ทีดีอาร์ไอชี้รายได้ราชการสูงกว่าเอกชน

by System 02 กพ. 2013
Share:

 

นางสาววรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์สวัสดิการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ซึ่งร่วมทำการศึกษานโยบายเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาทต่อเดือนในภาคราชการ เน้นพิจารณารายได้ตลอดชีวิตของลูกจ้างราชการเปรียบเทียบลูกจ้างเอกชน โดยใช้ข้อมูลการสำรวจภาวการณ์ทำงานของประชากรไตรมาส 3 ทั้งหมด 31 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2523 ถึง พ.ศ.2553 พบว่า การเป็นข้าราชการ และอยู่นอกเขตกรุงเทพฯ จะมีรายได้ตลอดชีวิตค่อนข้างดีกว่าการเป็นลูกจ้างเอกชน โดยเฉพาะผู้ที่มีการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี และผู้มีการศึกษาระดับปริญญาตรี เนื่องจากการเป็นลูกจ้างเอกชนจะมีรายได้ที่ผันผวน แม้ดูเหมือนว่าผู้ที่จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีจะมีรายได้ดีในบางช่วงก็ตาม โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี รายได้ของลูกจ้างเอกชนจะตกแรงมาก ในขณะที่รายได้ของข้าราชการจะไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ

    สำหรับข้าราชการที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ จะมีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่าลูกจ้างเอกชน โดยเฉพาะเมื่อมีการศึกษาตั้งแต่ปริญญาตรีขึ้นไป แต่ความผันผวนของรายได้ของข้าราชการก็มักจะต่ำกว่า ดังนั้นโดยเฉลี่ยข้าราชการไม่ได้มีรายได้ต่ำกว่าลูกจ้างเอกชนเสมอไป นอกจากนี้ มูลค่าสวัสดิการที่ข้าราชการได้รับมีประมาณครึ่งหนึ่งของมูลค่ารายได้ตลอดชีวิต ในขณะที่สวัสดิการสำหรับลูกจ้างเอกชนนั้นมีมูลค่าไม่มากนัก เมื่อเปรียบเทียบรายได้รวมสวัสดิการที่เป็นมูลค่าปัจจุบัน 

            "ข้าราชการมีรายได้ตลอดชีวิตสูงกว่าลูกจ้างเอกชนในทุกๆ ระดับการศึกษา ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และนอกกรุงเทพฯ แต่เมื่อเปรียบเทียบโดยใช้มูลค่า ณ ราคาปี 50 จะเห็นว่าข้าราชการที่มีการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาตรีมักได้รับรายได้ตลอดชีพสูงกว่าลูกจ้างเอกชน" ทีดีอาร์ไอกล่าว 

    ทีดีอาร์ไอเห็นว่าการขึ้นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรีและต่ำกว่า น่าจะยิ่งทำให้ความแตกต่างของรายได้ระหว่างภาครัฐและเอกชนในภูมิภาคต่างๆ สูงขึ้นไปอีก รวมทั้งภาระเงินงบประมาณที่เกิดจากข้าราชการบรรจุใหม่ จะน้อยกว่าภาระเงินงบประมาณที่จะเกิดจากการปรับฐานเงินเดือนให้ข้าราชการเก่า เพราะทุกคนจะได้รับการปรับฐานเงินเดือนชดเชยขึ้น เพื่อไม่ให้น้อยกว่าข้าราชการเข้าใหม่ และจำนวนข้าราชการเข้าใหม่จะมีจำนวนน้อยตามนโยบายการลดจำนวนข้าราชการ 

    "การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า การปรับฐานเงินเดือนให้แก่ข้าราชการที่มีวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรีจะมีผลทำให้ช่องว่างระหว่างรายได้ตลอดชีพระหว่างข้าราชการและลูกจ้างเอกชนยิ่งสูงมากขึ้น ในขณะที่รายได้ตลอดชีพของข้าราชการที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปนั้นยังน้อยกว่าภาคเอกชน นับว่าเป็นการแก้ปัญหาโครงสร้างบุคลากรราชการที่ไม่ถูกจุด ในอนาคตนั้นจำนวนข้าราชการจะลดลง และเน้นให้ข้าราชการเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ การปรับฐานเงินเดือนจึงควรมุ่งเน้นไปยังตำแหน่งงานที่มีความรับผิดชอบสูง ส่วนจำนวนข้าราชการระดับใช้ความรู้หรือทักษะน้อยนั้นต้องลดจำนวนลง งานหลายประเภทควรให้ภาคเอกชนรับไปทำ" รายงานระบุ.
Share:

Related Articles

​วว. มุ่งสร้างธุรกิจใหม่ให้ผู้ประกอบการ ด้วยศักยภาพวิจัย ผลิต และบริการ ตั้งเป้าลดนำเข้า 100 เปอร์เซ็นต์

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โชว์ศักยภาพ ศูนย์นวัตกรรมผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่ออุตสาหกรรม สำหรับเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้าน..

by SME Thailand.| 21 มิย. 2021

​ลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่งพัสดุด่วน สู่การคว้าโอกาสในตลาดอีคอมเมิร์ซที่โตสวนกระแสปี 2021

ธุรกิจที่มาแรงจนสามารถโตแบบก้าวกระโดดสวนกระแสเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก คงหนีไม่พ้นธุรกิจอีคอมเมิร์ซและธุรกิจโลจิสติกส์ ที่เข้ามาตอบโจทย์วิถีชีวิตใหม่ (Ne..

by SME Thailand.| 21 มิย. 2021

​ททท. เดินหน้าฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เปิดตัวโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวยุคดิจิทัล

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย เปิดตัว “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวยุคดิจิทัล (Empowering ..

by SME Thailand.| 21 มิย. 2021