​กรมการค้าต่างประเทศจัดทัพเครื่องนุ่มห่มเยือนเมียนมาร์

by smethailandclub 21 กค. 2014
Share:


กรมการค้าต่างประเทศ จัดทัพธุรกิจเครื่องนุ่งห่ม-รองเท้าเยือนเมียนมาร์ หาช่องทางขยายการค้า-ลงทุนรับเออีซี

    รายงานข่าวจากกรมการค้าต่างประเทศ แจ้งว่า กรมฯ จะนำคณะผู้แทนการค้าการลงทุนไทย ซึ่งประกอบด้วยผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า เดินทางไปเยือนกรุงย่างกุ้งและเมืองพะโค เมียนมาร์ระหว่างวันที่ 21-23 ก.ค. นี้ เพื่อพบปะทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของเมียนมาร์ในการหาโอกาสในการขยายการค้าและการลงทุนให้กับผู้ประกอบการไทย รองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

    ทั้งนี้ คณะจะพบปะกับเจ้าหน้าที่ BOI ของพม่า รับฟังแนวทางการขอรับการส่งเสริมการลงทุน พบเยี่ยมชมนิคมอุตสาหกรรมเมืองพะโค รับฟังแนวทางการลงทุนจัดตั้งโรงงานภายในนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งเยี่ยมชมโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า เพื่อหาช่องทางในการย้ายฐานการผลิตให้กับผู้ประกอบการไทย โดยการใช้ประโยชน์จาก AEC ในการลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มโอกาสในการบุกเจาะตลาดเมียนมาร์

    ขณะเดียวกัน กรมฯ ยังได้จัดงาน Thailand-Myanmar Business Networking เพื่อให้มีการเจรจาสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการเมียนมาร์ในการสร้างความร่วมมือทำการค้าระหว่างกันด้วย

    รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ขณะนี้กรมฯ ได้มีการปรับปรุงระบบการให้บริการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งได้ปรับปรุงระบบและปรับเปลี่ยนแบบพิมพ์หนังสือรับรองตามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน และอาเซียน-เกาหลีใหม่ โดยได้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2557 ที่ผ่านมา

    โดยการปรับเปลี่ยน Form D ได้มีการมีการแก้ไขข้อความในช่อง 9 จาก Gross weight or other quantity and value (FOB) เป็น Gross weight or other quantity and value (FOB) where RVC is applied ซึ่งการแก้ไขดังกล่าว จะมีผลในทางปฏิบัติทำให้ไม่ต้องแสดงมูลค่า FOB ในช่อง 9 ยกเว้นในกรณีที่สินค้าส่งออกใช้เกณฑ์การพิจารณาถิ่นกำเนิดสินค้า แบบการคำนวณสัดส่วนมูลค่าการผลิตภายในประเทศภาคี (RVC) และยังได้เปลี่ยนพิกัดศุลกากรในส่วนของกฎเฉพาะรายสินค้าของปี 2550 (HS code 2007) เป็นปี 2555 (HS code 2012) ด้วย

    ทั้งนี้ ยกเว้นประเทศเมียนมาร์และกัมพูชา ยังคงใช้ระเบียบปฏิบัติเดิม ที่จะต้องระบุมูลค่า FOB ในหนังสือรับรองทุกกรณี เนื่องจากทั้งสองประเทศได้ขอเวลาในการปรับเปลี่ยนระเบียบปฏิบัติภายในประเทศเป็นเวลา 2 ปี

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
Share:

Related Articles

​AP ยืนหนึ่งผู้นำด้านบริหารจัดการโครงการอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยครบวงจร

AP ยิ้มรับความสำเร็จหลัง SMART (สมาร์ท) บริษัทผู้นำธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ ในเครือ “คว้า ISO 41001:2018” มาตรฐานใหม่ของการให้บริการด้านการบร..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021

​“สุริยะ” สั่งการ กสอ. ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เงินทุนฯ เพิ่มสภาพคล่องกว่า 2,300 กิจการ

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เงินทุน กว่า 2,300 กิจการ ประกอบด้วย การพักชำระหนี้สูงสุด 12 เดือนสำหรับลูกหนี้ชั้นดี พักชำระหน..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021

​บริดจสโตน ส่งมอบสนามกีฬาบริดจสโตน ผ่านโครงการ B-Active สร้างพื้นที่ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของเด็กไทย

บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด ในฐานะผู้นำด้านการผลิตยางรถยนต์อันดับหนึ่งในประเทศไทย เดินหน้าส่งมอบสนามกีฬาบริดจสโตนในโครงการ B-Active แห่งที่ 3 ณ โรงเรี..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021