บีโอไอขนนักธุรกิจไทยดูลู่ทางลงทุนเมียนมาร์

by System 02 กค. 2013
Share:

 


บีโอไอจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายการค้าการลงทุนไทยในต่างประเทศ นำนักธุรกิจไทยสำรวจลู่ทางการลงทุนในนครย่างกุ้ง และเมืองมัณฑะเลย์ สหภาพเมียนมาร์ เล็งขยายฐานผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค     และสำรวจนิคมอุตสาหกรรมมิงกาลาดอน พร้อมหารือสมาชิกหอการค้ามัณฑะเลย์เพื่อสร้างเครือข่าย      และความร่วมมือด้านการลงทุนไทยในเมียนมาร์

นายเจษฎา  ศรศึก  ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาปัจจัยสนับสนุนการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)  เปิดเผยว่า  ระหว่างวันที่ 15  – 19 กรกฎาคม 2556 บีโอไอ โดยสำนักพัฒนาปัจจัยสนับสนุนการลงทุน จะจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายการค้าการลงทุนและเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการไทยในต่างประเทศ ณ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

กิจกรรมสำคัญคือ การเยือนนิคมอุตสาหกรรมมิงกาลาดอน ในนครย่างกุ้ง เพื่อสำรวจสภาพและความพร้อมของนิคมอุตสาหกรรมมิงกาลาดอนที่มีแผนพัฒนาขยายนิคมอุตสาหกรรมเฟสที่ 2 ซึ่งนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้สนับสนุนอุตสาหกรรมสิ่งทอ   เสื้อผ้าสำเร็จรูป อาหาร เครื่องดื่ม อุปกรณ์พลาสติก และเครื่องหนัง พร้อมเยี่ยมชมกิจการของคนไทย 2 รายใหญ่ในสหภาพเมียนมาร์ ได้แก่ ซี.พี. และมาม่า หลังจากนั้นจะเดินทางไปเมืองมัณฑะเลย์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับโอกาสการค้าการลงทุนกับสมาชิกหอการค้ามัณฑะเลย์ และสำรวจตลาดขายส่ง – ขายปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่ รวมทั้งห้างสรรพสินค้าชั้นนำของเมียนมาร์

“ที่ผ่านมาบีโอไอได้จัดคณะผู้ประกอบการไปเยือนพม่าหลายครั้ง เพื่อดูลู่ทางลงทุนในอุตสาหกรรมเกษตร สิ่งทอ อาหาร และชิ้นส่วนยานยนต์ แต่กิจกรรมครั้งนี้เราจะเน้นไปที่ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค  เพราะสินค้าไทยเป็นที่ชื่นชอบของคนพม่ามาก ตั้งแต่มัณฑะเลย์ลงมาถึงย่างกุ้งจะเป็นสินค้าไทย หากเป็นพื้นที่ตอนบนจะเป็นสินค้าจากจีนที่ได้รับความนิยม และในอนาคตการลงทุนจากไทยที่เข้าไปในพม่าจะเริ่มเป็นการผลิตเพื่อส่งออก เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอที่ต้องใช้แรงงานมาก ” นายเจษฎากล่าว

  ทั้งนี้ ข้อมูลจากศูนย์พัฒนานักลงทุนไทยไปต่างประเทศ หรือ TOISC   ของบีโอไอ ระบุว่า พม่าได้ถูกกำหนดเป็นประเทศเป้าหมายสำคัญ 1 ใน 4 แห่ง นอกจากเวียดนาม อินโดนีเซีย และแอฟริกา ที่จะสนับสนุนให้นักลงทุนไทยออกไปลงทุน เนื่องจากมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีแรงงาน มีตลาด ทั้งยังมีชายแดนติดต่อกับไทยยาวกว่า 1,800 กิโลเมตร ซึ่งหากมองในเชิงเศรษฐศาสตร์ถือว่า พม่ามีปัจจัยการผลิตพร้อม มีศักยภาพในการพัฒนาสูง แม้รายได้ต่อหัวประชากรยังต่ำ แต่ถ้าเปิดประเทศเต็มตัวแล้วการเติบโตจะรวดเร็วมาก ที่สำคัญอำนาจการซื้อก็จะเพิ่มขึ้น

สำหรับสถิติของผู้ประกอบการไทยที่ไปลงทุนในพม่า ตั้งแต่ปี 2550 -2555 พบว่า ผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุนเป็นอันดับ 1 มูลค่าการลงทุน  5,970 ล้านเหรียญสหรัฐ อันดับ 2  ประเทศสิงคโปร์ มูลค่าการลงทุน 3,708 ล้านเหรียญสหรัฐ  และอันดับ 3 ประเทศฮ่องกง  มูลค่าการลงทุน 2,639  ล้านบาท โดยอุตสาหกรรมที่เข้าไปลงทุนส่วนใหญ่คือ อุตสาหกรรมเหมืองแร่  การขุดเจาะปิโตรเลียม ประมง อาหารทะเล และค้าส่ง  ค้าปลีก
 
 
ขอบคุณข้อมูลจากฐานเศรษฐกิจ
Share:

Related Articles

​หน่วยงานรัฐ-เอกชน ผนึกกำลังเซเว่นฯ จัดสัมมนาออนไลน์ Think for Growth : SME ยุควิกฤตโควิด-19...ทำอย่างไรให้รอด

4 พันธมิตร สสว.-กสอ.-SME D Bank -สมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย จับมือ เซเว่น อีเลฟเว่น จัดสัมมนาออนไลน์ “Think for Growth : SME ยุควิกฤตโควิด-19..

by SME Thailand.| 22 กย. 2021

​แกร็บ ผุดฟีเจอร์ใหม่ ชวนผู้ใช้บริการร่วมลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ พร้อมเปิดตัวรายงานความยั่งยืนฉบับแรก

แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชวนผู้ใช้บริการมีส่วนร่วมในการชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนในทุกครั้งที่เดินทางกับแกร็บ ด้วยการแนะนำ..

by SME Thailand.| 21 กย. 2021

​ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16

สมาคมการขายตรงไทย (TDSA) หนึ่งในสมาชิกของสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) เตรียมพร้อมจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16 ในรูปแบบออนไลน์ มุ่งเส..

by SME Thailand.| 16 กย. 2021