ทีเอ็มบีควบธนชาต รวมกันครั้งนี้ SME ได้อะไร

by SME Thailand. 27 กพ. 2019
Share:
Text : Cheerawat






Main Idea
  • ภายหลังธนาคารทีเอ็มบีและธนชาตรวมกิจการกัน จะมีฐานลูกค้าแตะระดับ 10 ล้านคน  มีสินทรัพย์รวมประมาณ 2 ล้านล้านบาท กลายเป็นธนาคารพาณิชย์ไทยที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 
 
  • ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์จะยังเป็นอันดับ 1 สินเชื่อที่อยู่อาศัยจะเป็นอันดับ 4 ขณะที่สินเชื่อ SME จะขยับมาเป็นอันดับ 5 ของตลาด มีฐานผู้ใช้ Mobile Banking เพิ่มเป็น 2-3 ล้านราย
 
  • ระหว่างกระบวนการรวมกิจการซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2562 นี้ ทั้ง 2 ธนาคารจะยังดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อเดิม และยังไม่มีนโยบายปรับลดพนักงานลงแต่อย่างใด



     ภายหลังการลงนามในบันทึกข้อตกลงแบบไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่าง ING Groep N.V. (ING), บมจ.ทุนธนชาต (TCAP), Bank of Nova Scotia (BNS), ธนาคารธนชาต (TBANK) และธนาคารทหารไทย (TMB) เพื่อการรวมกิจการระหว่างธนาคารทีเอ็มบีและธนาคารธนชาต แม้จะยังไม่ได้ชื่อธนาคารใหม่เพราะอยู่ระหว่างกระบวนการรวมกิจการซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2562 แต่สิ่งที่ชัดเจนแล้วคือ การรวมกันครั้งนี้จะทำให้มีฐานลูกค้าแตะระดับ 10 ล้านคน  มีสินทรัพย์รวมประมาณ 2 ล้านล้านบาท และกลายเป็นธนาคารพาณิชย์ไทยที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6  ทันที






     จุมพล ริมสาคร
รองปลัดกระทรวงการคลังในฐานะตัวแทนประธานกรรมการธนาคาร TMB บอกเราว่า แผนการรวมกิจการในครั้งนี้นับเป็นการผนึกกำลังกันอย่างชัดเจนซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทำให้ธนาคารมีความมั่นคงมากขึ้น ทั้งยังสอดคล้องกับแนวคิดของภาครัฐในการส่งเสริมการรวมกิจการเพื่อเพิ่มขนาดกิจการและศักยภาพในการแข่งขันของธนาคารพาณิชย์ไทยให้มีความสามารถทัดเทียมสากลอีกด้วย


     ด้าน ศุภเดช พูนพิพัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ทุนธนชาต (TCAP)  กล่าวเสริมว่า แผนการรวมกิจการครั้งนี้ จะทำให้ธนาคารหลังการรวมกิจการมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น มีเงินทุนมากเพียงพอ มีช่องทางการให้บริการที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว โดยมีจุดแข็งจากธนาคารธนชาตที่เป็นผู้เชี่ยวชาญการให้บริการสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อรถยนต์ ซึ่งถือเป็นผู้นำอันดับ 1 ของตลาด รวมกับทีเอ็มบี ที่มีจุดเด่นในการระดมเงินฝาก และนวัตกรรมด้านการบริการใหม่ๆ จะทำให้ธนาคารหลังรวมกิจการมีต้นทุนการทำธุรกิจที่สามารถแข่งขันได้ดีขึ้น มีศักยภาพในการสนับสนุนลูกค้าได้มากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อลูกค้า คู่ค้า พนักงาน และผู้ถือหุ้น ตลอดจนอุตสาหกรรมธนาคารไทย และระบบเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย


     ขณะที่ Mr. Mark Newman, Head of Challengers & Growth Markets Asia ผู้แทนของ ING กล่าวว่า เชื่อมั่นว่า การรวมกิจการระหว่างสองธนาคารจะทำให้เกิดสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่ดี และมีบทบาทที่สำคัญยิ่งต่ออุตสาหกรรมธนาคารไทย ตลอดจนต่อลูกค้าในประเทศไทย ทั้งนี้มองว่าทั้งสองธนาคารถือเป็นคู่ที่เหมาะสมกัน เนื่องจากต่างมีจุดแข็งที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน ซึ่งจะทำให้ธนาคารภายหลังการรวมกิจการมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า หรือประมาณ 10 ล้านราย โดยเฉพาะฐานลูกค้ารายย่อย และด้วยขนาดกิจการที่ใหญ่ขึ้น ผสานกับศักยภาพการเป็นผู้นำด้านดิจิทัลก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน รวมทั้งการบริหารและใช้ประโยชน์จากงบดุล (Balance Sheet Optimization) ได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้นด้วย


     ในฐานะผู้ประกอบการ SME จะได้รับผลกระทบอย่างไรจากการควบรวมกิจการครั้งนี้ ปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี บอกเราว่า การรวมกิจการครั้งนี้จะทำให้สินเชื่อ SME ของธนาคารขึ้นมาเป็นอันดับ 5 ของตลาด ขณะที่สินเชื่อรถยนต์ ยังเป็นอันดับ 1 ของตลาด ส่วนสินเชื่อที่อยู่อาศัยจะเป็นอันดับ 4 โดยเชื่อว่าจะมีผลิตภัณฑ์และบริการที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้น สามารถตอบสนองลูกค้าทุกกลุ่มได้ดีขึ้น


     “มองว่าทั้งสองธนาคารมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน โดยทีเอ็มบีมีจุดแข็งทางด้านนวัตกรรมการบริการ ด้านผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ส่วนธนชาตก็เชี่ยวชาญการให้บริการสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อรถยนต์ ที่เป็นผู้นำอันดับ 1 ของตลาด ซึ่งการรวมกันครั้งนี้จะทำให้เราสามารถนำสิ่งที่ทำได้โดดเด่นนี้ไปส่งมอบให้ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ยกตัวอย่าง ทีเอ็มบีมีลูกค้าประมาณครึ่งหนึ่งอยู่ในดิจิทัล หากลูกค้ากลุ่มนี้อยากได้สินเชื่อรถยนต์ ในอดีตทีเอ็มบีไม่มีให้บริการ แต่จากนี้เราจะสามารถบริการได้ครอบคลุมขึ้น เช่นเดียวกับธนชาตซึ่งมีลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการ SME ที่เช่าซื้อรถยนต์ อาจต้องการผลิตภัณฑ์ทางด้านการลงทุนอื่นๆ ซึ่งจากนี้เราจะสามารถให้บริการได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นมันจึงไม่ใช่แค่การสร้างจุดแข็งใหม่ แต่เป็นการนำจุดแข็งเดิมที่แต่ละคนมีมาเสริมซึ่งกันและกัน และทำให้เราสามารถแข่งขันได้มากขึ้นนับจากนี้”


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:
B11

Related Articles

​​7 ข้อควรรู้ “บัญชีเดียว” ทำแล้ว SME ได้อะไร?

แม้การทำ “บัญชีเดียว” จะเป็นที่พูดถึงกันมานาน แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังมี SME อีกไม่น้อยที่ยังขาดความเข้าใจหรือมองว่าไม่จำเป็น แต่จริงๆ แล้วการทำบัญชีเด..

by SME Thailand| 25 กพ. 2019

​จับตาเศรษฐกิจไทยฟื้นหรือฟุบ? ค่าเงินแข็งค่าสุดในรอบ 5 ปี แตะ 31 บาท

ชั่วโมงนี้ประเด็นร้อนที่จะไม่พูดถึงคงไม่ได้คือ เงินบาทที่ล่าสุดแข็งค่าอย่างรวดเร็วจนลงมาแตะ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือแข็งค่าที่สุดในรอบกว่า 5 ปี ส่..

by SME Thailand| 22 กพ. 2019

​ไทยพาณิชย์ มอบรางวัลเกียรติยศ 5 SME ไทยสร้างธุรกิจโตยั่งยืน

ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกาศผลรางวัลเกียรติยศ “Bai Po Business Awards by Sasin ครั้งที..

by SME Thailand| 21 กพ. 2019