สสว. โชว์ความสำเร็จรยกระดับ OTOP สู่ SMEs

by System 01 ตค. 2013
Share:

 


สสว. แถลงผลการดำเนินโครงการยกระดับ OTOP สู่ SMEs เป็นไปตามเป้าหมาย สามารถยกระดับผู้ประกอบการ OTOP ต้นแบบ สู่ SMEs ได้กว่า 59 ราย ที่กระจายอยู่ในภูมิภาคต่างๆ สามารถสร้างยอดขายและคำสั่งซื้อทั้งในและต่างประเทศ กว่า 20 ล้านบาท พร้อมเตรียมโครงการส่งเสริมและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

นายชาวันย์ สวัสดิ์-ชูโต รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า โครงการยกระดับผู้ประกอบการ OTOP ที่มีศักยภาพ ก้าวไปสู่ SMEs ระยะที่ 2 เป็นโครงการที่ สสว. ได้รับความเห็นชอบจากคณะทำงานยกระดับผู้ประกอบการ OTOP ไปสู่ผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งคณะทำงานฯ ประกอบไปด้วย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กรมส่งเสริมการเกษตร (กสก.) กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) และสำนักปลัดกระทรวงพาณิชย์ (สป.พณ.) เพื่อต่อยอดการพัฒนาผู้ประกอบการ OTOP ที่มีศักยภาพในแต่ละจังหวัด ให้ได้รับการพัฒนาและส่งเสริมแนวทางเพื่อให้สามารถผลักดันไปสู่ความเป็นผู้ประกอบการแบบมืออาชีพ 

“ที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีกระบวนการคัดสรรสุดยอดผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย (OTOP Product Champion : OPC) โดยมีการจัดระดับผลิตภัณฑ์ OTOP เป็นระดับ 1-5 ดาว และสนับสนุนให้มีการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กระบวนการผลิต การบริหารจัดการ การพัฒนาตลาดและผลิตภัณฑ์ แต่การดำเนินการยังอยู่ในขอบเขตที่จำกัด ผู้ประกอบการ OTOP 
ยังไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้ประกอบการมืออาชีพได้ และไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้ด้วยตัวเอง

ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดให้มีโครงการที่มาต่อยอดการพัฒนาผู้ประกอบการ OTOP ที่มีศักยภาพในการประกอบการในแต่ละจังหวัด ให้ได้รับการพัฒนาส่งเสริมในแนวทางที่จะสามารถผลักดันไปสู่ความเป็นผู้ประกอบการแบบมืออาชีพ มีการผลิตที่มีคุณภาพมาตรฐาน มีการบริหารจัดการที่ดี มีช่องทางการจำหน่ายของตนเอง อีกทั้งยังคงไว้ซึ่งความเชื่อมโยงกับชุมชน ท้องถิ่น และวัฒนธรรม รวมถึงเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพให้ชุมชนมีรายได้อย่างสม่ำเสมอ” นายชาวันย์ กล่าว 

โครงการยกระดับผู้ประกอบการ OTOP ที่มีศักยภาพ ก้าวไปสู่ SMEs ระยะที่ 2 สสว. ได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ในการคัดเลือกผู้ประกอบการ OTOP ที่ได้รับการคัดสรรให้เป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย หรือ OPC ระดับ 4-5 ดาว ในกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม ผ้า เครื่อแต่งกาย ของใช้ของประดับ ของตกแต่ง และสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ที่กระจายอยู่ในภูมิภาคต่างๆ รวม 59 ราย ที่ต้องการพัฒนาไปสู่การประกอบการที่มีระบบ โดยพิจารณาจากผู้ประกอบการที่เมื่อเข้าสู่กระบวนการพัฒนาแล้วสามารถช่วยสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ สังคม หรือวัฒนธรรมให้เกิดในชุมชนได้

  โดยมอบหมายให้หน่วยร่วมดำเนินการ ได้แก่ สถาบันพัฒนาวิสาหิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สพว.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสกลนคร และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นผู้ดำเนินการพัฒนาทักษะความเป็นผู้ประกอบการ และความรู้ความสามารถในด้านต่างๆ ครอบคลุมทั้งด้านการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการ และการตลาด ผ่านกระบวนการประเมินศักยภาพและจัดทำแผนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการ OTOP มีศักยภาพในก้าวไปสู่การเป็นผู้ประกอบการ SMEs รวมทั้งให้มีความรู้ความสามารถในการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยพึ่งพาตนเองเป็นหลัก เพื่อให้ผู้ประกอบการสินค้า OTOP สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) และสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐานและรูปแบบทันสมัยตามแนวโน้มตลาด เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ OTOP ได้มีประสบการณ์และการเรียนรู้การทำธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ และเพื่อสร้างภาพลักษณ์สินค้า OTOP ให้เป็นที่รู้จักทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ

“สสว. ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหน่วยร่วมดำเนินการ และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ ทำให้โครงการฯ สามารถพัฒนาผู้ประกอบการ OTOP ที่เข้าร่วมโครงการฯ ทั้ง 59 ราย ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ สามารถสร้างยอดขายในประเทศ ตลาดต่างประเทศ และมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าจากต่างประเทศ รวมกันกว่า 20,000,000 บาท” นายชาวันย์ กล่าว 

ทั้งนี้ โครงการยกระดับผู้ประกอบการ OTOP ที่มีศักยภาพ ก้าวไปสู่ SMEs ระยะที่ 2 ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สำคัญของ สสว. ที่มุ่งหวังจะยกระดับผู้ประกอบการ OTOP ให้เพิ่มศักยภาพขีดความสามารถ ทัดเทียมนานาประเทศ สามารถยกระดับกลายเป็นผู้ประกอบการ SMEs มืออาชีพ และยังก่อให้เกิดความเข้มแข็งในการประกอบธุรกิจ 

ดังนั้น การดำเนินนโยบายในปีต่อๆ ไป สสว. จึงเน้นที่จะผลักดันโครงการที่ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ OTOP ให้มีการพัฒนารูปแบบการประกอบธุรกิจ พัฒนาระบบการบริหารจัดการ พัฒนาด้านกระบวนการผลิต การตลาด และรูปแบบผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการสร้างจิตสำนึกในการพึ่งพาตนเองและพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผู้ประกอบการมีความพร้อม สามารถก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการ SMEs ได้อย่างเข้มแข็งอย่างแท้จริง
 
Share:

Related Articles

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020