ศศินทร์แนะผู้ประกอบการพัฒนาอาหารเจาะมุสลิม

by System 20 มิย. 2013
Share:

 


ศศินทร์เผยตลาดมุสลิมในอาเซียนเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย แนะธุรกิจอาหารฮาลาลเร่งพัฒนาคุณภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคเพื่อเตรียมความพร้อมแข่งขันในตลาด AEC และตลาดโลก  มั่นใจมาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซียเนื้อหอมหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน     
    
ดร.กฤษติกา คงสมพงษ์  ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์  สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ   ศศินทร์  แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  (Sasin)  เปิดเผยว่า  ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมอาหารสร้างรายได้ให้กับประเทศนับหมื่นล้านบาท  เนื่องจากไทยมีข้อได้เปรียบหลายอย่างทำให้สามารถผลิตอาหารได้หลากหลาย ทั้งอาหารประเภทผัก  ผลไม้สด อาหารแช่แข็ง และอาหารแปรรูป  ซึ่งได้รับความนิยมจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก  หลังจากรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ภาคธุรกิจต่างๆต้องเร่งพัฒนาทุกด้านเพื่อสร้างความได้เปรียบคู่แข่ง  และคาดว่าธุรกิจสินค้าฮาลาลจะได้รับความสนใจจากนักลงทุน   เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านที่บริโภคสินค้าดังกล่าวมีจำนวนมาก  โดยเฉพาะประเทศอินโดนีเซียที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก  รวมทั้งมาเลเซียและบรูไน  และยังมีผู้บริโภคชาวมุสลิมในประเทศต่างๆ  ซึ่งเป็นตลาดฮาลาลที่น่าสนใจ  
           
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เฉพาะผู้ประกอบการจากไทยเท่านั้น  ที่ต้องการขยายตลาดสินค้าฮาลาล เพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ก็มีการขยายตลาดดังกล่าวเช่นเดียวกัน  นอกจากนี้ประเทศมาเลเซียมีเป้าหมายที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อเป็นโกบอลฮาลาล   ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน  แม้ว่าที่ผ่านมาผู้บริโภคชาวมุสลิมในภูมิภาคอาเซียนจะไว้วางใจสินค้าฮาลาลจากประเทศไทย  ที่ผ่านการรับรองและตรวจสอบจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย  แต่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าฮาลาลควรสร้างความเชื่อมั่นในด้านคุณภาพเพื่อให้สามารถแข่งขันกับตลาดอาซียนและตลาดโลกได้
    
ดร.กฤษติกา เปิดเผยเพิ่มเติมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคชาวมุสลิม ทั้งมาเลเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีสัญลักษณ์ฮาลาล และส่วนใหญ่ชื่นชอบสินค้าจากไทยเช่นเดียวกับชาติอื่น ๆ ในอาเซียน เนื่องจาก คุณภาพน่าเชื่อถือ ราคาไม่แพง  และดีไซน์ที่แตกต่าง   จึงเป็นโอกาสดีในการขยายตลาดไปสู่กลุ่มลูกค้าดังกล่าว แต่ควรให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย  โดยเฉพาะการส่งสินค้าไปมาเลเซียซึ่งมีอุปกรณ์ในการตรวจสอบสินค้าฮาลาลอย่างเข้มงวด  ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ต้องได้มาตรฐานไม่สามารถปลอมแปลงได้ อย่างไรก็ตาม มาเลเซียเป็นตลาดสินค้าฮาลาลที่สำคัญ  มีประชากรเป็นมุสลิมมากกว่า 60%  ผู้บริโภคนิยมสินค้าฮาลาลจากไทย และอาหารไทยที่มีความใกล้เคียงกับอาหารพื้นเมืองของมาเลเซีย   ผู้ประกอบการที่ต้องการบุกตลาดฮาลาลไม่จำเป็นต้องไปถึงยุโรปและตะวันออกลาง เพราะการลงทุนในตลาดอาเซียนมีต้นทุนขนส่งถูกกว่า
    
นอกจากการพัฒนาคุณภาพและศักยภาพธุรกิจไทย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเปิดประตูอาเซียนแล้ว ผู้ประกอบการควรศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละประเทศด้วย  เช่น มาเลเซียและสิงคโปร์ ประชาชนส่วนใหญ่ชอบรับประทานอาหารนอกบ้าน  ทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับอาหารในประเทศดังกล่าวค่อนข้างประสบความสำเร็จ รวมทั้งพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในมาเลเซียที่มีความอ่อนไหวเรื่องราคา  หากมีการปรับราคาจากที่เคยซื้อจะกระทบต่อการตัดสินใจทันที  ดังนั้น ผู้ประกอบการควรลดต้นทุนแทนการขึ้นราคา ไม่ใช่เฉพาะธุรกิจอาหารฮาลาลเท่านั้นที่จะต้องศึกษาพฤติกรรมลูกค้า แต่ควรศึกษาข้อมูลการบริโภคกลุ่มเป้าหมายชาติอื่นๆ เช่นเดียวกัน  เชื่อว่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการขยายตลาดทั้งในอาเซียนและตลาดโลก    
Share:

Related Articles

​เอ็มจี แจ้งยอดขายรวม 3 ไตรมาส เติบโตขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์ ขยับมาเป็นอันดับ 5 ของตลาด

บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย แถลงยอดขายรวมหลังจบไตรมาส 3 มีอัตราการเติบโตถึง 14 เปอร์เซ็นต์ พร้..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2021

​ททท. จัดพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 13 รับรองคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวไทยสู่สากล

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564 หรือรางวัล..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2021

​ช้อปปี้ สยายปีกบุกไตรมาส 4 เต็มสูบกับมหกรรม Shopee 10.10 Brands Festival

ช้อปปี้ (Shopee) ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ติดสปีดสู่ความเป็นเลิศส่งท้ายไตรมาส 4 ของปี มุ่งตอบโจทย์ทุกความต..

by SME Thailand.| 08 ตค. 2021