แบรนดังนับร้อยส่อเค้าหนีไทยตั้งฐานเพื่อนบ้าน

by System 28 มค. 2013
Share:

 


นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ รองประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ที.เค.การ์เม้นท์ จำกัด ผู้ผลิตเสื้อผ้ายี่ห้อดังของโลก เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงงานรับจ้างผลิตเสื้อผ้า รองเท้า ยี่ห้อดังของไทย และระดับโลกรวมกันไม่ต่ำกว่า 100 ยี่ห้อ (แบรนด์) อยู่ระหว่างการศึกษาลู่ทางและการเข้าไปตั้งโรงงานผลิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง กัมพูชา เวียดนาม และพม่า เพื่อหนีค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ 300 บาทต่อวันของไทย ประกอบกับประเทศเพื่อนบ้านเหล่านั้นให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี)ในกรณีการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว นอกจากนี้ ในปี 2558 จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)ด้วย

นอกจากนี้ของลิขสิทธิ์เสื้อผ้า และ รองเท้ายี่ห้อ (แบรนด์) ดังระดับโลกส่วนใหญ่มีคำสั่งซื้อสินค้า (ออเดอร์) ในราคาที่ต่ำ แต่มีคุณภาพสูง ทำให้โรงงานในไทยไม่สามารถขอขึ้นราคาสินค้าตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ หากปรับขึ้นจะทำให้เจ้าของลิขสิทธิ์หันไปสั่งซื้อออเดอร์ในประเทศที่มีต้นทุนต่ำทันที จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้โรงงานในไทยที่ใช้แรงงานเข้มข้นจำเป็นต้องย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้าน

“กลุ่มเครื่องนุ่งห่มเริ่มทยอยไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านตั้งแต่ในปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นเวียดนามโดยมีค่าจ้างเฉลี่ย 90-100 บาทต่อวัน เพราะมีการประเมินกันตั้งนานแล้วว่าอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นจำเป็นต้องไปตั้งโรงงานในประเทศที่มีค่าจ้างถูกและมีแรงงานจำนวนมาก และตอนนี้หลายรายก็อยู่ระหว่างการจัดตั้งโรงงานในกัมพูชาบ้างแล้ว เพราะมีแรงงานจำนวนมากค่าจ้างเฉลี่ย 70-80 บาทต่อวัน ซึ่งจะช่วยให้ต้นทุนการผลิตไม่สูงมากนัก” นายทวีกิจ กล่าว

สำหรับบริษัทที.เค. การ์เม้นท์ จำกัด มีพนักงาน 3,000-4,000 คน คาดว่าจะทยอยปรับลดพนักงานลงต่อเนื่องเพื่อที่จะปิดกิจการภายใน 3 ปีข้างหน้า โดยหันไปเปิดโรงงานใหม่ในประเทศกัมพูชาแทนเพื่อลดต้นทุนจากค่าแรงที่สูงขึ้นในประเทศไทยโดยพื้นที่ที่เหมาะสม เช่น จ.ศรีโสภณ ประเทศกัมพูชา และที่สำคัญระยะทางในการขนส่งสินค้าก็ไม่ไกลจากท่าเรือแหลมฉบังด้วย

ส่วนพนักงานหากเป็นกลุ่มที่มีแรงงานฝีมือก็จะเจรจาให้ไปเป็นหัวหน้างานในโรงงานที่ตั้งในประเทศเพื่อนบ้าน เพราะมีประสบการณ์และมีศักยภาพอยู่แล้วจึงสามารถเดินหน้าธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนแรงงานระดับล่างก็คงทยอยปลดและคงไม่นำไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านเพราะทางบริษัทคงจะพึ่งแรงงานในกัมพูชาที่มีต้นทุนค่าจ้างต่ำกว่า

“แม้ประเทศไทยจะมีค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท จนเป็นที่ดึงดูดจากแรงงานต่างด้าวทั้งในพม่า และ กัมพูชา แต่แรงงานต่างด้าวอีกจำนวนมากก็ยังอยู่ในพื้นที่เพราะมองว่าหากมาอยู่ในประเทศไทยก็จะมีค่าใช้จ่ายสูงตามค่าจ้างเหมือนกันซึ่งอาจทำให้ไม่เหลือเงินเก็บ จึงตัดสินใจอยู่ในบ้านเกิด” นายทวีกิจกล่าว
Share:

Related Articles

​บ้านปูจัด “UpImpact” ผลักดันกิจการเพื่อสังคมให้รอดพ้นวิกฤติ ปั้น BC4C กิจการเพื่อสังคมรุ่นต่อไปในปี 2564

บ้านปู จำกัด (มหาชน) สานต่อการทำงานด้านการสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม หรือ “Social Enterprise (SE)” ในปี 2563 ผ่านโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม หรือ..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​‘ไลอ้อน ประเทศไทย’ ขนไลน์อัพสินค้าเสริมอาหาร-ดูแลสุขอนามัยบุกตลาดช่วงโควิด-19

ไลอ้อน ประเทศไทย เผยโควิด-19 หนุนผู้บริโภคตื่นตัวดูแลสุขภาพ ขนทัพผลิตภัณฑ์กลุ่มดูแลสุขอนามัย จัดโปรโมชันรับกระแส รุกเจาะช่องทางออนไลน์ตอบโจทย์ความต้..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​วอลล์สตรีท อิงลิช ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่า เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home

Wall Street English ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่าในการเรียนและหน้าที่การทำงาน เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home หรือช่..

by SME Thailand.| 13 มค. 2021