TMB ประเมิน EU ตัดสิทธิ GSP ธุรกิจต้องเร่งปรับตัว

by smethailandclub 11 กค. 2014
Share:


    ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี ประเมินผลกระทบภาพรวมต่อผู้ส่งออกไทยถูก EU ตัดสิทธิ GSP แม้จะสัดส่วนน้อย แต่กระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะ เสื้อผ้าสำเร็จรูป รองเท้า ผักผลไม้ และอาหารทะเลแปรรูป แนะผู้ประกอบการต้องเร่งหาคู่ค้าในตลาดใหม่ๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ

    สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (Generalized System of Preferences หรือเรียกสั้นๆ ว่า GSP) ที่ยุโรปให้กับไทยนั้น ได้สิ้นสุดลงในปี 2557 สำหรับสินค้าส่งออกไทยที่มีส่วนแบ่งการตลาดเกิน 17.5% ของมูลค่าการนำเข้ารวมจากประเทศผู้ได้รับสิทธิ GSP และทุกสินค้าจะถูกตัดสิทธดังกล่าวทั้งหมดในปี 2558 จากการที่ไทยถูกจัดอันดับโดยธนาคารโลกให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง (Upper-Middle Income Countries) เป็นเวลา 3 ปี ติดต่อกัน ทำให้ไทยต้องเสียภาษีในอัตราปกติตามข้อตกลงขององค์การการค้าโลก (Most-Favored Nation: MFN)

    ศูนย์วิเคราะห์ฯ ประเมินผลกระทบแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ดังนี้ ผลกระทบแรก คือ ด้านภาษีการนำเข้า จากการที่ถูกตัดสิทธิ GSP ในปี 2557-2558 จะทำให้ไทยสูญเสียผลประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับราว 5,500 ล้านบาท หรือคิดเป็นผลกระทบร้อยละ 3.2 ของมูลค่าการส่งออกไปยัง EU ทั้งหมด (แต่คิดเป็นเพียงร้อยละ 0.4 เมื่อเทียบกับมูลค่าการส่งออกรวมไปยังทุกประเทศคู่ค้าของไทย) ทั้งนี้ สินค้าส่งออกที่ได้รับผลกระทบเรียงจากมากไปน้อย ได้แก่ เสื้อผ้าสำเร็จรูป รองเท้า ผักผลไม้ อาหารทะเลแปรรูป เนื้อสัตว์แปรรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยางพารา ยานยนต์และชิ้นส่วน เคมีภัณฑ์ และเครื่องดื่ม ซึ่งในปีนี้ ผลกระทบส่วนใหญ่จะตกอยู่กับผู้ประกอบการขนาดใหญ่ เนื่องจากธุรกิจ SME มีหลายหมวดสินค้าที่ส่วนแบ่งการตลาดไม่เกินกว่าระดับที่ EU กำหนดไว้ แต่สำหรับในปี 2558 ทาง SME จะได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น จากสิทธิ์ GSP ในสินค้าทุกรายการจะถูกตัดสิทธิ์ทั้งหมด

    ผลกระทบต่อมา คือ ด้านคู่แข่ง กลุ่มประเทศ EU มีแนวโน้มจะนำเข้าสินค้าจากประเทศคู่แข่งของไทยมากขึ้น เนื่องจากคู่แข่งส่งออกของไทย ยังรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีไว้ได้ โดยคู่แข่งด้านการค้าหลักของไทยในตลาด EU ที่ยังมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีอยู่ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วย 1) กลุ่มประเทศที่ยังคงได้รับสิทธิ GSP ในปัจจุบัน ได้แก่ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม อินเดีย และ 2) กลุ่มประเทศที่ไม่ได้รับสิทธิ GSP แล้ว แต่ยังได้รับประโยชน์ทางด้านภาษีจากข้อตกลง FTA กับ EU ได้แก่ มาเลเซีย บราซิล เม็กซิโก และแอฟริกาใต้ ซึ่งทำให้ทั้งกลุ่มประเทศคู่แข่งเหล่านี้ ได้เปรียบไทยจากสิทธิประโยชน์ทางภาษี จึงนับว่าเป็นคู่แข่งด้านส่งออกที่สำคัญของไทย ซึ่งจะทำให้ความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาด EU ลดลง

    สำหรับผลกระทบส่วนที่สาม คือ ด้านนักลงทุนต่างชาติย้ายฐานการผลิต การที่ไทยไม่ได้รับสิทธิ GSP แล้ว อาจส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติพิจารณาย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นๆ ที่ได้ยังคงได้รับสิทธิ GSP อยู่ หรือ ย้ายไปยังกลุ่มประเทศที่ทำข้อตกลง FTA กับ EU ซึ่งอาจส่งผลกระทบด้านเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศให้ลดลงได้

    ทั้งนี้ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี ประเมินว่าผลกระทบทั้ง 3 ด้านดังกล่าว เป็นประเด็นท้าทายสำคัญที่ผู้ประกอบการจะต้องเร่งปรับตัว โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ SME ที่จะถูกกระทบมากขึ้นในปี 2558 และเหลือเวลาปรับตัวอีกไม่ถึง 6 เดือน เท่านั้น และแนะให้ผู้ประกอบการในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน อาหารแปรรูป มุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน  รวมถึงหาตลาดส่งออกใหม่มากขึ้น นอกจากนี้ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มอาจต้องพิจารณาย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่ยังคงได้รับสิทธิ GSP เพื่อลดต้นทุนค่าแรงและใช้เป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกไปยัง EU และภาครัฐควรเร่งออกนโยบายส่งเสริมธุรกิจที่มีความประสงค์จะไปลงทุนในต่างประเทศด้วย
 
Share:

Related Articles

​กรมเจรจาฯ เตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ”

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ” เป็นปีที่ 2 ตอกย้ำความสำเร็จของโครงการที่ผ่านมา

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020

​SEAC รีเฟรมธุรกิจ รับมือหลังวิกฤต ปรับมุมคิดพลิกมุมมองด้วย Outward Mindset

ผลจากวิกฤตการณ์ช่วงที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าอนาคตเป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ยาก ไม่มีใครมีคำตอบแน่ชัด สิ่งที่ทำได้คือการโอบกอดความไม่แน่นอน แล้วปรับตัวให้..

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020

​ม.อ. - SME D Bank – ก.อุตฯ วช. ร่วมติดปีกเอสเอ็มอีด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม

ม.อ. SME D Bank ก.อุตฯ และ วช.ผนึกกำลังจัดมหกรรม"BCG เศรษฐกิจใหม่ประเทศไทยยั่งยืนInnovation bazaar" ครั้งที่ 2 เสริมแกร่งเอสเอ็มอีไทย นำผล..

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020