หอการค้าชี้ SMEs กลุ่มสุขภาพ-พลังงาน-ไอซีทีมาแรง

by System 13 ธค. 2013
Share:

 


นส.รุ่งระวี วีระเวสส์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยในงานสัมมนาวิชาการ เรื่องโครงการศึกษาแนวทางการส่งเสริมกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ที่มีการเติบโตสูงของประเทศไทย จัดโดย สำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) ว่า ผลการศึกษาพบว่าธุรกิจ 3 อันดับแรกที่ผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)ของไทยต้องจับตามากที่สุด ประกอบด้วย1.สุขภาพ 2.พลังงาน และ3.ระบบสารสนเทศ(ไอซีที) เนื่องจากกำลังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก โดยเฉพาะผู้บริโภคที่มีกำลังซื้ออย่างญี่ปุ่น สหภาพยุโรป(อียู) สหรัฐฯ และประเทศในตะวันออกกลาง มีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ(จีดีพี)ในภาพรวม และเป็นการรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)2558

         โดยธุรกิจสุขภาพ-ความงาม เป็นกลุ่มที่แนวโน้มเติบโตสูงที่สุด กลุ่มนี้ครอบคลุมทั้งบริการด้านการแพทย์ และการศัลยกรรมเพื่อความงาม แต่ในทางการโปรโมทเอสเอ็มอีกลุ่มนี้ ไทยควรส่งเสริมผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม สสว.ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โปรโมทธุรกิจสุขภาพ ความงาม ควบคู่กับการท่องเที่ยวของไทย เพราะจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเอสเอ็มอีได้ อาทิ รักษาตัวในโรงพยาบาลเสร็จแล้วท่องเที่ยวต่อเพื่อการบำบัด พักฟื้น ธุรกิจนี้มีกลุ่มเป้าหมายหลักอยู่แล้วคือ ตะวันออกกลาง ญี่ปุ่น

             ขณะที่กลุ่มพลังงานทดแทน เป็นธุรกิจที่เอสเอ็มอีไทยมีศักยภาพ แต่พบว่าปัญหาเกิดจากนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนแต่ยังเกิดความขัดแย้งกัน อาทิ สนับสนุนน้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอล เป็นอี 20 อี85 แต่ปัจจุบันกลับไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เพราะยังมีนโยบายอุดหนุนราคาน้ำมันทั่วไปผ่านเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และธุรกิจไอซีที ที่เอสเอ็มอีไทยมีความสามารถ ต่างชาติให้การยอมรับ แต่เมื่อพิจารณานโยบายสนับสนุนจากภาครัฐพบว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับธุรกิจอื่น
          
นางวิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการสสว.กล่าวว่า การศึกษาธุรกิจเอสเอ็มอีครั้งนี้ประกอบด้วย 12 กลุ่ม  ประกอบด้วย ธุรกิจด้านพลังงาน ธุรกิจการก่อสร้าง ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เกษตรกรรม ด้านสุขภาพ การขนส่งและโลจิสติกส์ ธุรกิจท่องเที่ยว การบริการด้านการศึกษา ธุรกิจยานยนต์และชิ้นส่วน ด้านไอที/ไอซีที อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยกลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโตสูงสุดคือ ธุรกิจด้านความงาม 


ที่มา : แนวหน้า
Share:

Related Articles

​เอพี ไทยแลนด์ คาดยอดโอนในปี 2563 สูงถึง 4.6 หมื่นล้านบาท มั่นใจขึ้นแท่นเบอร์ 1 อสังหาฯ

เอพีประกาศความสำเร็จก้าวข้ามผ่านวิกฤตมาได้อย่างสวยงาม มุ่งสู่การเป็นเบอร์ 1 ในอุตสาหกรรม คาดยอดโอนรวมปี 63 สูงถึงประมาณ 46,000 ล้านบาท โตกว่า 40 เปอ..

by SME Thailand.| 21 มค. 2021

​กรุงศรีออกมาตรการเพิ่มเติมช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ออกมาตรการเร่งด่วนเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือลูกค้าครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งลูกค้าบุคคล ลูกค้าผ..

by SME Thailand.| 21 มค. 2021

​TQM มอบเงินสมทบทีมแพทย์สมุทรสาครสู้ภัยโควิด-19 พร้อมผนึก 2 แอปฯ ให้ลูกค้าปรึกษาแพทย์ออนไลน์ฟรี

บมจ.ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น มอบเงินสมทบกองทุน ‘คนสมุทรสาครรวมใจสู้ภัย Covid-19’ เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์รพ.สนาม และช่วยเหลือทีมแพทย์และเจ้าหน้า..

by SME Thailand.| 20 มค. 2021