ไม่รู้ไม่ได้แล้ว! CBDC คืออะไร? แล้ว SME ต้องปรับตัวอย่างไร เมื่อคนไทยจะใช้สกุลเงินดิจิทัลเป็นวิถีชีวิต

by SME Thailand. 12 พค. 2021
Share:
TEXT : นเรศ เหล่าพรรณราย





      นอกเหนือไปจากกระแสของ Cryptocurrency ที่กำลังมาแรงแล้ว หน่วยงานทางด้านการเงินของรัฐทั่วโลกก็กำลังเร่งที่จะพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางหรือ CBDC (Central Bank Digital Currency) ขึ้นมาด้วยเช่นกัน จุดประสงค์หลักเพื่อที่จะปรับโครงสร้างทางการเงินของประเทศให้มีประสิทธิภาพและลดต้นทุนลง


      โดยเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง CBDC ก็คือ DLT (Distributed Ledger Technology) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบล็อกเชนแต่แตกต่างไปจาก Cryptocurrency


       ทั้งนี้ CBDC คือ สกุลเงินปกติที่เราใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเงินบาท เงินดอลลาร์ เงินยูโร ฯลฯ เพียงแต่เปลี่ยนมาเป็นรูปแบบของดิจิทัลและทำงานบนบล็อกเชนหรือเทคโนโลยี DLT และยังอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของธนาคารแต่ละประเทศ


      CBDC จึงแตกต่างจากบิทคอยน์ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ทำงานแบบ Decentralize ไม่มีผู้กำกับดูแล รวมถึง Altcoin อื่นๆ อย่าง Ethereum, XRP ซึ่งสร้างโดยภาคเอกชน แต่สกุลเงินดิจิทัลแห่งชาติสร้างขึ้นโดยภาครัฐ จึงมีคุณสมบัติและการทำงานที่แยกจากกันอย่างสิ้นเชิง





      โดยประเทศไทยได้จัดตั้งโปรเจกต์ “อินทนนท์” ขึ้นโดยธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อปรับโครงสร้างทางการเงินของประเทศไทยให้เข้าสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อที่จะส่งเสริมการเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) อย่างเต็มตัว
แม้ในช่วงแรกของการพัฒนาจะมีเพียงแค่การทำธุรกรรมกันเองของธนาคารพาณิชย์รวมถึงการทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศขององค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ในเฟสที่ 3 ของโปรเจกต์จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของคนไทยมากขึ้นเพราะจะลงมาสู่การใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน


     ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทยยังได้อนุมัติให้คนไทยและสิงคโปร์สามารถโอนเงินหากันได้ผ่านระบบ PromptPay โดยคนไทยที่ใช้บริการแอปพลิเคชันของ 4 ธนาคารใหญ่นั่นคือธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงไทย สามารถใช้บัญชี PromptPay โอนเงินไปยังผู้รับในประเทศสิงคโปร์ที่ใช้บัญชี Paynow ซึ่งเป็นระบบเดียวกันกับ PromptPay ของไทยโดยไม่มีค่าธรรมเนียมแต่อย่างไร





      บริการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีการเงินที่จะเข้ามาทำให้การทำธุรกรรมการเงินในยุคต่อไปมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น ผู้ประกอบการจึงต้องเริ่มปรับตัวเข้าสู่กระแสใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น
 

มองถึงตลาดในต่างประเทศ
 

     นอกจากประเทศไทยแล้วยังมีอีก 26 ประเทศทั่วโลกที่พัฒนา CBDC อย่างจริงจังโดยเฉพาะประเทศจีนที่เริ่มนำหยวนดิจิทัลออกมาใช้งานจริงแล้ว ในอนาคตธุรกรรมการเงินในการค้าขายและแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างประเทศจะไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป SME ที่มีความเข้มแข็งแล้วจึงควรมองการขยายตลาดในต่างประเทศ
 

ช่องทางการรับเงินออนไลน์
 

       ประเทศไทยมีการเติบโตของการใช้จ่ายออนไลน์ที่สูงอันดับต้นๆ ของโลก ผู้ประกอบธุรกิจจึงไม่ควรมองข้ามในการพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับรองรับการชำระเงินทางออนไลน์เพื่อรองรับ Cashless Society ที่กำลังจะเกิดขึ้น



 

      การลดต้นทุนของธุรกรรมทางการเงินมีส่วนช่วยให้ธุรกิจ SME สามารถเดินหน้าต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกันจึงเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการที่จะต้องปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้
 
 



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจSME
Share:

Related Articles

​SME ก็ทำได้ แบ่งสรร ปัน แจก หุ้นให้พนักงาน เครื่องมือมัดใจคนเก่งให้อยู่กับองค์กร

รู้ไหมว่า SME ก็สามารถแจกหุ้นสามัญของบริษัทให้กับพนักงานทุกระดับชั้นตั้งแต่ระดับซีอีโอจนถึงพนักงานระดับล่างสุด เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการจูงใจบุคลา..

by SME Thailand.| 11 มิย. 2021

​ธุรกิจโรงแรมรับมืออย่างไร? เมื่อนักท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมจับจ่ายด้วยสกุลเงินดิจิทัล

จากกระแสความนิยมในการเทรด Cryptocurrency ผู้ประกอบการบางรายเล็งเห็นโอกาสที่เกิดขึ้นในตลาดใหม่ คือ “ตลาดท่องเที่ยว” เพราะนักท่องเที่ยวจำนวนมากเริ่มถื..

by SME Thailand.| 07 มิย. 2021

​อยากหาเงินทุนหนุนธุรกิจให้โตไว ต้องลองใช้การระดมทุนใน SME Board โอกาสของ SME เข้าถึงแหล่งทุนต้นทุนต่ำ

หลังจากใช้เวลาพิจารณากฎเกณฑ์ต่างๆ มาเป็นระยะหนึ่ง ในที่สุด SME Board หรือตลาดระดมทุนสำหรับธุรกิจและ SME ก็ได้รับการเห็นชอบ เป็นโอกาสที่ดีสำหรับ SME ..

by SME Thailand.| 29 พค. 2021