็นการสร้างประสบการณ์ในการซื้อให้ลูกค้ามากขึ้น


       จากที่หลายคนคาดการณ์ว่า โควิดครั้งนี้จะทำให้ร้านค้าที่เป็นหน้าร้านเจ๊งไป แต่ปรากฏการณ์นี้กำลังสะท้อนว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น โดยเช่นว่า ร้านค้าที่มีหน้าร้านจะไม่ได้เลิกกิจการไป แต่จะเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม เพราะยังมีลูกค้าอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องการซื้อสินค้าหรือรับบริการจากหน้าร้าน เนื่องจากลูกค้าไม่ได้อยากได้แค่สินค้า แต่อยากได้บรรยากาศ และประสบการณ์


      ผลกระทบต่อการทำธุรกิจ


     ธุรกิจที่มีหน้าร้านยังคงมีอยู่ แต่ต้องเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม โดยเป็นการเน้นสร้างประสบการณ์ในการซื้อและการใช้บริการมากขึ้น  เช่น คนยังเลือกไปทานอาหารที่ร้านเพราะได้ประสบการณ์และบรรยากาศ มากกว่าการสั่งอาหารมาทานที่บ้าน ร้านจึงต้องตอบสนองในสิ่งนี้ และหน้าร้านจะกลายเป็นโชว์รูมของร้านค้าออนไลน์ โดยคนไปดูสินค้า แต่เมื่อต้องตัดสินใจซื้ออาจไปซื้อออนไลน์ก็ได้





      8.
Nature and Food as Remedies : จากนี้ไปคนจะหันมาใส่ใจสุขภาพและดูแลเรื่องอาหารการกิน
อยู่กับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น


      การมาเยือนโลกของไวรัสตัวร้าย ทำให้ผู้คนหันมาตระหนักและให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพและสุขอนามัยมากขึ้น ซึ่งหมายรวมถึงสุขภาพกาย สุขภาพจิต สุขภาพใจ คนจะรับประทานอาหารที่มีประโยชน์กับสุขภาพแทนการกินยา ทานอาหารเป็นยา และสนใจให้ความสำคัญกับธรรมชาติบำบัดมากขึ้น โดยเชื่อว่าถ้าเราใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติมากขึ้น จะทำให้เราสุขภาพดีขึ้น


      ผลกระทบต่อการทำธุรกิจ


      สินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ การดูแลสุขภาพ หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับสุขภาพ จะได้รับความสนใจมากขึ้นเป็นทวีคูน เพราะโควิดทำให้คนตระหนักว่า ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ รวมถึงเทรนด์ของธรรมชาติบำบัดก็จะมาแรง เป็นโอกาสธุรกิจสำหรับผู้ที่สนใจอยากทำธุรกิจแนวนี้

 



     7. Platform economy : ธุรกิจที่เป็นแพลตฟอร์ม อย่างเช่น Facebook, Airbnb, Alibaba, Amazon
จะเติบโตแบบก้าวกระโดด หลังจากนี้


     โควิดเปลี่ยนวิถีผู้คนให้ดำรงชีวิตผ่านบริการของแพลตฟอร์มต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสั่งอาหาร สั่งสินค้าออนไลน์ แม้กระทั่งการทำงาน ทำให้ธุรกิจที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางอย่างแพลตฟอร์มจะเติบโตกว่าที่ผ่านมา และจะเกิดมากขึ้นกว่าที่มีเดิมอยู่ด้วย


     ผลกระทบต่อการทำธุรกิจ


      ธุรกิจและบริการต่างๆ จะเข้ามาใช้บริการแพลตฟอร์มมากขึ้น เช่น ธุรกิจโค้ช เมื่อมีคนอยากเป็นโค้ชเยอะขณะที่มีคนอยากได้รับการโค้ชมากพอสมควร เพียงแต่ยังไม่มีโอกาสมาเจอกัน ฉะนั้นต่อไปหากมีแพลตฟอร์มที่เกี่ยวกับการโค้ช รวมถึงทุกๆ เรื่อง ที่ยังมีความต้องการ ก็จะช่วยธุรกิจและจะสร้างการเติบโตได้
 




      6. Industrial Revolution 4.0 : การปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยใช้เทคโนโลยี, digitization, robotics, AI, Internet of things, biotechnology และ big data จะเกิดขึ้น


      จากนี้ไปเทคโนโลยีต่างๆ  จะถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตมากขึ้น โควิดจะปฏิวัติอุตสาหกรรมเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยี และจะเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง เช่น ซีพี สร้างโรงงานหน้ากากโดยใช้คนจำนวนไม่มาก และทำได้เร็วมาก


      ผลกระทบต่อการทำธุรกิจ


      มองในแง่ดีคือผู้บริโภคจะมีสินค้าและบริการใช้ในราคาที่ถูกลง ขณะที่คนที่อยากทำธุรกิจก็จะง่ายขึ้น ด้วยเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ  แต่ข้อเสียคือ จากเดิมประเทศไทยเคยมีข้อได้เปรียบตรงค่าแรงถูก แรงงานมีฝีมือ ต่างประเทศจึงย้ายฐานผลิตมาที่บ้านเรา แต่ถ้าวันนี้หุ่นยนต์สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องย้ายฐานผลิตมาหาเราอีก และโรงงานต่างๆ ก็จะมีคนน้อยลง  โรงงานลดการใช้คนลงและนำเทคโนโลยีมาใช้แทนมากขึ้น ก็กระทบต่อภาคแรงงาน





     5.
Collapse of world economy : ผลจากโรคระบาดครั้งนี้จะก่อให้เกิดเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่
ทั่วโลก


      เชื่อว่าหลังวิกฤตโควิด-19 สภาพเศรษฐกิจทั่วโลกจะเกิดการถดถอยอย่างรุนแรง และจะเกิดการล่มสลายของเศรษฐกิจในบางประเทศได้ แม้ว่าโรคระบาดจะหายไป แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจและความมั่งคั่งจะไม่กลับมาเร็ว เหมือนที่ทุกคนตั้งความหวังไว้


      ผลกระทบต่อการทำธุรกิจ



      ในแง่ของผู้ประกอบการ สิ่งที่ต้องรับมือไม่ใช่แค่สถานการณ์โควิด และรอคอยให้โควิดให้ไป แต่ยังต้องเตรียมรับมือกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยด้วย ฉะนั้นการบริหารเงินสดในมือยิ่งสำคัญ เพื่อประคองธุรกิจให้รับกับความท้าทายของเศรษฐกิจให้ได้  


       4. Need for the culture of preparation : ความตื่นตัวในเรื่องของการวางแผนเพื่อเตรียมความ
พร้อมรับวิกฤต - BCP จะเข้มข้นและมีความสําคัญเป็นอันดับต้นๆ
           

      หลังเรียนรู้ความเลวร้ายของวิกฤตโควิด จากนี้ความตื่นตัวในเรื่องของการวางแผนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤต จะกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่สำหรับการทำงานในอนาคต ต่อไปนี้เรื่องการบริหารความเสี่ยงต่างๆ จะกลายเป็นหนึ่งในการทำธุรกิจที่ต้องมี
               

      ผลกระทบต่อการทำธุรกิจ


      จากนี้ผู้ประกอบการและองค์กรต่างๆ จะมีความตื่นตัวในเรื่องของการระแวดระวังในการทำธุรกิจมากขึ้น โดยคนที่ตื่นตระหนก ระมัดระวัง ไม่ดำเนินชีวิตอยู่บนความประมาทจะเป็นผู้อยู่รอด ซึ่งต่อไปการรับมือกับวิกฤตจะกลายเป็นวัฒนธรรมการทำงานของทุกองค์กร





      3.
Telepresence : การเจอกันแบบไม่เจอตัว จะมีมากขึ้น ไม่ว่าเป็นการประชุม การพบปะพูดคุย หรือ
การหาหมอ เป็นต้น จะทําผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น


       วิกฤตโควิด สอนการทำงานและการใช้ชีวิตแบบใหม่ให้กับผู้คน จนเกิดความคุ้นเคย ดังนั้นต่อไปนี้การเจอกันแบบไม่เจอตัวจะมีมากขึ้น ซึ่งหมายถึง ทั้งเรื่องการทำงานและเรื่องส่วนตัว เช่น การประชุม Work from Home จะเป็น New Normal  รวมถึงต่อไปการหาหมออาจไม่ต้องไปโรงพยาบาลแล้วก็ได้ เพราะเราสามารถปรึกษาหมอในขณะที่เราและหมอต่างอยู่บ้าน หรือตรวจเลือดส่งไปให้หมอวินิจฉัย ส่งผลตรวจและรับผลตรวจผ่านร้านสะดวกซื้อเหล่านี้เป็นต้น


      ผลกระทบต่อการทำธุรกิจ


       ปรากฏการณ์นี้จะเกิดผลกระทบอย่างมากต่อโลกการทำงาน เช่น คนทำงานที่ไม่ต้องไปที่ทำงานจะมีเยอะขึ้น หรือคนเป็นฟรีแลนซ์เยอะขึ้น หรือคอนโดจากเดิมจุดขายคือการอยู่ใกล้รถไฟฟ้า เพื่อให้คนสะดวกในการไปทำงาน แต่อนาคตอาจไม่จำเป็นแล้ว หรือร้านค้าที่เคยแย่งชิงทำเล ต่อไปอาจไม่จำเป็นเพราะเราสามารถสั่งอาหารโดยไม่ต้องไปที่ร้านได้ ขอเพียงร้านมีพื้นที่ให้จอดมอเตอร์ไซค์และเก้าอี้นั่งรอรับสินค้าสำหรับพนักงานเดลิเวอรี่เท่านั้น โลกของธุรกิจและการทำงานจากนี้จะเปลี่ยนไป




       2.
Online Stores : การซื้อขายออนไลน์จะเติบโตแบบก้าวกระโดด จากนี้เป็นต้นไป


      โควิดสอนให้ผู้คนใช้ชีวิตอยู่บนออนไลน์ และออกจากข้อจำกัดว่าออนไลน์ทำได้แค่บางสิ่ง เป็นออนไลน์ทำอะไรให้เราก็ได้ ฉะนั้นจากนี้ร้านค้าออนไลน์จะมีมากขึ้น การซื้อขายออนไลน์จะโตแบบก้าวกระโดด และอะไรก็ตามที่อยู่ในออฟไลน์จะย้ายไปขายบนออนไลน์ได้หมด การค้าขายออนไลน์จะเกิดขึ้นมหาศาล แต่การค้าขายออฟไลน์ก็จะยังไม่หมดไป เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบไปเท่านั้นเอง


      ผลกระทบต่อการทำธุรกิจ


      ถ้าเราทำการค้าขาย เราต้องมีช่องทางที่เป็นออนไลน์อย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่การไปปิดช่องทางออฟไลน์เดิมที่เคยมีแล้วไปทำออนไลน์อย่างเดียว แต่ต้องเป็นการใช้ทั้งสองช่องทาง และอะไรที่ทำบนออนไลน์ได้ก็ไปทำออนไลน์ เช่นฟิตเนสออนไลน์ที่พบว่าขายดีมากในช่วงที่เกิดโควิด สะท้อนว่าจากนี้ทุกอย่างสามารถย้ายมาขายออนไลน์ได้หมด ซึ่งผู้ประกอบการต้องปรับตัวให้ทัน
 
  1. Teaching & Learning 2.0 : การเรียนการสอนในรูปแบบใหม่ที่อาศัยเทคโนโลยีจะมีมากขึ้น


      ปรากฏการณ์ที่มาแรงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย ซี่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในหลังโควิด ก็รูปแบบการเรียนการสอนที่จะเปลี่ยนไป โดยการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่อาศัยเทคโนโลยีจะมีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ของนักเรียนในโรงเรียน หรือการเรียนรู้ของคนทำงานที่ก็เป็นการเรียนออนไลน์ ขณะที่ผู้สอน ต่อไปครูอาจจะไม่ใช่คนทำหน้าที่สอนหนังสือและให้คอนเทนต์  เพราะคอนเทนต์มีอยู่ทั่วไป หลายครั้งลูกศิษย์รู้เร็วกว่าครูด้วยซ้ำ แต่ต่อไปครูอาจต้องเป็นโค้ชมากขึ้น


      ผลกระทบต่อการทำธุรกิจ


     การทำธุรกิจเกี่ยวกับการเรียนการสอน จะต้องมีเทคโนโลยีออนไลน์เข้ามาเกี่ยวข้อง และปรับรูปแบบโดยทำอย่างไรให้การเรียนสนุก ขณะที่ผู้สอนก็ต้องปรับตัว เพราะการสอนออนไลน์ทักษะจะเปลี่ยนไปจากการสอนแบบเดิมๆ และวิทยากรหรือที่ปรึกษาจะไม่ใช่คนให้คอนเทนต์แล้ว สมัยก่อนวิทยากรอาจหวงคอนเทนต์ เพราะคิดว่า Content is King แต่จากนี้ไปไม่ใช่แล้วเพราะ Content is Free   ข้อมูลหาง่าย ผู้ประกอบการที่ทำเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงต้องปรับตัว



     อภิวุฒิ บอกต่อว่า ปัจจุบัน สลิงชอท กรุ๊ป ได้นำเครื่องมือ “ฟิวเจอร์ส แพลตฟอร์ม เรดาร์” (Futures Platform Radar) ซึ่งมีจุดเด่นตรงที่ใช้งานง่ายบนช่องทางออนไลน์ สามารถดึงปรากฏการณ์หลังโควิดที่สำคัญๆ สำหรับแต่ละอุตสาหกรรมออกมาให้เห็นเป็นภาพที่ชัดเจน รวมทั้งมีการอัพเดทข้อมูลให้เป็นปัจจุบันแบบเรียลไทม์อยู่ตลอดเวลาโดยอัตโนมัติ มาให้บริการกับลูกค้าองค์กรที่ต้องการศึกษาและติดตามแนวโน้ม (Trend) ใหม่ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการให้บริการลูกค้าและปรับกลยุทธ์ในการรับมือกับ New Normal ที่กำลังจะเกิดขึ้น หลังวิกฤตครั้งนี้ผ่านพ้นไปด้วย
เขาบอกถึงบทสรุปที่ได้จากสถานการณ์โควิดครั้งนี้ ที่มอบบทเรียนและข้อคิดให้กับผู้ประกอบการและโลกธุรกิจในวันนี้


     “1. เชื่อว่าวิกฤตมีวันจบ วันหนึ่งมันก็ต้องจบ จะเร็วหรือช้าเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือชีวิตหลังวิกฤตเราจะทำยังไง 2.ในทุกๆ วิกฤตมีโอกาสเสมอ อยู่ที่เราจะมองเห็นโอกาสนั้นไหม ถ้าเราไม่ท้อแท้ ไม่ท้อถอย และคิดบวกก็จะมองเห็นโอกาสในทุกๆ วิกฤต ฉะนั้นใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส พยายามมองหาว่ามีโอกาสอะไรที่เราจะได้ประโยชน์บ้าง ถ้าไม่เห็นอะไรเลย อย่างน้อยก็เป็นโอกาสในการเรียนรู้ เชื่อว่าพวกเราได้เรียนรู้อะไรมากมายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ 3.ไม่มีอะไรสำคัญกว่าสุขภาพของตัวเราเอง ฉะนั้นจงรักษาสุขภาพ และใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนจะให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ และสุขอนามัยของตัวเองมากขึ้น สุดท้าย Only the Paranoid Survive คนที่ตื่นตระหนก ใช้ชีวิตอยู่บนความไม่ประมาท จะรอดเสมอ”
 




www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​ต้องรอด! พลิกโมเดลท่องเที่ยวภูเก็ต ฟื้นวิกฤตในวิกฤต ด้วยกลยุทธ์ “ถูกและดี”

เที่ยวภูเก็ตยุคไหนก็ไม่แฮปปี้เท่ายุคนี้ ยุคที่กำเงินหลักร้อยหลักพันก็สามารถชมความสวยงามของภูเก็ตได้แบบ Exclusive ได้เสพความ “โลคัลสู่เลอค่า” แบบจริง..

by SME Thailand.| 25 กย. 2020

​อย่ามองข้าม! 7 เรื่อง SME ต้องรู้ เพื่อทำการตลาดดิจิทัลให้ไม่เสียแรงเปล่า

การทำการตลาดบนโลกดิจิทัลในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่การทำเนื้อหาดีหรือลงทุนลงโฆษณาไปในหลายๆ แพลตฟอร์มเท่านั้นเพราะบางครั้งลงทุน ล..

by SME Thailand.| 23 กย. 2020

​“เนื้อไก่จากพืช” Plant-based Meat เวอร์ชันใหม่ที่กำลังมา อีกหนึ่งทางเลือกของคนไม่กินเนื้อ

ถึงวันนี้คงไม่ต้องอธิบายกันมากแล้วว่า Plant-based Meat หรือเนื้อจากพืชนั้นคืออะไร เพราะหลายคนคงได้เริ่มทำความรู้จักกับเนื้อชนิดนี้มาแล้วในช่วง 2 – 3..

by SME Thailand.| 21 กย. 2020