‘จับจ่ายในท้องถิ่น-กินใกล้บ้าน’ เทรนด์ผู้บริโภคหลังไวรัส โอกาสที่ใช่ของ SME

by SME Thailand. 03 สค. 2020
Share:
TEXT : รุจรดา วัฒนาโกศัย





Main Idea


 
  • การหยุดชะงักด้านโลจิสติกส์และความขาดแคลนในช่วงโควิด-19 มีผลกระทบอย่างมากต่อการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ จนชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ตว่างเปล่า ผู้บริโภคจึงหันมาซื้อหาของกินของใช้จากร้านค้าใกล้บ้านแทน
 
  • การผลิตและบริโภคอาหารในท้องถิ่นมีความสำคัญมากกว่าที่เคย ช่วยลดความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน ในขณะที่ยังเพิ่มความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โภชนาการและสิ่งแวดล้อมให้กับทั้ง 3 ฝ่าย คือ ผู้ผลิต ผู้บริโภค และชุมชน ทั้งยังเป็นโอกาสของผู้ประกอบการ SME ในชุมชนต่างๆ อีกด้วย

 
               
     ในยุคที่การคมนาคมสะดวกสบาย เราได้กินอาหารจากแหล่งวัตถุดิบทั่วประเทศหรือแม้แต่นำเข้าจากต่างประเทศได้ง่ายดาย แต่เมื่อโควิด-19 ระบาด เกิดการหยุดชะงักด้านโลจิสติกส์ส่งผลกระทบต่อการผลิตและจัดจำหน่าย มีการกักตุนสินค้าจนชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ตว่างเปล่า เราหันกลับมาหาซื้อสินค้าจากตลาดใกล้บ้านหรือร้านเล็กๆ ในชุมชนแทน ผลักดันให้ระบบเศรษฐกิจในชุมชนกลับมาเข้มแข็งเหมือนเช่นในอดีตอีกครั้ง


     ผลการสำรวจของ McKinsey & Company ได้ทำวิจัยกับผู้บริโภคมากกว่า 5,000 รายใน 7 ประเทศของทวีปเอเชีย คือ ออสเตรเลีย จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไทย พบสิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือผู้บริโภคใส่ใจความปลอดภัยด้านสุขอนามัย และเน้นซื้อสินค้าที่มาจากท้องถิ่นมากกว่าที่เคย


     ในช่วงการระบาดเกิดการเลิกจ้างในหลายๆ อุตสาหกรรม ทำให้คนทำงานจำนวนไม่น้อยตัดสินใจหวนคืนกลับบ้านเกิด จำนวนผู้คนที่อาศัยในชุมชนจึงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น คนกลุ่มนี้พร้อมสนับสนุนและเลือกความสะดวกสบายโดยการจับจ่ายให้กับร้านค้าใกล้บ้าน เงินไหลเวียนเข้าสู่กิจการในท้องถิ่น ส่งต่อเงินไปถึงเกษตรกรผู้ผลิตและครอบครัวได้มากขึ้นอีกด้วย นั่นเองที่ทำให้เป็นการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนต่างๆ  มากขึ้น การบริโภคอาหารท้องถิ่นจึงกลายเป็นก้าวย่างใหม่ด้านความมั่นคงทางอาหารของโลกนับจากนี้



 
 
  • ปัจจัยการเลือกซื้อที่เปลี่ยนไป

     ในช่วงเวลาปกติ ปัจจัยการเลือกซื้อสินค้ามักมาจากราคาหรือโปรโมชันส่งเสริมการขาย แต่ในช่วงการระบาดเหตุผลในการเลือกซื้อแตกต่างออกไป จากการสำรวจพบว่าผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น 30 เปอร์เซ็นต์ และคนเกาหลีใต้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ซื้อสินค้าโดยพิจารณาว่าสามารถหาซื้อได้ในท้องถิ่นหรือไม่และพร้อมใช้หรือเปล่า คนญี่ปุ่น 30 เปอร์เซ็นต์และคนเกาหลี 70 เปอร์เซ็นต์ลองซื้อสินค้าจากร้านค้าใหม่ๆ ด้วยเหตุผลข้างต้น และจนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่ได้เปลี่ยนกลับไปใช้แบรนด์เดิมหรือซื้อสินค้าจากร้านเดิมก่อนการระบาด



 
 
  • อาหารในท้องถิ่นปลอดภัยและดีต่อสุขภาพมากกว่า

     โควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพมากขึ้น พวกเขามุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายผ่านการออกกำลังกายและเลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพ ดังนั้น เหตุผลหนึ่งที่ผู้บริโภคชอบใจในการซื้ออาหารในท้องถิ่นเป็นเพราะความสดใหม่ พืชผลถูกเก็บเกี่ยวเมื่อสุกพอดีกินในเวลาที่คุณค่าทางโภชนาการเต็มเปี่ยม


     จากผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการนานาชาติปี 2551 พบว่า บรอคโคลีที่นำเข้ามีวิตามินซีเพียงครึ่งหนึ่งของบรอคโคลีที่เก็บเกี่ยวในท้องถิ่น ด้วยเหตุผลที่ว่าเกษตรกรที่ส่งออกมักเก็บเกี่ยวก่อนผลไม้จะสุกเต็มที่เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ระหว่างการขนส่งไปถึงร้านค้าปลายทาง ซึ่งเป็นผลดีสำหรับร้านค้าผู้จำหน่ายแต่ไม่ดีสำหรับผู้บริโภคเท่าไรเพราะได้รับสารอาหารไม่เต็มที่


     นอกจากนี้ในกระบวนการระหว่างห่วงโซ่อุปทาน อาหารที่มีจุดสัมผัสน้อยก็มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนลดลงด้วย การบริโภคในชุมชนที่ส่งตรงจากเกษตรกรถึงผู้บริโภคหรือผ่านตัวกลางเป็นร้านค้าเพียงแห่งเดียวย่อมปลอดภัยกว่าสินค้าที่เดินทางมาไกล ขณะเดียวกันผู้บริโภคก็ไม่ต้องเดินทางไปไกลเพื่อสินค้าอีกต่อไป



 
 
  • สินค้าชุมชนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า
               
     ทั้งกระบวนการแปรรูป บรรจุภัณฑ์ หรือการขนส่ง ล้วนมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกจุด ยิ่งระยะทางระหว่างผู้ผลิตไปจนถึงผู้บริโภคสั้นแค่ไหนย่อมมีผลกระทบจากคาร์บอนและของเสียน้อยลงเท่านั้น นอกจากนี้การผลิตในท้องถิ่นยังสร้างความรับผิดชอบในหมู่ผู้ผลิตได้มากขึ้น เพราะนั่นคือบ้านและถิ่นที่อยู่ของพวกเขา จึงมีแนวโน้มการมีส่วนร่วมในด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า


     จากการสำรวจของ Futerra พบว่าผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรถึง 96 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าการซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมหรือมีจริยธรรมจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับโลกใบนี้ได้ พวกเขาจึงยอมจ่ายให้กับร้านค้าหรือสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
 
                

               

     จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ว่ามา ถึงเวลาที่ผู้ประกอบการท้องถิ่นจะช่วงชิงตลาดนี้เอาไว้ในมือ อาศัยความเข้าใจความต้องการของคนในชุมชนเป็นอย่างดีหาสินค้าหรือบริการที่ดีมาตอบสนอง และอย่าลืมมองหาเทคโนโลยีเข้ามาบรรเทาความอ่อนแอของระบบการผลิต เช่น เพาะปลูกได้ทุกสภาพอากาศ การลดต้นทุนต่อหน่วย และเสริมความเข้มแข็งโดยเชื่อมผู้บริโภคและผู้ผลิตเข้าด้วยกัน สร้างตลาดที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย เพื่อดึงลูกค้าให้ยังใช้ซื้อและใช้บริการต่อไปในอนาคต
 
               
     ในวิกฤตไม่ได้มีแต่เรื่องร้ายๆ แม้แต่การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคบางอย่างก็เป็นโอกาสให้ SME ได้เช่นเดียวกับเทรนด์ที่เกิดขึ้นหลังโควิดของผู้คน ลองมองหาโอกาสปรับกลยุทธ์ของตัวเองให้สอดรับและตอบสนองกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปนี้ ไม่แน่ว่าหลังโควิดธุรกิจของคุณอาจจะกลับมาปังอย่างที่คาดไม่ถึงก็ได้นะ
               
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​โรงแรมเปิด โลกต้องรู้! กลวิธีสื่อสารกับแขกผู้เข้าพักหลังโควิด ด้วย Storytelling (ตอนจบ)

กลยุทธ์ “การสื่อสาร” ด้วย “Storytelling” ที่ธุรกิจโรงแรมนำมาใช้เพื่อสร้าง Engagement ให้กับกลุ่มเป้าหมายหลังโรงแรมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง นี่คือ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​5 เทคนิค! จัดหน้าร้านให้ปังปุริเย่ ทั้งออฟไลน์-ออนไลน์

การจัดหน้าร้านให้สวยงามน่าเข้า มีป้ายบอกข้อมูลสินค้าไว้ชัดเจน ย่อมเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเลือกซื้อสินค้าได้มากขึ้น โดยในที่นี้ไม่ไ..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​โรงแรมเปิด โลกต้องรู้! กลวิธีสื่อสารกับแขกผู้เข้าพักหลังโควิด ด้วย Storytelling (ตอน 1)

หลังจากวิกฤตโควิด-19 ในประเทศไทยเริ่มผ่อนคลาย หลายๆ ธุรกิจจึงเริ่มกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง หนึ่งในนั้นก็คือธุรกิจโรงแรม หลังจากที่โรงแรมได้ปรั..

by SME Thailand.| 15 ตค. 2020