พาณิชย์หนุน SMEs ไทยเจาะตลาดตะวันออกกลาง

by smethailandclub 06 มิย. 2014
Share:


    "พาณิชย์"แนะผู้ประกอบการศึกษาตลาดตะวันออกกลาง ชี้พฤติกรรมบริโภคเปลี่ยนหันเน้นสินค้าคุณภาพ แนวโน้มสินค้าเพื่อสุขภาพมาแรง

    นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยไปภูมิภาคตะวันออกกลางในช่วง 4 เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย.) ของปีนี้ มีมูลค่า 4,066 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6%ขณะที่การนำเข้ามูลค่า 10,515 ล้านดอลลาร์ลดลง 14.7%

    ทั้งนี้แนวโน้มตลาดสินค้าอาหารในภูมิภาคนี้ จะมีรูปแบบการบริโภคข้าว หรือแป้ง มาเป็นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์นมเนยมากขึ้น วิถีชีวิตจะเปลี่ยนมาเป็นสังคมบริโภค ซึ่งไม่จำเพาะแต่สินค้าจำเป็นพื้นฐาน แต่ยังรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสบายและแสดงถึงฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น โทรศัพท์มือถือ เครื่องสำอาง เครื่องประดับ รวมถึงอาหารเพื่อความอร่อย เพื่อแสดงสถานภาพ หรือ เพื่อสังสรรค์บันเทิง

    “การเลือกบริโภคจะพิจารณาที่ภาพลักษณ์หรือสัญลักษณ์ที่ติดมากับสินค้า ที่บ่งบอกถึงความภูมิฐานและทันสมัยมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังมีแนวโน้มความต้องการเลือกบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งกรมฯได้พัฒนาผู้ประกอบการไทยวิเคราะห์สินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด โดยให้ความสำคัญกับ SMEs และ OTOP พร้อมส่งเสริมการขยายตลาดใหม่ รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ของไทยในฐานะประเทศผู้ผลิตสินค้าคุณภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าให้สูงขึ้นอย่างยั่งยืน” นางนันทวัลย์ กล่าว

    นายณัฐพงศ์ บุญจริง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ กล่าวว่า ตะวันออกกลางมีการรวมกลุ่มประเทศอาหรับ GCC ซึ่งประกอบไปด้วย 6 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต บาห์เรน โอมาน และกาตาร์ มีแนวโน้มการส่งออกดี โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหาร ที่นำเข้าเกือบทั้งสิ้น

    ที่ผ่านมารัฐบาลของประเทศเหล่านี้ ได้ผลักดันนโยบายต่างๆ ออกมา เพื่อสร้างหลักประกันให้กับปริมาณอาหารที่เพียงพอในระยะยาว โดยเครื่องมือสำคัญที่รัฐบาลอาหรับมีและสามารถนำมาใช้ คือ การใช้เงินจากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (SWFs) ซึ่งมีเงินทุนรวมกันมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อนำเงินไปซื้ออาหาร ที่ดิน และบรรดาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่จำเป็นในต่างประเทศ

    ประชากรของ GCC ซึ่งมีทั้งหมดประมาณ 40 ล้านคน มีอัตราการขยายตัวประมาณ 3.3% ต่อปี คาดว่าปี 2563 ประชากรของ GCC จะเพิ่มขึ้นเป็น 50 ล้านคน ปัจจุบันกลุ่ม GCC มีมูลค่านำเข้าอาหารประมาณปีละ 25.8 พันล้านดอลลาร์

    สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญ 4 เดือนแรก ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รองลงมาเป็นสินค้าเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เป็นต้น.

ที่มา : www.bangkokbiznews.com
Share:

Related Articles

​เอพี ไทยแลนด์ คาดยอดโอนในปี 2563 สูงถึง 4.6 หมื่นล้านบาท มั่นใจขึ้นแท่นเบอร์ 1 อสังหาฯ

เอพีประกาศความสำเร็จก้าวข้ามผ่านวิกฤตมาได้อย่างสวยงาม มุ่งสู่การเป็นเบอร์ 1 ในอุตสาหกรรม คาดยอดโอนรวมปี 63 สูงถึงประมาณ 46,000 ล้านบาท โตกว่า 40 เปอ..

by SME Thailand.| 21 มค. 2021

​กรุงศรีออกมาตรการเพิ่มเติมช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ออกมาตรการเร่งด่วนเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือลูกค้าครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งลูกค้าบุคคล ลูกค้าผ..

by SME Thailand.| 21 มค. 2021

​TQM มอบเงินสมทบทีมแพทย์สมุทรสาครสู้ภัยโควิด-19 พร้อมผนึก 2 แอปฯ ให้ลูกค้าปรึกษาแพทย์ออนไลน์ฟรี

บมจ.ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น มอบเงินสมทบกองทุน ‘คนสมุทรสาครรวมใจสู้ภัย Covid-19’ เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์รพ.สนาม และช่วยเหลือทีมแพทย์และเจ้าหน้า..

by SME Thailand.| 20 มค. 2021