เคาะหลักเกณฑ์ช่วย SMEs เปลี่ยนเครื่องจักร

by System 09 สค. 2013
Share:

 


นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เปิดเผยว่า ที่ประชุมฯ ได้เห็นชอบการกำหนดหลักเกณฑ์ และคุณสมบัติของเอสเอ็มอีที่เข้าข่ายได้รับการอุดหนุนดอกเบี้ยเงินกู้จากกองทุนเครื่องจักร (แมชชีนฟันด์) วงเงิน 17,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้เอสเอ็มอีที่กู้เงินจากสถาบันการเงินเพื่อปรับปรุงเครื่องจักรเดิม ในวงเงินกู้ไม่เกิน 25 ล้านบาทต่อราย โดยกองทุนจะชดเชยดอกเบี้ยจำนวนกึ่งหนึ่งที่ธนาคารเรียกเก็บ แต่ไม่เกิน 5% ต่อปี ในช่วง 5 ปีแรกโดยตั้งเป้าหมายมีเอสเอ็มอีเข้าร่วม 1,000 รายต่อปี

ทั้งนี้ในหลักเกณฑ์การพิจารณานั้น เอสเอ็มอีดังกล่าวต้องเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทยดำเนินธุรกิจมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ปี ,ไม่เป็นลูกหนี้ที่เป็นสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ยกเว้นว่าได้ทำการปรับโครงสร้างธุรกิจแล้ว และเป็นกิจการที่ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย ส่วนการพิจารณาอุดหนุนดอกเบี้ยจะให้มีคณะกรรมการที่มีผู้แทนจากเอกชนร่วมเป็นกรรมการเป็นผู้พิจารณา

ขณะเดียวกันที่ประชุมยังเห็นชอบหลักเกณฑ์และคุณสมบัติเอสเอ็มอีที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการเงินร่วมลงทุนพัฒนาเครื่องจักร (เวนเจอร์ แคปปิตอล) วงเงิน 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินของกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อร่วมลงทุนกับเอสเอ็มอีในสัดส่วน 15-35% ของทุนจดทะเบียน มีวงเงินร่วมทุนไม่เกิน 10 ล้านบาท ระยะเวลาร่วมทุน 5 ปี โดยกำหนดคุณสมบัติเอสเอ็มอีที่มีสิทธิ์สมัครเข้าร่วมโครงการต้องเป็นเอสเอ็มอีสัญชาติไทย ไม่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ไม่ติดแบล็คลิสต์

นอกจากนี้กรรมการหรือผู้บริหารไม่เป็นเอ็นพีแอล ไม่ถูกฟ้องดำเนินคดี ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่ติดแบล็คลิสต์ ,กรรมการหรือผู้บริหารต้องมีประสบการณ์ในธุรกิจสาขานั้นๆหรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปี และต้องเป็นเอสเอ็มอีที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีนวัตกรรม ชดเชยการนำเข้า เน้นการส่งออก และมีมาตรฐานการผลิต ซึ่งการพิจารณาเข้าร่วมลงทุนนั้น จะมีคณะอนุกรรมการร่วมลงทุน ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนจากตลาดหลักทรัพย์ กระทรวงอุตสาหกรรม สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เป็นผู้พิจารณา

นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้มอบหมายให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีให้แก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานประเภทที่ 2 และ 3 จำนวน 90,501 ราย เพื่อขยายมาตรการเดิมที่สิ้นสุดลงวันที่ 30 ก.ย.56 ออกไป 3 ปี เป็นตั้งแต่ 1 ต.ค.56-30 ก.ย.59

นอกจากนี้ยังเห็นชอบโครงกาสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี วงเงิน 400 ล้านบาท โดยให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศ (สสว.) ร่วมกับสถาบันการเงินสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ ชดเชยดอกเบี้ยให้เอสเอ็มอี 3% ต่อปี เป็นเวลา 1 ปี วงเงินกู้ยืมไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย โดยสสว.ตั้งเป้าช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่เป็นนิติบุคคลทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ จำนวน 13,700 ราย

 
Share:

Related Articles

​บ้านปูจัด “UpImpact” ผลักดันกิจการเพื่อสังคมให้รอดพ้นวิกฤติ ปั้น BC4C กิจการเพื่อสังคมรุ่นต่อไปในปี 2564

บ้านปู จำกัด (มหาชน) สานต่อการทำงานด้านการสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม หรือ “Social Enterprise (SE)” ในปี 2563 ผ่านโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม หรือ..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​‘ไลอ้อน ประเทศไทย’ ขนไลน์อัพสินค้าเสริมอาหาร-ดูแลสุขอนามัยบุกตลาดช่วงโควิด-19

ไลอ้อน ประเทศไทย เผยโควิด-19 หนุนผู้บริโภคตื่นตัวดูแลสุขภาพ ขนทัพผลิตภัณฑ์กลุ่มดูแลสุขอนามัย จัดโปรโมชันรับกระแส รุกเจาะช่องทางออนไลน์ตอบโจทย์ความต้..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​วอลล์สตรีท อิงลิช ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่า เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home

Wall Street English ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่าในการเรียนและหน้าที่การทำงาน เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home หรือช่..

by SME Thailand.| 13 มค. 2021