DBD จัดอบรมการเป็นนิติบุคคลที่ดีให้เถ้าแก่ใหม่

by smethailandclub 11 เมย. 2014
Share:


    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดอบรม “การเป็นนิติบุคคลที่ดีและสิ่งที่นิติบุคคลต้องปฏิบัติ” ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ครั้งที่ 3 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน 2557 ที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจในกรุงเทพมหานคร มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหน้าที่ตามกฎหมายที่นิติบุคคลต้องปฏิบัติ ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง ซื่อสัตย์ โปร่งใส มีธรรมาภิบาล เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ธุรกิจรายอื่นๆ ต่อไป

    นายวิชัย โภชนกิจ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ธุรกิจเมื่อจดทะเบียนเป็นนิติบุคลแล้ว จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งกรมฯ ได้จัดอบรมสัมมนาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งให้ภาคธุรกิจรู้หน้าที่ มีความรับผิดชอบ ตั้งแต่เริ่มเป็นนิติบุคคลจนถึงสิ้นสุดสภาพการเป็นนิติบุคคล โดยเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับบทบาท หน้าที่ที่นิติบุคคลตั้งใหม่ต้องปฏิบัติผ่านการอบรมสัมมนา รวมถึงจัดทำคู่มือเพื่อให้นิติบุคคลปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง

    หลังจากนั้นจะพัฒนาให้มีความเข้มแข็งสามารถแข่งขันได้ภายใต้กลยุทธ์บันได 3 ขั้น คือ ขั้นที่ 1 สร้างองค์ความรู้ และเพิ่มศักยภาพด้านการบริหารจัดการ ขั้นที่ 2 ยกระดับธุรกิจสู่เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพและมาตรฐานสากล และ ขั้นที่ 3 สร้างโอกาสทางการตลาดและเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ

    นอกจากนี้เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและสะดวกในการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด กรมฯ ได้มอบหมายให้หัวหน้าสำนักงานบัญชีหรือหุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการของสำนักงานบัญชีที่ได้รับหนังสือรับรองคุณภาพจากกรมฯ ซึ่งเป็นสมาชิกของสภาวิชาชีพบัญชี เป็นบุคคลที่ผู้ขอจดทะเบียนจะลงลายมือชื่อต่อหน้าได้ (ผู้รับรองลายมือชื่อ) โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557

    “การจัดอบรมครั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจรายใหม่ในส่วนกลางได้รับความรู้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาท และหน้าที่ของนิติบุคคลที่ดี และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการบริหารธุรกิจของตนเองได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเตรียมความพร้อมของธุรกิจเพื่อรองรับ AEC เทคนิคการบริหารธุรกิจให้เข้มแข็งด้วยการบัญชี และการมีจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีโดยผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีที่เข้ารับการอบรมสามารถนับชั่วโมงพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ (CPD) เป็นด้านอื่นได้ 6 ชั่วโมง”

    รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ธุรกิจที่มีรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2556 เร่งนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในวันที่ 2 มิถุนายน 2557 หากพ้นกำหนดเวลาจะมีทั้งโทษจับและปรับตามที่กฎหมายกำหนด และในอนาคตอันใกล้นี้กรมฯ จะเปิดให้บริการยื่นงบการเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Filing ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับธุรกิจสามารถยื่นงบการเงินได้รวดเร็วขึ้น ลดภาระ และค่าใช้จ่ายให้แก่ ภาคธุรกิจได้อีกทางหนึ่งด้วย

 
Share:

Related Articles

​ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16

สมาคมการขายตรงไทย (TDSA) หนึ่งในสมาชิกของสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) เตรียมพร้อมจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16 ในรูปแบบออนไลน์ มุ่งเส..

by SME Thailand.| 16 กย. 2021

​dtac business จับมือ Google Cloud ช่วย SME ไทยในช่วงล็อคดาวน์และ WFH

dtac business ยกระดับ SME ไทยเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ความร่วมมือครั้งนี้ทำให้ดีแทคนำเสนอโซลูชันการทำงานร่วมกันและเพิ่มประสิทธิภาพก..

by SME Thailand.| 15 กย. 2021

​เอไอเอ ประเทศไทย มอบเงินจำนวน 3,000,000 บาท เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19

เอไอเอ ประเทศไทย มอบเงินจำนวน 3,000,000 บาท แก่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่น เพื่อสนับสนุนการจั..

by SME Thailand.| 15 กย. 2021