ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองเศรษฐกิจครึ่งหลังดีกว่าครึ่งแรก

by SME Thailand. 26 มิย. 2019
Share:
Cr. ภาพ pixzabay


     ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจัดงานเสวนาเรื่อง “มองเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง” เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา โดยได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลงมาอยู่ที่ 3.1% จากเดิมที่ 3.7% จากภาคการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของการค้าโลก หลังสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนมีโอกาสยืดเยื้อ
 

     ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า “ทิศทางการค้าโลกในระยะที่เหลือของปีนี้ อาจถูกกดดันจากการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในวงเงินที่เหลืออีก 3.25 แสนล้านดอลลาร์ฯ ทำให้มีการปรับลดประมาณการของการส่งออกในปีนี้ลงมาที่ 0% จากเดิมที่ 3.2% ซึ่งต้องติดตามผลการประชุมG20 และการหาทางออกของเกมการเมืองของทั้งสองประเทศ รวมถึงสถานการณ์การแข็งค่าของเงินบาท แต่ทั้งนี้ หากมีสัญญาณบวกจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีนมากขึ้น การส่งออกยังมีโอกาสโตในแดนบวก ซึ่งจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยหนุนให้ตัวเลขจีดีพีเอียงเข้าหากรอบบนของช่วงประมาณการใหม่ที่ 2.9-3.3% ได้”
 

     แม้ตัวเลขจีดีพีทั้งปี อาจลดภาพบวกลงจากเดิม แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีกว่าในช่วงครึ่งปีแรก จากผลของฐานและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ที่คาดว่าจะผลักดันนโยบายที่สอดคล้องกับที่พรรคร่วมรัฐบาลเคยหาเสียงไว้ช่วงก่อนการเลือกตั้ง อาทิ นโยบายประชารัฐ ประกันรายได้พืชผลเกษตร รวมถึงนโยบายเร่งด่วนเพื่อเยียวยาผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกด้วย แรงกระตุ้นเหล่านี้น่าจะเพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบจากความล่าช้าของงบประมาณประจำปี 2563 ได้
 

     ส่วนแนวโน้มดอกเบี้ยนั้น การประชุม กนง.น่าจะยังคงนโยบายไว้ที่ 1.75% ในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยให้น้ำหนักกับประเด็นเชิงเสถียรภาพ คู่ขนานไปกับการติดตามปัจจัยเสี่ยงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ยังมีอยู่มาก ขณะที่ คาดว่าเฟดอาจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ราว 1-2 ครั้งในปีนี้ หลังสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มอ่อนแรงลง
 

     ด้านสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในไทยนั้น นางสาวณัฐพร มองว่าตัวเลขทั้งปีนี้ น่าจะเติบโตที่ 4.5% ลดลงจากประมาณการเดิมที่ 5% โดยถูกถ่วงลงจากสินเชื่อภาคธุรกิจที่เติบโตช้าตามบรรยากาศเศรษฐกิจ รวมถึงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในช่วงที่เหลือของปีที่คงทยอยรับรู้ผลกระทบจากการเร่งซื้อล่วงหน้าไปแล้วก่อนมาตรการ LTV มีผลบังคับใช้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะที่ เอ็นพีแอลนั้น แม้จะมีโอกาสปรับขึ้นในช่วงระหว่างปี โดยเฉพาะจากหนี้ที่เคยปรับโครงสร้างไปแล้ว (Re-Entry) แต่ปิดปี ก็น่าจะรักษาระดับที่สอดคล้องกับเป้าหมายของธนาคารแต่ละแห่ง



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​เจ้าของกิจการต้องอ่าน ถ้าอยากมีฐานะการเงินมั่นคั่ง เปิดวิธีสร้างรายได้จากธุรกิจตัวเอง

เจ้าของกิจการไม่ว่าจะเป็น SME หรือ Startup นอกเหนือจากการดูแลสุขภาพของกิจการแล้ว ยังมีเรื่องสำคัญต้องทำคือการสร้างสุขภาพทางการเงินให้กับตัวเองเช่นกัน

by SME Thailand.| 18 กค. 2021

​ทำความรู้จัก ไม้ยืนต้น 58 ชนิด ใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ขอสินเชื่อได้

ไม่ใช่แค่ต้นไม้ด่างหรือไม้ฟอกอากาศที่มีค่าราคาเป็นแสนเท่านั้น เพราะไม้ยืนต้นจำนวน 58 ชนิดก็มีค่าสามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้

by SME Thailand.| 02 กค. 2021

​4 ทางออกช่วย SME เคลียร์หนี้ช่วงวิกฤต ช่วยธุรกิจผ่อนหนักให้เป็นเบาตามมาตรการ ธปท.

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและประชาชนจำนวนมากที่ต้องขาดรายได้จนนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้กับทางสถาบันการเงิน ไปลองดูกันว่าผู้ปร..

by SME Thailand.| 01 กค. 2021