เผยกลยุทธ์หลักการซุนวูพา SMEs ไทยลงทุนอาเซียน

by System 27 กย. 2013
Share:

 

 
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดงานสัมมนา Business Mentoring หัวข้อ "กลยุทธ์ SMEs ไทยสู่อาเซียนหลักการซุนวู“เข้าใจโจทย์ รู้วิธี    มีเครือข่าย” เพื่อให้ความรู้เชิงลึกในการลงทุน เจาะกลุ่ม 4 ประเทศหลัก CLMV เวียดนาม กัมพูชา              เมียนมาร์ และอินโดนีเซีย - ฟิลิปปินส์ มอบเคล็บลับการลงทุนจากกูรู วิทยากรตัวจริง
 
นางอัมพวัน   พิชาลัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “การจัดงานสัมมนาครั้งนี้ ได้เชิญวิทยากรตัวจริงผู้ทำธุรกิจในต่างแดนมาเปิดตำรากลยุทธ์การค้าเพื่อให้ SMEs ผู้ส่งออก และนักพัฒนาธุรกิจ ได้เห็นภาพของสนามธุรกิจ สถานการณ์การแข่งขัน ปัญหา อุปสรรค และโอกาส ก่อนเริ่มดำเนินธุรกิจในตลาดเพื่อนบ้าน CLMV และอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เพื่อให้นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ ลดความเสี่ยงจากการลงทุนผิดพลาด และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศยินดีเป็นที่ปรึกษาและทำหน้าที่ Business Matching ให้กับนักธุรกิจเพื่อสร้างเครือข่าย SMEs  ที่เข้มแข็งมากขึ้น
 
โดยมีการเสวนาเรื่องตีโจทย์ตลาดอาเซียน แบบกลยุทธ์ ซุนวู โดยคุณมนัส มนูญชัย senior Vice President of international Business  division บริษัทเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า จากประสบการณ์การทำธุรกิจกับประเทศในอาเซียน ที่ผ่านมาจะเห็นว่าประเทศเวียดนาม มีความตื่นตัวมากขึ้น เด็กรุ่นใหม่สนใจที่เรียนรู้ภาษาอังกฤษเเละเรียนเพิ่มเติมเรื่องไอที เพราะเห็นช่องทางที่จะขยายธุรกิจด้วยกระแสโลกโลกาภิวัฒน์  
 
       ดังนั้น นักธุรกิจที่ต้องการจะไปลงทุนที่นั่นจะต้องหา Distributor เก่งและ มีเครือข่ายเพื่อจะทำการค้าได้อย่างสะดวก และควรจะต้องศึกษาความชอบของคนใช้เเละหาสินค้าที่คนประเทศนั้นๆ ใช้อยู่เเล้วเพื่อหาโอกาสสร้างความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์เดิม ไม่ควรไปเปลี่ยนเเปลงพฤติกรรมการใช้ของคนเวียดนาม กลยุทธ์นี้จะเพิ่มโอกาสการทำการค้าได้มากกว่าและต้องมีความรัดกุมศึกษากฎหมายให้ดีก่อนทำการค้าเซ็นต์สัญญา เเต่หากมองถึงโอกาสที่เข้าไปลงทุนในขณะนี้ประเทศพม่าจะน่าเข้าไปลงทุนมากที่สุด ถึงเเม้ว่าตอนนี้จะยังมีปัญหาเรื่องระบบสาธารณูปโภคแต่คาดว่าอีก 2 ปีจะมีความพร้อมมากขึ้นเเน่นนอน
 
น.ส.บุษบา บุตรรัตน์ ทูตพาณิชย์ไทยประจำกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม กล่าวเสริมเรื่องกฎหมายว่า นักธุรกิจควรมองหาที่ปรึกษากกฎหมายและศึกษาให้ชัดเจนก่อน เพราะเอกสารสัญญา  ทุกอย่างจะเป็นภาษาเวียดนามทั้งหมด และกฎหมายมีการเปลี่ยนเเปลงตลอดเวลา ซึ่งคนเวียดนามมีความชอบสินค้าไทยอยู่แล้วเป็นทุนเดิม เพราะมีสินค้าที่หลากหลาย มีความทันสมัย มีคุณภาพดี เเละต่อไปรัฐบาลเวียดนามจะไม่ผลิตเเต่เฉพาะ mass product เท่านั้น จะทำสินค้าเฉพาะทางที่เจาะกลุ่มลูกค้ามากขึ้นเพื่อเพิ่มมูลค่าทางการค้า นักธุรกิจควรมองหาช่องทางการลงทุนร่วมกัน ศึกษาก่อนว่าไทยเรามีศักยภาพตรงไหน เพื่อจะสร้างพันธมิตรทางการค้าที่ดีในอนาคต
 
นายสง่า เก่งทอง รองประธานหอการค้าจังหวัดตาก และกรรมการบริษัท แคน – หยง จำกัด  ให้มุมมองของประเทศเมียนมาร์ว่า สินค้าส่งออกยอดนิยมของเมียนมาร์ ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิงผงชูรส เครื่องใช้ไฟฟ้า น้ำมันพืช จากเมื่อก่อนผงชูรสห้ามนำเข้าที่เคยห้ามเดี๋ยวนี้ยกเลิกเเล้ว
 
     การจะเข้าไปลงทุนในเมียนมาร์จะต้องระมัดระวังความเสี่ยงอัตราเงินขึ้นลง หากขนส่งล่าช้าด้วยทางเรือจะทำให้สินค้าเสียมูลค่ามากขึ้น คนจึงนิยมทำการค้าชายเเดนมากขึ้น เพราะระยะทางจากเเม่สอด จังหวัดตากไป   เมียนมาร์จะใช้เวลาแค่ 5-7 วันเท่านั้น เเละปัจุจบันสินค้า 165 รายการที่เคยมีข้อห้ามก็ยกเลิกแล้วไม่ต้องขออนุญาตนำเข้าเเละไม่จำกัดโควต้า ตลาดพม่ายังถือว่าเป็นตลาดที่คนไทยควรจะเข้าไปเพราะ  เพิ่งเปิดประเทศและต้องการขยายโอกาสการลงทุน
 
นางพิมล  ปงกองแก้ว อัคราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์ ประเทศไทย ประจำสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตอกย้ำว่า ประเทศ ส.ป.ป. ลาวนั้นประเทศไทยยังรักษา ส่วนเเบ่งได้มากถึง 60% จีนยังเจาะเข้ามาไม่ได้ และกลยุทธ์ 3 ข้อคือ เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสังคม   ที่คล้ายคลึง ทำให้ทั้ง 2 ประเทศทำธุรกิจเข้าใจกันได้ง่าย แต่ต้องระมัดระวังเรื่องความแตกต่างของภาษา ที่มีหลายความหมายในคำๆ เดียวและเป็นโอกาสที่น่าลงทุนเพราะเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์
 
    ในอนาคตปี 2560  สปป.ลาวจะมีเเหล่งไฟฟ้าลิกไนท์ ที่ผลิตกระเเสไฟฟ้าที่จะช่วยกำลังการผลิต มากขึ้น  สิ่งที่จะต้องระมัดระวังในเรื่องการลงทุนคือการลอกเลียนแบบบรรุจภัณฑ์ นักธุรกิจที่จะเข้าไปลงทุนต้องมีการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาให้เรียบร้อยก่อน
 
ผศ. ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวสรุปว่า การจะไปทำธุรกิจในประเทศอาเซียนนั้น ต้องเรียนรู้วิธีการ เรียนรู้พฤติกรรมความชอบของคนแต่ละเทศ ความแตกต่างด้านวัฒนธรรม สังคม ภาษา ต้องมีเครือข่ายที่แข็งแรงและเชื่อถือได้ และที่สำคัญที่สุด คือ ต้องรอบคอบเรื่องกฏหมาย ข้อตกลงที่ชัดเจน เพื่อให้การขยายตลาดสู่อาเซียนนั้นจะเพิ่มมูลค่าการส่งออกและช่วยสร้างการเติบโตของประเทศได้ในอนาคต
 
Share:

Related Articles

​ทีเอ็มบีและธนชาต เสริมแกร่งความรู้ให้ผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโครงการ LEAN Supply Chain

ทีเอ็มบีและธนชาต จัดอบรม โครงการ LEAN Supply Chain by TMB I Thanachart ครั้งที่ 16 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ให้ความร..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​TikTok ส่ง “TikTok For Business” พลิกโฉมวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งไทย

การเปิดตัว “TikTok For Business” ไม่ม่เพียงแต่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสำหรับนักการตลาดและนักโฆษณาทั่วโลกแต่ยังเป็นกา..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​กกพ. สนับสนุน 26 โครงการพลังงานสะอาด ภายใต้ธีม Clean Energy For Life

สำนักงาน กกพ. เปิดตัว 26 โครงการ ผู้รับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการภายใต้ธีม "Clean Energy For Life: ใช้พลังงานสะอาด เพื่อ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020