กสิกรไทยร่วม 7 ประเทศจัดงานใหญ่ Business Matching

by System 10 ตค. 2013
Share:

 


นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันอาเซียนยังเป็นเป้าหมายการลงทุนที่น่าสนใจของนักลงทุนจากทั่วโลก เนื่องจากเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีศักยภาพสูงในระยะยาว ทั้งนี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า จีดีพีของอาเซียนในปีนี้น่าจะเติบโตประมาณ 4.7-5.3% โดยมีกรณีฐานที่ 5.1% อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 3.9-4.2% 

ปัจจุบันทุกประเทศในอาเซียนต่างแข่งขันดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ  เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐ ยุโรป และจีน โดยแต่ละประเทศก็มีข้อได้เปรียบและความพร้อมที่ไม่เท่ากัน โดยปัจจัยหลัก ๆ ได้แก่ ค่าแรงที่มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ การเปิดกว้างของนโยบายการลงทุน อย่างไรก็ตาม การลงทุนจากนักลงทุนภายในกลุ่มอาเซียนยังเป็นผู้ลงทุนสำคัญ โดยคิดเป็น 23%ของการลงทุนทั้งหมดในปี 2554 ส่วนการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนนอกกลุ่มอาเซียนมีความหลากหลายในอุตสาหกรรมมากขึ้น แสดงให้เห็นว่ากลุ่มประเทศอาเซียนมีความพร้อมในการรองรับห่วงโซ่ (Chain) การผลิตทั้งกระบวน ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางการผลิต (Production Hub) ที่สำคัญของโลก 

ประเทศที่เป็นฐานการผลิตและแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญได้แก่ CLMV+I หรือ กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และอินโดนีเซีย โดยเน้นที่ 3 อุตสาหกรรมใหญ่ ๆ ได้แก่ อุตสาหกรรมการเกษตร เช่น ข้าว ยางพารา น้ำตาล ข้าวโพด  อุตสาหกรรมพลังงานและแร่ธาตุ  และอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงาน เช่น สิ่งทอ รองเท้า เครื่องหนัง เครื่องประดับ  โดยกลุ่มประเทศเหล่านี้มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มากกว่า 5% รวมทั้งมีกำลังซื้อที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ อินโดนีเซีย ยังมีความน่าสนใจ เนื่องจากไทยเป็นคู่ค้าอันดับสองในอาเซียนของอินโดนีเซีย โดยสินค้าหลัก ๆ ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วน  เครื่องจักรและชิ้นส่วน น้ำตาล และพลาสติก แต่นักลงทุนไทยต้องระวังเรื่องค่าเงิน และผลกระทบอื่น ๆ ที่เกิดจากนโยบาย QE ให้มาก เนื่องจากหากค่าเงินรูเปี๊ยะอ่อนค่าลงมาก ส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นประเทศที่ส่งออกต่ำ และเน้นการนำเข้าเพื่อบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก ซึ่งผลกระทบโดยรวมของสินค้าออกจากไทยไปอินโดนีเซียอาจจะชะลอลงหากกำลังซื้อของคนอินโดนีเซียลดลง แต่ปัจจุบันรัฐบาลอินโดนีเซียได้ออกนโยบายให้ต่างชาติเข้าไปลงทุนได้ง่ายขึ้นกว่าที่ผ่านมา 

สำหรับประเทศไทย จะเป็นศูนย์กลางทั้งทางด้านการค้าชายแดน และด้านการขนส่ง ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่อยู่ตรงกลางของอาเซียนตอนบน  ซึ่งการค้าชายแดนกับประเทศ CLMV เพิ่มขึ้นที่เฉลี่ย 7.5% ต่อปี โดยคาดว่าจะมียอดค้าชายแดนที่ 5.4 แสนล้านบาทในปีพ.ศ.2558 ทั้งนี้ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นนักลงทุนรายใหญ่สุดของไทย ได้มีการปรับกลยุทธ์การลงทุนจากเดิมที่ใช้ China Plus One Strategy เปลี่ยนมาเป็น ใช้ไทยเป็นฐานการลงทุนและผลิต หรือ Thailand Plus One Strategy โดยจะยังคงการผลิตและการจัดการในไทย แต่จะเพิ่มฐานการผลิตในประเทศอื่นอีกหนึ่งประเทศ โดยมีประเทศเป้าหมายได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม และพม่า 

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยในบางอุตสาหกรรมอาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาเรื่องการย้ายฐานการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการผลิตและการแข่งขันในตลาด ไม่ว่าจะย้ายฐานไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงาน โดยการนำเทคโนโลยีจากประเทศไทยเข้าไปใช้ นอกจากนี้ มุมมองในการทำธุรกิจควรมีการปรับเปลี่ยน โดยใช้ฐานการผลิตร่วมกันให้เกิดประโยชน์ และมีการปรับให้เข้ากับความเหมาะสมของแต่ละประเทศด้วย  โดยการเลือกคู่ค้าหรือผู้ร่วมลงทุนที่ดี เชื่อถือได้ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง   

นายทรงพล กล่าวว่า เพื่อเป็นการสนับสนุนการค้า การลงทุนในประเทศไทยและอาเซียน ธนาคารกสิกรไทย จะจัดงาน International Summit & Business Matching 2013 ระหว่างวันที่ 25-26 พฤศจิกายน 2556 โดยร่วมกับธนาคารพันธมิตรกว่า 30 แห่งจากประเทศญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมนี อิตาลี เวียดนาม อินโดนีเซีย กัมพูชา และลาว ซึ่งจะช่วยตอกย้ำความร่วมมือในเชิงลึกของธนาคารพันธมิตร ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ แก่ผู้ประกอบการไทยและต่างชาติที่ต้องการเข้าไปลงทุนในประเทศต่างๆ รวมถึงการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายการค้า การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างธนาคารพันธมิตรในด้านของเศรษฐกิจ การลงทุนในแต่ละประเทศ และการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าเข้ามาใช้สถานที่ในพื้นที่ของธนาคารพันธมิตรเพื่อติดต่อธุรกิจต่างประเทศ 

ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยคาดว่า จะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานกว่า 300 บริษัท ในด้านอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเทคโนโลยีด้านอาหาร และอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค จากประเทศญี่ปุ่น ไทย เกาหลีกัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม อินโดนีเซีย  อิตาลีและเยอรมัน คาดว่าจะมีการจับคู่ธุรกิจกว่า 400 ธุรกิจ

         ผู้สนใจเข้าร่วมงาน Business Matching 2013  หรือ ติดต่อเรื่องการจับคู่ธุรกิจทั่วไป  สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่     K-Biz Contact Center โทร.0 2888 8822 หรือ ศูนย์ K Global Business Center ที่อีเมล์แอดเดรส global_biz_center@kasikornbank.com 
 

  

 
Share:

Related Articles

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​​กสอ. จัดงาน โพรแพ็ค เอเชีย 2020 เปิดเวทีให้ภาคอุตสาหกรรมผลิตหาเทคโนโลยีใหม่เสริมทัพ

งานโพรแพ็ค เอเชีย ปีนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมชมงานกว่า 23,000 คน หวังใช้งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมเป็นทางลัดพัฒนาธุรกิจ ชี้ไฮไลท์สำคัญปีนี้เน้นจัดแสดง..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020