​สศอ.แนะขยายตลาดไปเมียนมาร์ทางออกอุตฯเครื่องแต่งกาย

by smethailandclub 21 สค. 2014
Share:


    สศอ. เผยทางออกการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นของอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายไทย โดยมุ่งขยายฐานการผลิตไปประเทศเมียนมาร์ เนื่องด้วยมีจำนวนแรงงานมาก อัตราการจ้างงานราคาถูก มีตลาดขนาดใหญ่ที่เศรษฐกิจกำลังเติบโต

    ดร.สมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายไทยกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เห็นได้จากจำนวนแรงงานในอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายที่มีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องทุกปี ประกอบกับหลังจากวันที่ 1 เมษายน 2555 และวันที่ 1 มกราคม 2556 อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องแต่งกายของไทยยังต้องเผชิญกับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงเป็น 300 ต่อวัน จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตให้เพิ่มสูงขึ้นมาก 

    จากการศึกษาผลกระทบการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 ต่อวัน ของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมพบว่า อุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายได้รับผลกระทบต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นมากที่สุดคิดเป็น ร้อยละ 7.7 ของต้นทุนการผลิต โดยมีจังหวัดที่มีอัตราการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำสูงที่สุดคือจังหวัดพะเยา ที่มีค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มถึง ร้อยละ 88.7 และต้นทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.4 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการคงอยู่และความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก 

    ดังนั้น ทางออกที่สำคัญประการหนึ่งในการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มสูงขึ้นคือ การขยายฐานการผลิตไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะประเทศเมียนมาร์ ซึ่งกำลังเริ่มเปิดประเทศ มีแรงงานจำนวนมาก มีค่าแรงราคาถูก แรงงานพม่ามีทักษะในงานใกล้เคียงกับแรงงานไทย พรมแดนพม่าติดกับไทยหลายจุด จึงทำให้เหมาะแก่การขนส่งวัตถุดิบต้นน้ำและกลางน้ำที่ไทยมีพร้อมเข้าไปผลิตในเมียนมาร์ และที่สำคัญเมียนมาร์เป็นตลาดใหม่ขนาดใหญ่ที่มีโอกาสเติบโตสูง

    ทั้งนี้ ประเทศเมียนมาร์มีประชากรมากถึง 65.0 ล้านคน ซึ่งถือว่าเป็นตลาดขนาดใหญ่มีกำลังแรงงานเท่ากับ 31.8 ล้านคน มีอัตราว่างงานร้อยละ 4 ต่อปี ทำให้มีแรงงานมากเพียงพอในการเข้าไปใช้ประโยชน์ ส่วนด้านการลงทุนประเทศเมียนมาร์มีมูลค่าการส่งออกและนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีมูลค่าเงินลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี 

    นอกจากนี้ พรมแดนที่ติดกับไทย ทำให้สะดวกต่อการขนส่งวัตถุดิบในต้นทุนที่ถูก เอื้อต่อการขนส่งวัตถุดิบต้นน้ำและกลางน้ำจากไทย เนื่องจากประเทศไทยมีอุตสาหกรรมสิ่งทอครบวงจรทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมถึงสินค้าของไทยเป็นที่ยอมรับ และรัฐบาลไทยให้การสนับสนุนและส่งเสริมให้นักลงทุนไทยไปลงทุนในต่างประเทศ 

    อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ประกอบการไทยจะขยายฐานการผลิตเข้าไปในเมียนมาร์ให้ประสบความสำเร็จและดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นนั้น ต้องทำการศึกษาในอีกหลายด้าน ทั้งเรื่องวัฒนธรรม กฎหมาย และกฎระเบียบต่างๆ ในการเข้าไปลงทุนหรือทำธุรกิจในเมียนมาร์ เนื่องจากเมียนมาร์เพิ่งเปิดประเทศได้ไม่นาน อาจมีข้อกฎหมาย กฎระเบียบที่ยังไม่นิ่งและมีการปรับเปลี่ยนค่อนข้างบ่อย ซึ่งผู้ประกอบการต้องเตรียมพร้อมและศึกษาข้อมูลดังกล่าวไว้ เพื่อจะได้ดำเนินธุรกิจการลงทุนได้อย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จต่อไป และเสื้อผ้าถือเป็นปัจจัย 4 ซึ่งทุกคนจำเป็นต้องใช้ เราจึงให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกาย 


ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ
Share:

Related Articles

​เอพี ไทยแลนด์ คาดยอดโอนในปี 2563 สูงถึง 4.6 หมื่นล้านบาท มั่นใจขึ้นแท่นเบอร์ 1 อสังหาฯ

เอพีประกาศความสำเร็จก้าวข้ามผ่านวิกฤตมาได้อย่างสวยงาม มุ่งสู่การเป็นเบอร์ 1 ในอุตสาหกรรม คาดยอดโอนรวมปี 63 สูงถึงประมาณ 46,000 ล้านบาท โตกว่า 40 เปอ..

by SME Thailand.| 21 มค. 2021

​กรุงศรีออกมาตรการเพิ่มเติมช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ออกมาตรการเร่งด่วนเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือลูกค้าครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งลูกค้าบุคคล ลูกค้าผ..

by SME Thailand.| 21 มค. 2021

​TQM มอบเงินสมทบทีมแพทย์สมุทรสาครสู้ภัยโควิด-19 พร้อมผนึก 2 แอปฯ ให้ลูกค้าปรึกษาแพทย์ออนไลน์ฟรี

บมจ.ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น มอบเงินสมทบกองทุน ‘คนสมุทรสาครรวมใจสู้ภัย Covid-19’ เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์รพ.สนาม และช่วยเหลือทีมแพทย์และเจ้าหน้า..

by SME Thailand.| 20 มค. 2021