จีนเบนเข็มลงทุนอาเซียนโอกาสใหม่ผู้ประกอบการไทย

by smethailandclub 28 มีค. 2014
Share:


    นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันจีนได้มาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ โดยได้ปรับนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ โดยพุ่งเป้าไปสู่การพึ่งพาตลาดภายในประเทศมากขึ้นและให้ความสำคัญกับภาคบริการและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จากที่เคยเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกแต่ปัจจุบันมีการย้ายฐานการผลิตสู่อาเซียนมากขึ้น

    โดยปัจจัยหลัก คือ  จีนมองว่าสมดุลการค้ากำลังเคลื่อนย้ายสู่เอเชีย  ซึ่งคาดว่าชนชั้นกลางในเอเชียจะมีขนาด 1.75 พันล้านคนภายในปี 2563  และเพื่อใช้ประโยชน์ด้านแรงงานราคาถูกและสิทธิพิเศษ GSP จากประเทศในอาเซียน โดยประเทศในอาเซียนที่จีนให้ความสำคัญในการลงทุนเป็นพิเศษ คือ ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์

    ในส่วนของไทยจีนมองว่าไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและกระจายสินค้าในอาเซียนโดยเฉพาะ CLMV ส่วนมาเลเซียและสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าจีนสู่ประเทศเอเชียอื่นๆ และทั่วโลก นอกจากนี้การที่จีนเองเป็นสังคมเมืองที่ครอบครัวคนชั้นกลางเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับจีนอนุญาตให้ครอบครัวคนจีนมีลูกคนที่ 2 ได้ จะทำให้พฤติกรรมและรูปแบบของชาวจีนเปลี่ยนไป ต้องการสินค้าสินค้านำเข้าที่มีคุณภาพสูง สินค้าฟุ่มเฟือย และการท่องเที่ยวในต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวล้วนส่งผลดีต่อการส่งออกของอาเซียนโดยรวม

    ข้อดีของการย้ายฐานการผลิตและการลงทุนจีนมายังอาเซียน จะทำให้อาเซียนเกิดโอกาสใหม่ๆ ในการส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค วัตถุดิบ และชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ทั้งสินค้าเกษตร อิเล็กทรอนิกส์ และเสื้อผ้าและสิ่งทอส่งกลับไปขายในตลาดขนาดใหญ่มากถึง 1,300 ล้านคนอย่างจีน รวมถึงการที่อาเซียนยังถือเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญให้กับจีนอีกด้วย

    ในด้านตลาดผู้บริโภคอาเซียนก็เป็นตลาดที่จีนสนใจด้วยจำนวนประชากรอาเซียนที่มีมากกว่า 600 ล้านคน ดังนั้น อาเซียน จึงไม่ควรมองว่าจีนเป็นคู่แข่งของอาเซียน แต่จีนจะเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Alliance) เพื่อการเติบโต โดยอาเซียนก็จะกลายเป็นฐานการผลิตให้กับจีนแทนในอนาคต และจีนก็จะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นประเทศ trading nation ด้วยอีกทางหนึ่ง

    สำหรับมูลค่าการค้าจีน-อาเซียน ในปี 2545 มีมูลค่าการค้า 54,770 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และเพิ่มเป็น 4.43 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2556 ขยายตัวร้อยละ 10.8 เมื่อเทียบกับปี 2555 ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากความตกลง FTA อาเซียน และคาดว่ามูลค่าการค้าจะพุ่งสูงถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2563 การลงทุนจะขยายตัวสูงถึงระดับ 1.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ในอีก 8 ปีข้างหน้า
Share:

Related Articles

​ดีป้า ดัน SMEs สู้พิษโควิด-19 ส่งสุดยอดสินค้าไทย อวดโฉมในเวทีระดับโลก เวิลด์เอ็กซ์โป 2020 ดูไบ

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล คัดสุดยอดสินค้าดี สินค้าเด่นของไทย ร่วมจัดแสดงที่อาคารแสดงประเทศไทยในงาน “เวิลด์เอ็กซ์โป 2020 ดูไบ” ระหว่างวันที่ 1 ..

by SME Thailand.| 23 มิย. 2021

​LINE ฉลองครบรอบ 10 ปี แพลตฟอร์มที่ตอบสนองชีวิตคนไทยในทุกไลฟ์สไตล์ และช่วยผลักดันธุรกิจในยุคดิจิทัล

LINE ครบรอบ 10 ปี ขอบคุณทุกผู้ใช้พร้อมตอกย้ำความสำเร็จบนเส้นทางการเป็นแพลตฟอร์มหนึ่งเดียวที่ครองใจคนไทยตลอดทศวรรษที่ผ่านมา จากการยกระดับชีวิตดิจิทัล..

by SME Thailand.| 23 มิย. 2021

​แพ็กเกจจิ้งยืดอายุทางรอดธุรกิจอาหารยุคโควิด เอกา โกลบอล ช่วยเอสเอ็มอีพลิกเกมพ้นวิกฤต

“เอกา โกลบอล” ผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ และสวทช. เชิญชวนฟังสัมมนาออนไลน์ ฟรี “พลิกเกมส์ธ..

by SME Thailand.| 23 มิย. 2021