ธุรกิจไทย-เทศหวั่นแผนใหม่บีโอไอกระทบธุรกิจ

by System 05 กพ. 2013
Share:

 


นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า การรับฟังความเห็นร่างยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนในระยะ 5 ปี (2556-2560) ที่ผ่านมา นักธุรกิจกังวลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ โดยธุรกิจบางอย่างอยู่ในประเภทกิจการเดียวกันแต่รายละเอียดของธุรกิจไม่เหมือนกัน ทำให้บีโอไอต้องรับฟังความเห็นเพิ่มเติม ตามกำหนดเดิมบีโอไอวางแผนที่จะเสนอร่างยุทธศาสตร์ให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนในเดือน มี.ค.นี้ และมีผลบังคับใช้ในกลางปีนี้ แต่ถ้าต้องรับฟังความเห็นเพิ่มก็อาจเลื่อนบังคับใช้ออกไปได้ เพื่อให้พิจารณารอบคอบมากขึ้น

ร่างยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ยกเลิกส่งเสริมการลงทุนตามเขตส่งเสริมการลงทุน 1-3 และให้สิทธิส่งเสริมการลงทุนให้เกิดคลัสเตอร์อุตสาหกรรมใหม่ในภูมิภาค ซึ่งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนยื่นขอให้บีโอไอกำหนดสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนคลัสเตอร์ได้ และที่ผ่านมาภาครัฐต้องการส่งเสริมการลงทุนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะมีการกำหนดสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยต่อไปถ้าเอกชนรวมกลุ่มคลัสเตอร์ในบางพื้นที่ต้องการส่งเสริมการลงทุนก็สามารถเสนอบีโอไอเข้ามาได้

นายณรงค์ ตนานุวัฒน์ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า นักธุรกิจในภาคเหนือไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกส่งเสริมการลงทุนบางประเภท เช่น การเพาะปลูกด้วยระบบ Hydroponics การปลูกป่า เหมืองแร่ การบริการเพื่อสนับสนุนการพำนักระยะยาว โดยในภาคเหนือมีธุรกิจการเกษตรมาก จึงเห็นว่าควรส่งเสริมการลงทุนการเกษตรมากกว่าที่จะตัดการส่งเสริมออก รวมทั้งในภาคเหนือมีชาวต่างชาติที่เกษียณอายุแล้วมาพักระยะยาว จึงไม่ควรตัดส่งเสริมการลงทุนเพื่อสนับสนุนการพำนักระยะยาวออก และต้องการให้คงสิทธิประโยชน์ของเขตส่งเสริมการลงทุน 3 ไว้ เพื่อจูงใจให้ลงทุนในภูมิภาคต่อ

ด้านนาย Shigeru Kamahara รองประธานสมาคมผู้ประกอบการญี่ปุ่นในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ กล่าวว่า การเปลี่ยนนโยบายส่งเสริมการลงทุนกะทันหันจะมีผลต่อการวางแผนการลงทุนของนักธุรกิจต่างชาติ และที่ผ่านมามีนโยบายรัฐที่กระทบกับการทำธุรกิจ เช่น การปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท โดยการปรับยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนครั้งนี้กระทบกับเขตส่งเสริมการลงทุน 3 และอาจมีผลต่อผู้ประกอบการบางรายว่าจะทำธุรกิจในไทยต่อได้หรือไม่ จึงเห็นว่าภาครัฐควรพิจารณาให้รอบคอบและให้เวลาผู้ประกอบการเตรียมตัว เพราะถ้าผู้ประกอบการบางรายมีขีดจำกัดในการปรับตัว
 
 
ที่มา : แนวหน้า
Share:

Related Articles

​หน่วยงานรัฐ-เอกชน ผนึกกำลังเซเว่นฯ จัดสัมมนาออนไลน์ Think for Growth : SME ยุควิกฤตโควิด-19...ทำอย่างไรให้รอด

4 พันธมิตร สสว.-กสอ.-SME D Bank -สมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย จับมือ เซเว่น อีเลฟเว่น จัดสัมมนาออนไลน์ “Think for Growth : SME ยุควิกฤตโควิด-19..

by SME Thailand.| 22 กย. 2021

​แกร็บ ผุดฟีเจอร์ใหม่ ชวนผู้ใช้บริการร่วมลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ พร้อมเปิดตัวรายงานความยั่งยืนฉบับแรก

แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชวนผู้ใช้บริการมีส่วนร่วมในการชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนในทุกครั้งที่เดินทางกับแกร็บ ด้วยการแนะนำ..

by SME Thailand.| 21 กย. 2021

​ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16

สมาคมการขายตรงไทย (TDSA) หนึ่งในสมาชิกของสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) เตรียมพร้อมจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16 ในรูปแบบออนไลน์ มุ่งเส..

by SME Thailand.| 16 กย. 2021