เอสเอ็มอีอ่วมค้าปลีกใหญ่กดราคาเอาจัดโปรโมชั่น

by System 07 ตค. 2013
Share:

 


นายธนิต โสรัตน์ เลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้นอกจากผู้ประกอบการโรงงานจะประสบกับต้นทุนสูงแล้ว  ทาง ห้างสรรพสินค้า และห้างค้าปลีก ยังมาเจรจากับโรงงานผลิตสินค้าระดับเอสเอ็มอีลดราคาลง 10-20% เพื่อนำสินค้าดังกล่าวไปจัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม รองรับเทศกาลคริสมาสต์และปีใหม่ เนื่องจากปัจจุบันบรรดาห้างร้านมีกลยุทธการแข่งขันที่รุนแรงมาก ส่วนใหญ่เน้นการลดราคาเพื่อแย่งลูกค้าและกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค ส่งผลให้โรงงานบางส่วนได้รับความเดือดร้อน เพราะหากไม่เข้าร่วมก็จะมีผลกระทบต่อการทำธุรกิจร่วมกันในอนาคต

ทั้งนี้ที่ผ่านมาโรงงานในภาคอุตสาหกรรมประสบปัญหาจากต้นทุนการผลิตอย่างมาก โดยเฉพาะต้นทุนเรื่องของค่าแรง วัตถุดิบ และประสบปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว เนื่องจากไม่สามารถปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาหลายรายได้ทดลองปรับราคาไปแล้วแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะลูกค้าหันไปสั่งออเดอร์จากโรงงานที่ไม่ปรับราคาสินค้า

“ตอนนี้ยอมรับว่าภาคการผลิตอาการหนักมาก โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่ต้นทุนสูงแต่ปรับราคาสินค้าได้ลำบาก เนื่องจากภาคการบริโภคของประเทศชะลอตัวอย่างหนักติดต่อมาหลายเดือนแล้ว ขณะที่ห้างร้านต่างๆ ก็จำเป็นต้องหามาตรการในการกระตุ้นกำลังซื้อของบริโภค และแน่นอนผู้ที่ถูกกดราคามากที่สุดคือโรงงานผลิต เพราะหากห้างฯ ลดราคาสินค้า 30-40% ก็ต้องกดราคาจากโรงงานแล้วเกินครึ่งหนึ่งของราคาที่ลดลง”นายธนิต กล่าว

ทั้งนี้ ปัจจัยการเมืองยังเป็นปัจจัยเสี่ยงของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเรื่องของนโยบาย ดังนั้นภาคเอกชนไม่ต้องการให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยุบสภาฯ ก่อนกำหนด เพราะหากยุบสภาฯก่อนกำหนด เกรงว่าพรรคการเมืองจะมีการนำนโยบายปรับค่าจ้างขั้นต่ำจากวันละ 300 บาทเป็น 400 บาท มาหาเสียง เพื่อหวังผลชนะการเลือกตั้งขึ้นมาก็ยิ่งทำให้ผู้ประกอบการเดือดร้อนเพิ่มขึ้น

“ค่าแรงวันละ 300 บาทก็ทำให้ผู้ประกอบการแย่อยู่แล้ว เพราะมีต้นทุนสูงแถมยังขายของได้ลำบากซึ่งที่ผ่านมาก็มีการปรับตัว โดยบางรายก็ปรับตัวได้แล้วและบางรายก็ยังไม่สามารถปรับตัวได้ ดังนั้นนายกฯ ยิ่งลักษณ์ยังไม่ยุบสภาฯ ในช่วงนี้อย่างน้อยก็คงไม่มีเรื่องของค่าจ้างขั้นต่ำพุ่งแบบก้าวกระโดดอีกในช่วง 1-2 ปี”นายธนิต กล่าว

สำหรับปัจจัยที่เอกชนมองว่าในไตรมาสที่ 2 ของปี 2557 เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวมาจากโครงการลงทุนของรัฐบาลทั้งเรื่องน้ำ 3.5 แสนล้านบาท และ โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทก็เริ่มทะยอยเข้าสู่ระบบแล้ว

อย่างไรก็ตามปัจจัยเสี่ยงที่ภาคเอกชนยังกังวล คงเป็นเรื่องเศรษฐกิจโลกที่ยังซบเซาทั้งในส่วนของสหรัฐฯ  ยุโรป และ เอเซีย โดยเฉพาะเรื่องของการว่างงานในกลุ่มประเทศยุโรปที่อยู่ในระดับ 12% ซึ่งถือว่าสูงมาก รวมถึงปัญหาการขาดแคลนสภาพคล่องของเอสเอ็มอีไทย ซึ่งในส่วนของสภาพคล่องต้องการให้รัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายกว่าเดิม เพราะหากมีสภาพคล่องเข้ามาช่วยเสริมในตอนนี้ก็อาจทำให้ผู้ประกอบการประคองตัวได้ถึงปีหน้า


 
Share:

Related Articles

​ทีเอ็มบีและธนชาต เสริมแกร่งความรู้ให้ผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโครงการ LEAN Supply Chain

ทีเอ็มบีและธนชาต จัดอบรม โครงการ LEAN Supply Chain by TMB I Thanachart ครั้งที่ 16 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ให้ความร..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​TikTok ส่ง “TikTok For Business” พลิกโฉมวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งไทย

การเปิดตัว “TikTok For Business” ไม่ม่เพียงแต่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสำหรับนักการตลาดและนักโฆษณาทั่วโลกแต่ยังเป็นกา..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​กกพ. สนับสนุน 26 โครงการพลังงานสะอาด ภายใต้ธีม Clean Energy For Life

สำนักงาน กกพ. เปิดตัว 26 โครงการ ผู้รับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการภายใต้ธีม "Clean Energy For Life: ใช้พลังงานสะอาด เพื่อ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020