​ทีเอ็มบี หนุน SMEs ค้ำประกันไอเอฟซีวงเงิน 8 พันล้าน

by smethailandclub 02 กย. 2014
Share:


ทีเอ็มบี จับมือกับบรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (The International Finance Corporation หรือ ไอเอฟซี) องค์กรในกลุ่มธนาคารโลก ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ในความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขนาดเล็กที่มีศักยภาพ ย้ำขานรับความต้องการทางธุรกิจของเอสเอ็มอีเพื่อให้เดินหน้าเติบโตต่อ หลังสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น 

    นายปพนธ์  มังคละธนะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอสเอ็มอีและซัพพลายเชน ทีเอ็มบี เปิดเผยว่า ทีเอ็มบียังคงเน้นให้ความสำคัญในการให้ความสนับสนุนทางการเงินและการเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในฐานะสถาบันการเงินที่มีส่วนในการพัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ที่แนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศเริ่มฟื้น ประกอบกับความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการเริ่มกลับมาดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการเดินหน้าวางแผน เตรียมความพร้อมให้กับธุรกิจของตน ทีเอ็มบีจึงได้จับมือกับไอเอฟซี ทำบันทึกความเข้าใจ ในการร่วมมือเพื่อค้ำประกันความเสี่ยงของลูกค้า เพิ่มเติมจากเดิมที่มีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นผู้ค้ำประกันอยู่แล้ว

    ในขณะที่ทีเอ็มบีจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นกับทางไอเอฟซีทั้งหมด โดยลูกค้าจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ด้วยวงเงินรวมทั้งสิ้น 262 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 8 พันล้านบาท สำหรับเสริมสภาพคล่องและเพื่อการขยายธุรกิจ ซึ่งหากมองในมุมลูกค้าจะเป็นโอกาสที่ดีมากเพราะจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีความแข็งแกร่งมากขึ้น และเมื่อรวมกับผลจากการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเอสเอ็มอีจากภาครัฐแล้ว ก็เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ประกอบการจะสามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างคล่องตัวและมั่นใจ  

    นายปพนธ์ ยังกล่าวเสริมอีกว่า เอสเอ็มอีเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย  ดังนั้น การเร่งส่งเสริมผู้ประกอบการจะต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งเป็นแนวทางที่ทีเอ็มบียึดถือตลอดมา ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างทีเอ็มบีกับไอเอฟซี ครั้งนี้ จึงเป็นความร่วมมือที่สำคัญและเกิดขึ้นในจังหวะเวลาที่เหมาะสมพอดี

     ทีเอ็มบีและไอเอฟซีได้มีความร่วมมือในโครงการเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมาตั้งแต่ ปี 2554 เป็นการร่วมมือกันฟื้นฟูธุรกิจเอสเอ็มอีหลังน้ำท่วมใหญ่  ในโครงการเงินกู้ 50 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,550 ล้านบาทไทย  ต่อมาในปี 2555 ได้ทำความตกลงกันปล่อยสินเชื่อระยะยาวสกุลดอลล่าร์สหรัฐ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นผู้ส่งออก ในวงเงิน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่  และในปี 2556 ได้ร่วมป้องกันความเสี่ยงสำหรับผู้นำเข้า – ส่งออก สนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายธุรกิจไปยังตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) โดยการเข้าร่วมในโครงการ Global Trade Finance Program (GTFP) และทีเอ็มบีเป็นธนาคารพาณิชย์ไทยแห่งแรกที่เข้าร่วมโครงการนี้ 
Share:

Related Articles

​GIT ผลักดัน GIT Standard ยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการตรวจรับรองอัญมณีและเครื่องประดับไทย

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ผลักดัน GIT Standard ยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการตรวจสอบอัญมณี เครื่องประดับ และโล..

by SME Startup| 03 สค. 2021

​ไขความลับ...3 SMEเติบโตอย่างยั่งยืนในร้านเซเว่นฯ

เรื่องราวและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ตลอดจนแนวคิดของ 3 SMEs ไทยที่ประสบความสำเร็จสามารถสร้างยอดขายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นได้อย่างต่อเนื่องและยาวนาน

by SME Thailand.| 02 สค. 2021

​รวมโซลูชัน LINE ช่วย SME ไทย เริ่มธุรกิจออนไลน์ด้วยตนเองได้ฝ่าวิกฤต

ในวิกฤติย่อมมีโอกาสเสมอ ถ้าเรามี “ขุมพลัง” ที่แข็งแกร่งพร้อมออกไปต่อกรกับทุกอุปสรรค แพลตฟอร์มและเครื่องมือทางการตลาดออนไลน์อาจเป็นหนึ่ง “ขุมพลัง” สำ..

by SME Thailand.| 29 กค. 2021