บล.บัวหลวง ปักหมุด “ตลาดหุ้นเวียดนาม” น่าลงทุน รับเศรษฐกิจโตเกินคาด

by SME Thailand. 09 ตค. 2019
Share:




     หลักทรัพย์บัวหลวง  เปิดมุมมองการลงทุน “ตลาดหุ้นเวียดนาม” ชี้ระยะยาว “ดัชนี VN Index” มีโอกาสกลับไปยืนกรอบเดิม 1,100 -1,200 จุด หลังภาพรวมเศรษฐกิจคึกคัก ขณะที่ 3 ดัชนีใหม่ในตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์จะเป็นแรงดูดฟันด์โฟลว์หน้าใหม่ พร้อมเปิดโผ 3 หุ้นเด็ดต้องมีติดพอร์ต
 
 
     รัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ ผู้อำนวยการ หัวหน้าฝ่าย Global Investing บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์เวียดนาม ถือเป็นอีกหนึ่งตลาดหุ้นต่างประเทศที่เหมาะกับการลงทุนในระยะยาว โดยดัชนี VN Index (คล้าย SET Index) กลับมาวิ่งทะลุ 1,000 จุด อีกครั้งเมื่อปลายเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยา หลังเคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,011.86 จุด เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2562
 
 
     เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นเวียดนามน่าลงทุน เกิดจากกำลังซื้อภายในประเทศ เริ่มมีความคึกคักมากขึ้น สะท้อนผ่านตัวเลขเศรษฐกิจ (GDP) ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2562 ออกมาดีเกินคาดที่ระดับ 7.31 เปอร์เซ็นต์ หนุนโดยกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต และกลุ่มบริการที่ขยายตัว 10.1 เปอร์เซ็นต์ และ 7.1 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ตัวเลขนำเข้าส่งออก และจำนวนนักท่องเที่ยวในเดือนก.ย.ที่ผ่านมา เติบโตระดับ 15.6 เปอร์เซ็นต์ 9 เปอร์เซ็นต์ และ 28.8 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
 
 
     นอกจากนั้นยังมีโอกาสที่จะเห็นเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติหน้าใหม่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเวียดนามมากขึ้น หนุนโดย 2 ปัจจัยหลัก คือ 1.FTSE บริษัทจัดทำดัชนีในระดับสากลได้นำเวียดนามเข้าสู่รายการเฝ้าดู (Watchlist) สำหรับการจัดประเภทเป็น “ตลาดเกิดใหม่” (Secondary Emerging market) ซึ่งหากเวียดนามปรับปรุงเรื่องระบบการชำระราคาได้สำเร็จ มีโอกาสสูงที่อาจเห็นเวียดนามได้รับการอัพเกรดในช่วงปลายปี 2563 
 
 
     2.ตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์เตรียมยกระดับการพัฒนาตลาดทุน ด้วยการออก 3 ดัชนีใหม่ คือ 1.ดัชนี Vietnam Diamond Index (VN Diamond) อ้างอิง 5 กลุ่มอุตสาหกรรม คือ ธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ ไอที และค้าปลีก โดยหุ้นที่เข้าข่ายต้องเป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องสูง และ Foreign Room เต็ม เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนได้เพิ่มขึ้น 2.Vietnam Leading Financial Index (VNFIN Lead) และ 3. Vietnam Select Sector Index (VNFIN Select) เป็นดัชนีที่เกี่ยวข้องกับหุ้นกลุ่มธนาคาร จากปัจจัยดังกล่าวน่าจะส่งผลให้ตลาดหุ้นเวียดนามมีความคึกคักมากขึ้น 
 
 
     กูรูหลักทรัพย์ต่างประเทศ แนะนำ “3 หุ้นเด่น” ประจำตลาดหุ้นเวียดนามว่า 1.หุ้น SABECO หรือ SAB (กลุ่ม Thaibev ถือหุ้นสัดส่วน 53.59 เปอร์เซ็นต์) ผู้ดำเนินธุรกิจผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายใหญ่ที่สุดในเวียดนามที่มีส่วนแบ่งการตลาดเฉลี่ย 45.7 เปอร์เซ็นต์ และเป็นอันดับที่ 21 ของโลก ปัจจุบันมีโรงงาน 25 แห่ง กำลังการผลิต 1.8  พันล้านลิตรต่อปี โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทติดอันดับ 3 ใน 10 ของผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายมากที่สุดในตลาดเวียดนาม สำหรับเหตุผลที่ทำให้หุ้น SAB น่าลงทุนเกิดจากเวียดนามมีสัดส่วนประชากรเป็นคนหนุ่มสาวค่อนข้างมาก และบริโภคเยอะ ทำให้อุตสาหกรรมการผลิตเบียร์ในเวียดนามมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยสมาคมเครื่องดื่มของเวียดนาม (VBA) คาดว่า ในปี 2564 ปริมาณการดื่มเบียร์ของเวียดนามอาจเพิ่มสูงขึ้น 65 เปอร์เซ็นต์ จากปัจจุบันที่บริโภคเกือบ 4,000 ล้านลิตรต่อปี ที่สำคัญหุ้นลักษณะนี้ไม่มีในตลาดหุ้นไทย
 
 
     2.หุ้น Masan Group หรือ MSN ปัจจุบันดำเนิน 4 ธรกิจหลัก คือ ธุรกิจ Masan Consumer เน้นจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ,ธุรกิจ Masan Nutri-Science ผลิตและจำหน่ายเนื้อสัตว์ ,ธุรกิจ Masan Resource ขุดเจาะเหมือง และธุรกิจTechcom Bank ธนาคารเน้นรายย่อย ซึ่ง 2 ธุรกิจแรกมีความคล้ายกับธุรกิจ CPF ของไทย สำหรับจุดเด่นที่ทำให้        หุ้น MSN น่าสนใจเกิดจากในระยะยาวบริษัทวางแผนจะขยายตัวไปสู่ธุรกิจสินค้าอุปโภค เช่น แชมพู และผงซักฟอก เป็นต้น เพื่อให้ครอบคลุมการใช้ชีวิตประจำวันของคนมากขึ้น ทำให้เรามองว่าธุรกิจมีศักยภาพที่จะเติบโตไปได้พร้อมกับประเทศเวียดนามที่มีประชากรหนุ่มสาวจำนวนมาก  
 
 
     สุดท้าย คือ หุ้น Vincom Retail (VRE) ผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ที่สุดในเวียดนามดำเนินธุรกิจคล้าย CPN ของไทย ปัจจุบัน VRE บริหารห้างสรรพสินค้าทั้งหมด 66 แห่งทั่วประเทศ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดเฉลี่ย 60 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นผู้เล่นท้องถิ่นรายใหญ่ที่มีความชำนาญและเข้าใจความต้องการของคนเวียดนาม ส่วนประเด็นการลงทุน    คือ บริษัทวางแผนจะสร้างห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ 13 แห่ง ภายในปี 2562 คาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการในปี 2563 ฉะนั้นหากเป็นไปตามแผน VRE จะมีห้างสรรพสินค้าทั้งสิ้น 79 แห่งทั่วประเทศ  เติบโตไปกับแนวโน้มค้าปลีกของคนเวียดนาม
 
 
     “เศรษฐกิจประเทศที่เติบโตได้ดี และกำลังซื้อภายในประเทศที่คึกคึกมากขึ้น ทีม Global Investing มองว่า มีโอกาสที่ดัชนี VN Index จะขยับไปยืนในกรอบเดิม 1,100-1,200 จุด ภายใน 1 ปีข้างหน้า ดังนั้นนักลงทุนควรหาโอกาสสร้างผลตอบแทนและกระจายการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามอย่างน้อย 10-20 เปอร์เซ็นต์ ของพอร์ต”
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

 
Share:

Related Articles

​เคทีซีแจ้งกำไรสุทธิ 9 เดือน 4,205 ล้านบาท ยอดลูกหนี้โตสุดในรอบ 2 ปี

เคทีซีส่งผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรก กำไรสุทธิโต 8เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 4,205 ล้านบาท อัดงบหนักส่งเสริมกิจกรรมการตลาดและขยายฐานสมาชิกต่อเนื่อง ตามนโยบาย..

by SME Thailand.| 18 ตค. 2019

​ไม่ได้มาเล่นๆ เทคนิค “เงินทอน” ทอนให้ดีธุรกิจรุ่ง! ได้นะ

แม้ในทุกวันนี้จะมีการใช้จ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์กันมากขึ้น สร้างความสะดวกสบายทั้งต่อผู้ขายและผู้ซื้อ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าความนิยมในการใช้เงินสดก็ยังมีอ..

by SME Thailand.| 18 ตค. 2019

​ลุ้นไม่ขึ้น! ดัชนี SME ไตรมาส 3 ยังลดลงทุกด้าน!

ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องสำหรับดัชนีธุรกิจ SME ไทย ประจำไตรมาส 3 ปี 2562 ส่งผลให้ดัชนีความสามารถในการแข่งขันของ SME มาอยู่ที่ระดับ 46.9 หรือปรั..

by SME Thailand.| 17 ตค. 2019