​ตีกลับแผนส่งเสริมลงทุนเศรษฐกิจชายแดน-เอสเอ็มอี

by smethailandclub 21 กค. 2014
Share:


    "บอร์ดบีโอไอ” ตีกลับแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ สั่งปรับปรุงใหม่ทบทวนการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี พร้อมให้เน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษและการส่งเสริมเอสเอ็มอีเป็นฐานเศรษฐกิจในอนาคต บีโอไอคาดสูญเสียเงินจากสิทธิประโยชน์เว้นภาษีลดลง 50%

    นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บอร์ดบีโอไอ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน วานนี้ (18 ก.ค.) ว่าบีโอไอได้มีการนำเสนอแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่ระยะ 7 ปีจากปี 2558 - 2564

    สาระสำคัญในการกำหนดเป้าหมายหลักในอุตสาหกรรม ที่จะยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทย และการยกระดับรายได้ของประชาชนไทยให้หลุดพ้นจากกลุ่มประเทศรายได้ระดับปานกลาง รวมทั้งการปรับเปลี่ยนสิทธิประโยชน์เพื่อส่งเสริมกิจการที่ลงทุน โดยเน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง

    ที่ประชุมฯมอบหมายให้บีโอไอนำข้อเสนอแนะต่างๆ ไปปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์และมาเสนอที่ประชุมบอร์ดบีโอไอครั้งต่อไปในเดือน ส.ค.นี้ โดยให้บีโอไอวางแผนส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนของประเทศ การส่งเสริมที่สามารถเชื่อมโยงการผลิตกับเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดน เพื่อนบ้านและเออีซี โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นผู้ประกอบการขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ต้องเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับฐานรากให้ได้ในระยะยาว

    ในส่วนของสิทธิประโยชน์ ควรพิจารณาความเหมาะสม โดยเฉพาะการยกเว้นการเก็บรายได้ภาษีนิติบุคคลเป็นเวลาสูงสุดถึง 8 ปี ในบางอุตสาหกรรมทำให้รายได้ของประเทศในรูปภาษีลดลง จึงต้องมีการพิจารณาในส่วนนี้อีกครั้ง โดยจะหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อให้ได้ข้อสรุป

    "ตัวเลขเม็ดเงินภาษีนิติบุคคล ที่มีการยกเว้นการจัดเก็บที่บีโอไอ ได้รวบรวมไว้คิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 5 - 6 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งหากมีการปรับลดการให้สิทธิประโยชน์ในส่วนนี้ ทั้งจากการลดประเภทอุตสาหกรรมที่จะสนับสนุน และการลดจำนวนปีที่ให้สิทธิประโยชน์ลง ก็จะทำให้จำนวนเงินที่รัฐจะสูญเสียรายได้จากส่วนนี้ลดลงประมาณ 50% ของวงเงินในแต่ละปี ที่มีการให้สิทธิประโยชน์ในส่วนนี้"

    อย่างไรก็ตามบีโอไอได้นำเสนอกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายให้ยกเว้นภาษีนิติบุคคล 8 ปี 1.อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานทดแทน 2.อุตสาหกรรมที่ส่งเสริมการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง และ 3.อุตสาหกรรมที่ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในประเทศ โดยคาดว่ายุทธศาสตร์ใหม่จะประกาศให้ได้ในช่วงต้นปี 2558

    “อุตสาหกรรมในสาขาที่เป็นเป้าหมายเหล่านี้ต้องมีการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง มุ่งเป้ายกระดับรายได้เฉลี่ยของประชาชนให้พ้นระดับปานกลาง หรือรายได้เฉลี่ยสูงกว่า 12,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อคนต่อปี แต่คงไม่ทันปี 2564 ซึ่งตอนนี้อยู่ 6,000 ดอลลาร์ คาดว่าต้องใช้เวลาเป็น 10 ปี” นายอุดมกล่าว

ที่มา : www.bangkokbiznews.com

    
Share:

Related Articles

​บ้านปูจัด “UpImpact” ผลักดันกิจการเพื่อสังคมให้รอดพ้นวิกฤติ ปั้น BC4C กิจการเพื่อสังคมรุ่นต่อไปในปี 2564

บ้านปู จำกัด (มหาชน) สานต่อการทำงานด้านการสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม หรือ “Social Enterprise (SE)” ในปี 2563 ผ่านโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม หรือ..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​‘ไลอ้อน ประเทศไทย’ ขนไลน์อัพสินค้าเสริมอาหาร-ดูแลสุขอนามัยบุกตลาดช่วงโควิด-19

ไลอ้อน ประเทศไทย เผยโควิด-19 หนุนผู้บริโภคตื่นตัวดูแลสุขภาพ ขนทัพผลิตภัณฑ์กลุ่มดูแลสุขอนามัย จัดโปรโมชันรับกระแส รุกเจาะช่องทางออนไลน์ตอบโจทย์ความต้..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​วอลล์สตรีท อิงลิช ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่า เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home

Wall Street English ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่าในการเรียนและหน้าที่การทำงาน เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home หรือช่..

by SME Thailand.| 13 มค. 2021