บาทแข็งขั้นวิกฤตห่วงส่งออกพัก ส.อ.ท.จี้รัฐเร่งแก้ไข

by System 25 เมย. 2013
Share:

 


นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังประชุมเตรียมการกำหนดท่าทีของ ส.อ.ท.เพื่อพบกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในวันที่ 26 เม.ย. 2556 นี้ ว่าขณะนี้มีสัญญาณการเก็งกำไรจากค่าเงินบาทภายในประเทศเนื่องจากเงินบาทแข็งค่ามากกว่าในภูมิภาค ซึ่งสถานการณ์ดัง กล่าว กระทบต่อ Supply chain ต่างประเทศ ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ และยังกระทบต่อการส่งออกของไทยอย่างรุนแรง

ทั้งนี้ ส.อ.ท.จึงเสนอให้มีการบริหารจัดการ 5 ข้อ คือ 1.เสนอให้มีการบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนแบบภาวะวิกฤต 2.เปลี่ยนนโยบายจาก Inflating Targeting ไปสู่นโยบาย Exchange Rate Targeting แทน เพื่อแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจของประเทศ 3.เร่งดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 1% 4. ใช้นโยบาย Capital control ว่าจะต้องห้ามนำเงินลงทุนออกไปจากประเทศเป็นระยะ เวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือน และหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ควรปรับระยะเวลาให้มากขึ้นเป็น 6 เดือน เป็นต้น และ 5. ปรับปรุงนโยบายการออกพันธบัตรของธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท.) ด้วย

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ที่เสนอมาตรการแก้ไขค่าเงินบาทที่แข็งค่า 7 ข้อนั้น ส.อ.ท.จะยังคงข้อเสนอดังกล่าวไว้อยู่แต่จะเพิ่มเติมในบางรายละเอียด ซึ่งเข้าใจว่า 7 มาตรการก่อนหน้านี้ที่ ธปท.ไม่ดำเนินการเพราะคงมองว่าเป็นคนละสถานการณ์กัน ซึ่งตอนนี้ ธปท.จะต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นขึ้นเพราะการแข็งค่าในอัตราปัจจุบันถึงขั้นวิกฤตแล้ว ทั้งนี้  ปัญหาค่าบาทแข็งไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะกับอุตสาหกรรมที่ส่งออกอย่างเดียวแล้ว อุตสาหกรรมที่นำเข้าวัสดุจากต่างประเทศแล้วนำมาผลิตในประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน และ ไม่เพียงแต่ภาครัฐที่ปรับเป้าการส่งออกเอกชนก็ปรับเป้าการส่งออกเช่นกัน

"แบงค์ชาติจะอ้างว่าไม่ทราบสาเหตุของการเกร็งกำไรของต่างชาติคงเป็นไปไม่ได้ ซึ่วตอนนี้เงินบ่ทไทยแข็วค่ากว่าภูมิภาคมาก เพราะตั้งแต่ต้นปีมาเราแข็วกว่าภูมิภาคอยู่ที่ระดับ 5.6% ถือว่าเยอะมาก ดังนั้น ส.อ.ท.จะไม่ยอมนิ่งเฉยและจะเร่งประสานงานเพื่อขอเข้าพบแบงค์ชาติโดยเร็วโดยคาดว่าจะได้พบและยื่นข้อเสนอในช่วงต้นสัปดาห์หน้า"

ด้าน นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การแข็งค่าของเงินบาทที่แข็งค่าขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อการส่งออกในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีนี้แล้ว และมองว่าไตรมาส 2-3 ผู้ประกอบการจะกำหนดราคาขายได้ยากขึ้น  ส.อ.ท.เป็นห่วงผู้ส่งออกจะรับคำสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศในช่วงเหลือของปีได้อย่างไร ทั้งนี้ การที่กระทรวงพาณิชย์เสนอให้มีการบุกตลาดใหม่ ได้แก่ รัสเซีย แอฟริกา อเมริกากลางและตะวันออกกลางนั้น ถือเป็นตลาดเก่าอยู่แล้ว ดังนั้นต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ผลักดันยุทธศาสตร์การค้าชายแดนในประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม และขยายไปถึงมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยต้องการให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าไปกระจายสินค้าในใจกลางประเทศนั้น ๆ ได้โดยไม่ ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมาผู้ซื้อสินค้าหลีกเลี่ยงการสั่งออเดอร์สินค้าไทย เพราะปัญหาค่าเงินและค่าแรงทำให้ลูกค้าหันไปซื้อสินค้าคู่แข่ง ซึ่ง 7 มาตรการที่เคยเสนอแบงก์ชาติไปก่อนหน้านี้ ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า และหากเงินบาทยังแข็งค่าอยู่ หรือลงมา 27 บาท ก็คงจะตัวใครตัวมัน แล้วรีบหนีไปต่างประเทศซะ จะได้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลด้วย ทั้งนี้ อยากให้รัฐบาลเล็งเห็นว่าอุตสาหกรรมในปรัเทศไทยส่งออกกว่า 60-70% ที่กระตุ้น GDP ให้กับประเทศไทย

นายวัลลภ กล่าวว่า ปัญหาเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจะส่งผลกระทบต่อกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก คือ อุตสาหกรรมสินค้าและการเกษตร สิ่งทอและเครื่องนุ่มห่ม เฟอร์นิเจอร์ เครื่องเงินและอัญมณี ชิ้นส่วนและอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเช่นแผงวงจรไฟฟ้า เซรามิก เป็นต้น
 
Share:

Related Articles

​เอซ ออฟ หัวหิน รีสอร์ท คว้ารางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) หรือ รางวัลกินรี 2 ปีซ้อน

เอซ ออฟ หัวหิน รีสอร์ท รับพระราชทานรางวัล ในงานพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564

by SME Thailand.| 20 ตค. 2021

​เปิดตัวแพลตฟอร์ม “จับคู่ SME – เด็กฝึกงาน” ตอบโจทย์ธุรกิจ เจาะเข้าถึงตลาดแรงงานจบใหม่

เปิดโอกาสสำหรับธุรกิจ SME ที่กำลังมองหาแรงงานจบใหม่ หรือนักศึกษาฝึกงาน เพื่อเข้ามาเสริมทัพให้ธุรกิจ โครงการวิจัยเรื่องการพัฒนาระบบจัดการทรัพยากรมนุษ..

by SME Thailand.| 19 ตค. 2021

​เคทีซี ร่วมกับ ศูนย์หนังสือจุฬาฯ สานต่อสิทธิพิเศษเพื่อสมาชิกบัตรฯ รักการอ่าน

“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ CHULA BOOK หรือ ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์วิทยาลัย มอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี

by SME Thailand.| 19 ตค. 2021