ศูนย์วิจัยธุรกิจบัณฑิตย์ชี้ SMEs เสี่ยงปิดกิจการ 2 แสนราย

by System 28 มค. 2014
Share:

 


ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ เผย เอสเอ็มอีเสี่ยงปิดกิจการ 2 แสนราย เผย 5 ปัจจัยลบกระทบธุรกิจปีม้า สภาพคล่องเสี่ยงสูง ธุรกิจหดตัวแรง

นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า ในปี 2557 ภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จะมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเผชิญทั้งเรื่อง

1.ต้นทุนการทำธุรกิจอยู่ในระดับสูง  2.เศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว  3.กำลังซื้อที่ลดลง  4.สภาพคล่องทางธุรกิจที่ลดลง และ 5.สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ ส่งผลให้ธุรกิจเอสเอ็มอีต้องประคองธุรกิจให้อยู่รอดต่อไป

ขณะเดียวกันปัจจัยบวกของภาคธุรกิจเอสเอ็มอีอยู่ที่ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง อยู่ในระดับ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่งผลดีให้ผู้ผลิตสามารถส่งออกสินค้าได้มากขึ้น ดังนั้นผู้ผลิตสินค้าเพื่อส่งออกต้องเร่งหาลูกค้าใหม่เพื่อส่งออกสินค้าในสถานการณ์ที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง

ทั้งนี้ คาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของเอสเอ็มอี ในปีนี้ จะอยู่ในระดับ 33.5% เติบโตในระดับที่ต่ำต่อเนื่องมาประมาณ 5 ปีแล้ว แม้ว่าจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่มีการขยายตัวของจีดีพีเอสเอ็มอีอยู่ที่ระดับ 2.5% ขณะเดียวกันภาพรวมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ยังมีความเสี่ยงที่อาจต้องปิดกิจการราว 2แสนราย ใกล้เคียงกับปีก่อน เพราะมีหลายปัจจัยลบกระทบต่อการประกอบธุรกิจจากปัจจุบันมีเอสเอ็มอีในประเทศประมาณ 2.7 ล้านราย

สำหรับปัญหาสภาพคล่องทางธุรกิจของเอสเอ็มอีที่อยู่ในระดับต่ำนั้น จากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง ทำให้เจ้าของสินค้าขายสินค้าได้ลดลงตามไปด้วย ดังนั้นเอสเอ็มอีต้องมุ่งบริหารความเสี่ยงภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพดีที่สุดและเน้นขายสินค้าที่ขายดี ส่วนสินค้าที่ขายได้ลดลงควรหยุดผลิตเพื่อลดต้นทุน ซึ่งการขายสินค้าที่หมุนเร็วจะช่วยให้เอสเอ็มอีมีสภาพคล่องของธุรกิจที่ดีขึ้น

ตอนนี้ที่น่าห่วงคือ ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจไม่โตและทำธุรกิจเหมือนเดิมต่อไป แต่ไม่ถึงขั้นปิดกิจการ เพราะกลุ่มนี้มีขนาดธุรกิจเท่าเดิมและไม่ได้มุ่งพัฒนาธุรกิจให้มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้น จึงต้องเข้าไปช่วยเหลือและกระตุ้นให้เอสเอ็มอีกลุ่มนี้หันมาปรับธุรกิจใหม่ นายเกียรติอนันต์ กล่าว

นอกจากนี้ ปัญหาหลักของเอสเอ็มอีอยู่ที่การไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและแหล่งสินเชื่อได้ แม้ว่าจะมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ค้ำประกันสินเชื่อให้แก่เอสเอ็มอี แต่พบว่ามีผู้ประกอบการเข้าไปร่วมโครงการในระดับที่น้อย ดังนั้นภาครัฐควรเข้าไปแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าวว่าสาเหตุใดที่เอสเอ็มอีไม่สนใจโครงการ เพื่อทำให้การเข้าถึงแหล่งสินเชื่อของผู้ประกอบการรายย่อยดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น

เชื่อว่าเศรษฐกิจมีโอกาสกลับมาขยายตัวได้ในช่วงครึ่งปีหลัง ดังนั้นเอสเอ็มอีต้องประคองธุรกิจให้สามารถผ่านครึ่งปีแรกไปได้ หากผ่านไปได้เชื่อว่าในครึ่งปีหลังธุรกิจมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน นายเกียรติอนันต์ กล่าว

ที่มา : โพสต์ทูเดย์
Share:

Related Articles

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020