ค้าชายแดนบูมต่อเนื่องโอกาสที่ SMEs ไม่ควรมองข้าม

by smethailandclub 26 สค. 2014
Share:



        ตลาดประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับไทยอย่างเมียนมาร์ สปป.ลาว และกัมพูชา (CLM) นับว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพและน่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ไทย

     เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ด้วยทิศทางและแนวนโยบายของทางการที่สนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น

    รวมไปถึงปัจจัยด้านจำนวนแรงงาน ต้นทุนแรงงาน ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และการได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีอากรจากประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (Generalized System of Preferences: GSP) เป็นต้น ที่ล้วนดึงดูดเงินทุนจากต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจด้านพลังงาน อุตสาหกรรมการผลิต การก่อสร้าง การท่องเที่ยว การเกษตร และภาคบริการ 

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในปี 2557 มูลค่าการค้าชายแดนของไทยจะเติบโตเพิ่มขึ้นแตะ 9.5 แสนล้านบาทจากระดับ 9.2 แสนล้านบาท ในปี 2556 หรือขยายตัวร้อยละ 2.8 YoY และน่าจะเติบโตได้ถึง 1 ล้านล้านบาทในปี 2559

   และหากไม่นับรวมการค้าผ่านชายแดนไทย-มาเลเซีย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในปีนี้มูลค่าการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 3 ประเทศ คือ สปป.ลาว เมียนมาร์ และกัมพูชา จะขยายตัวได้ถึงร้อยละ 9.0 YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนด้านการส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ การก้าวเข้าสู่ความเป็นสังคมเมืองมากขึ้น การส่งเสริมจากภาครัฐผ่านกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ รวมถึงการเติบโตของชนชั้นกลางในประเทศกลุ่ม CLM ที่ยังคงมีความเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้าไทยเป็นทุนเดิม

  นอกจากการค้าชายแดนแล้ว ผู้ประกอบการ SMEs ยังสามารถทำการค้าผ่านแดน โดยขนส่งผ่านประเทศเพื่อนบ้านไปยังเวียดนาม จีนตอนใต้ และสิงคโปร์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในปี 2557 มูลค่าการค้าผ่านแดนจะขยายตัวได้ร้อยละ 12.0 YoY 

    ในปัจจุบัน ประเทศเพื่อนบ้านของไทย รวมทั้งไทยเองได้มีการปรับตัวในหลายมิติเพื่อรองรับการรวมตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เช่น การพัฒนาพื้นที่ชายแดน การเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม การลดขั้นตอนกระบวนการผ่านแดน การปรับลด/ยกเลิกภาษี รวมถึงการขยายเวลาเปิด-ปิดด่านต่างๆ อันจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยขยายตลาดสินค้าไทยให้กว้างขวางขึ้นได้

   ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ไทยที่ยังไม่ได้ขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ก็ควรมองหาลู่ทางที่จะส่งสินค้าไปจำหน่ายในต่างประเทศ และอาจไปลงทุนในต่างประเทศเพื่อลดต้นทุนการผลิตโดยอาศัยวัตถุดิบ/ปัจจัยการผลิตด้านแรงงานที่มีอยู่มากในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากการแข่งขันในประเทศและในภูมิภาคที่นับวันยิ่งจะทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเริ่มจากประเทศเพื่อนบ้านก่อน เพราะถือว่าไม่ยากนักสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ยังไม่เคยทำ
Share:

Related Articles

​ไทยพาณิชย์ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเอสเอ็มอีทั่วประเทศรับมือโควิด-19 ระลอกใหม่

ธนาคารไทยพาณิชย์พร้อมอยู่เคียงข้างช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยก้าวผ่านวิกฤต เร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ให..

by SME Thailand.| 25 มค. 2021

​AP ยืนหนึ่งผู้นำด้านบริหารจัดการโครงการอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยครบวงจร

AP ยิ้มรับความสำเร็จหลัง SMART (สมาร์ท) บริษัทผู้นำธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ ในเครือ “คว้า ISO 41001:2018” มาตรฐานใหม่ของการให้บริการด้านการบร..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021

​“สุริยะ” สั่งการ กสอ. ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เงินทุนฯ เพิ่มสภาพคล่องกว่า 2,300 กิจการ

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เงินทุน กว่า 2,300 กิจการ ประกอบด้วย การพักชำระหนี้สูงสุด 12 เดือนสำหรับลูกหนี้ชั้นดี พักชำระหน..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021