​ม.ธุรกิจบัณฑิตย์เปิดโผสำรวจ CEO เชื่อมั่นเศรษฐกิจดีขึ้น

by smethailandclub 12 สค. 2014
Share:


    มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPURC) เปิดสำรวจความเห็นของผู้บริหารบริษัท จำนวน 429 คน ระหว่างวันที่ 15-28 กรกฏาคม 2557 เกี่ยวกับแนวโน้มทางเศรษฐกิจและธุรกิจ พบว่าดัชนีด้านเศรษฐกิจในเดือนกรกฏาคม มีค่าเท่ากับ 27 จุด เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนถึง 15 จุด สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริหารเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจไทยจะปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของ คสช.และคาดการณ์ดัชนีเศรษฐกิจจะเติบโตขึ้นถึง 38 จุด ในเดือนสิงหาคม

    โดยปัจจัยสำคัญที่สุด 5 อันดับแรกที่มีผลต่อการทำธุรกิจในเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2557 คือ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของ คสช. ได้ 4.3 คะแนน สภาวะเศรษฐกิจไทยและความเชื่อมั่นของประชาชนได้ 4.2 คะแนนเท่ากัน ลำดับที่สี่และห้า คือ ความเชื่อมั่นของนักธุรกิจ/นักลงทุน และการขาดแคลนแหล่งเงินทุนได้ 4.1 คะแนนเท่ากัน

    ด้านดัชนีการทำธุรกิจมี 4 ด้านด้วยกัน คือ ดัชนีด้านรายได้ ดัชนีด้านต้นทุน ดัชนีด้านสภาพคล่อง และดัชนีด้านการจ้างงาน เมื่อพิจารณาถึงดัชนีด้านรายได้ในกรกฎาคม พบว่าเพิ่มขึ้นเป็น 24 จุด และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 35 จุดในเดือนสิงหาคม สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของความเชื่อมั่นที่มีต่อเศรษฐกิจไทย อีกทั้งจากมาตรการเร่งด่วนกระตุ้นเศรษฐกิจของ คสช.

    ส่วนดัชนีต้นทุนได้ปรับเพิ่มเป็น 18 จุด และคาดว่าจะปรับลดลงเป็น 17 จุดในเดือนสิงหาคม โดยดัชนีในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมมีค่าค่อนข้างใกล้เคียงกัน สะท้อนให้ว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุนมีการชะลอตัวลง แต่เนื่องจากปัญหาสภาพคล่องที่กระทบต่อธุรกิจตั้งแต่เดือนเมษายน 2556 ส่งผลให้ดัชนีสภาพคล่องยังคงมีค่าติดลบ โดยมีค่า -29 จุดในเดือนกรกฎาคม และคาดว่าจะติดลบเพิ่มขึ้นเป็น -30 จุดในเดือนสิงหาคม

    ด้านดัชนีการจ้างงานปรับตัวเป็นบวกสองเดือนติดต่อกัน โดยเพิ่มจาก 3 จุดในเดือนมิถุนายน เป็น 4 จุดในเดือนกรกฎาคม และคาดว่าจะคงอยู่ที่ 4 จุดในเดือนสิงหาคม ซึ่งการที่ดัชนีการจ้างงานไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นตามความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและรายได้เนื่องมาจากธุรกิจยังมีปัญหาสภาพคล่องและยังไม่ได้ใช้กำลังการผลิตเต็มศักยภาพจึงไม่จำเป็นต้องจ้างงานเพิ่มมากนัก

    จากผลสำรวจเดือนกรกฏาคม จะเห็นได้ว่านักบริหารเริ่มให้ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จากการที่ คสช. เข้ามาบริหารประเทศ และยังออกแผนกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงินค่าจำนำข้าวให้ชาวนา การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ การพิจารณาโครงการโครงสร้างพื้นฐานและอื่น ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ

    อย่างไรก็ตาม การที่ประเทศไทยเผชิญสภาพปัญหาขาดสภาพคล่องมากว่า 15 เดือน อาจต้องรอถึงไตรมาส 4 จึงจะทำให้ระบบเศรษฐกิจไทยเกิดสภาพคล่อง และอัตราการจ้างงานที่ดีได้อย่างชัดเจนขึ้น

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ
Share:

Related Articles

​หน่วยงานรัฐ-เอกชน ผนึกกำลังเซเว่นฯ จัดสัมมนาออนไลน์ Think for Growth : SME ยุควิกฤตโควิด-19...ทำอย่างไรให้รอด

4 พันธมิตร สสว.-กสอ.-SME D Bank -สมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย จับมือ เซเว่น อีเลฟเว่น จัดสัมมนาออนไลน์ “Think for Growth : SME ยุควิกฤตโควิด-19..

by SME Thailand.| 22 กย. 2021

​แกร็บ ผุดฟีเจอร์ใหม่ ชวนผู้ใช้บริการร่วมลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ พร้อมเปิดตัวรายงานความยั่งยืนฉบับแรก

แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชวนผู้ใช้บริการมีส่วนร่วมในการชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนในทุกครั้งที่เดินทางกับแกร็บ ด้วยการแนะนำ..

by SME Thailand.| 21 กย. 2021

​ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16

สมาคมการขายตรงไทย (TDSA) หนึ่งในสมาชิกของสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) เตรียมพร้อมจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16 ในรูปแบบออนไลน์ มุ่งเส..

by SME Thailand.| 16 กย. 2021