​เร่งยกระดับ OTOP สิ่งทอพร้อมก้าวสู่ AEC

by smethailandclub 28 กค. 2014
Share:


กสอ.จับมือสถาบันฯสิ่งทอเร่งยกระดับคุณภาพ OTOP ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายทั่วประเทศ เพื่อเตรียมพร้อมก้าวสู่ AEC  ตั้งเป้าพัฒนาผู้ประกอบการมากกว่า 200 รายพร้อมให้สามารถก้าวสู่ตลาดสากลไม่น้อยกว่า 150 ผลิตภัณฑ์  

    ดร. อรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ OTOP ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย เป็นผลิตภัณฑ์ที่แสดงถึงวัฒนธรรม ภูมิปัญญาและความเป็นอยู่ของท้องถิ่น ซึ่งในประเทศไทยมีมากกว่า 17,000 ผลิตภัณฑ์ แต่มีเพียงแค่ 1 ใน 10 หรือกว่า 1,000 ผลิตภัณฑ์เท่านั้นที่จัดอยู่ในระดับ A จึงจำเป็นต้องให้การส่งเสริมและพัฒนาเพื่อให้โอท็อปไทยโดดเด่นในระดับนานาชาติ

        ดังนั้น กสอ.ในฐานะหน่วยงานรัฐที่ให้การส่งเสริม สนับสนุนพัฒนาผลิตภัณฑ์โอท็อปสู่สากลและเพิ่มมูลค่าสินค้าโอท็อปด้วยทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา (High Value OTOP Based On Rich Culture and Local Wisdom) จึงร่วมกับ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ จัดทำ "โครงการพัฒนามาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายโอท็อปตลอดกระบวนการผลิตและทดสอบตลาดจากการพัฒนา" ภายใต้ "โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายก้าวสู่สากล"  เพื่อยกระดับผู้ประกอบการโอท็อปประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายทั่วประเทศ ให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์โอท็อปให้ได้คุณภาพมาตรฐานสอดคล้องตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกาย
    โดยใช้นวัตกรรมต่างๆเพื่อสร้างมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในตลาดในประเทศและต่างประเทศ  รวมถึงการเปิดการค้าเสรีอาเซียน  ซึ่งจะทำให้ตลาดสิ่งทอของไทยกว้างมากขึ้น มีการซื้อขายสินค้าสิ่งทอที่เป็นสินค้าพื้นบ้านระหว่างในกลุ่มอาเซียนด้วยกันมากขึ้น ทั้งนี้ได้นำร่องพัฒนาผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายโอท็อปที่ จ.นครราชสีมา เป็นแห่งแรกและตั้งเป้าพัฒนาผู้ประกอบการมากกว่า 200 ราย โดยจะขยายผลสู่ภูมิภาคอื่นๆต่อไป

    ด้านนางสุทธินีย์ พู่ผกา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า สำหรับ  " โครงการพัฒนามาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายโอท็อป ตลอดกระบวนการผลิตและทดสอบตลาด"  สถาบันได้วางแผนการดำเนินงานลงพื้นที่เพื่อสำรวจข้อมูล วิธีการผลิต วัตถุดิบ เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ผู้ประกอบการต้องการส่งออก จากนั้นจึงนำกลับมาทดสอบตามมาตรฐานสากล หากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่ตรงตามมาตรฐาน จะมีการส่งทีมที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญเพื่อวิเคราะห์ปัญหาพร้อมให้คำแนะนำ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามสากล

        "ที่ผ่านมาปัญหาส่วนใหญ่คือ ผู้ประกอบการเลือกใช้วัตถุดิบให้สีหรือสีย้อมที่ไม่ได้คุณภาพ  มีสารตกค้างต่าง ๆ  รวมทั้งกระบวนการย้อมที่ไม่คงที่ ส่งผลให้ผ้าที่ได้เกิดตกสี ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยไม่สามารถก้าวถึงตลาดต่างประเทศได้" 
 
        นอกจากนี้โครงการยังมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ การสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่องคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์สิ่งทอและเครื่องนุ่ง ห่ม  โดยดำเนินการเข้าถึงในภูมิภาค  ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ภาคกลาง  ภาคเหนือ  พื้นที่นำร่อง 4 จังหวัด คือ นครราชสีมา เชียงใหม่ อุบลราชธานี และกรุงเทพฯ สำหรับเนื้อหาในการสัมมนานั้นเน้นการให้ความรู้ตลอดกระบวนการผลิต

        "คาดว่าเมื่อดำเนินโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์โอท็อปอย่างเต็มรูปแบบแล้วจะสามารถยกระดับผู้ผลิตผลิตภัณฑ์โอท็อปประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายให้สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล  โดยสถาบันฯสิ่งทอจะทำหน้าที่ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดกระบวนการ ผลิตและทดสอบตลาด อาทิ ศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับการย้อมสีธรรมชาติ และหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้กับการดำเนินธุรกิจให้มากที่สุด ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ซึ่งนำไปสู่การส่งออกในตลาดต่างประเทศและในอาเซียน โดยตั้งเป้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพออกสู่ตลาดสากลได้ ไม่น้อยกว่า 150 ผลิตภัณฑ์ " นางสุทธินีย์กล่าว
Share:

Related Articles

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020