​กพร.มุ่งลดต้นทุนโลจิสติกส์ผู้ประกอบการ 3,500 ล้าน

by smethailandclub 18 กย. 2014
Share:


    สำนักโลจิสติกส์ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม   มุ่งลดต้นทุนโลจิสติกส์ในภาคอุตสาหกรรม คาดปี 2557 ต่ำกว่า 7% คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,500 ล้านบาท     ดึงผู้ประกอบการรายใหม่เข้าร่วม  เผยระบบโลจิสติกส์ไทย อันดับ 3 อาเซียน เป็นผู้นำกลุ่ม CLMV  เชื่อพร้อมยกระดับขึ้นเป็นผู้นำอาเซียน

    นายอาทิตย์ วุฒิคะโร รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การลดต้นทุนภาคอุตสาหกรรม ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการในภาคอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี   โดยในปี 2557 จากการสำรวจพบว่า ต้นทุนโลจิสติกส์ต่อยอดขายของกลุ่มอุตสาหกรรมลดลงอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

    ทั้งนี้ ในปี 2555 พบว่า ต้นทุนโลจิสติกส์ต่อยอดขายอยู่ที่ 7.27% ลดจากปีก่อนหน้านั้นซึ่งอยู่ที่ 8.47%  ขณะที่ในปี 2557 คาดว่า จะมีต้นทุนโลจิสติกส์ลดลงต่ำกว่า 7%  โดยเมื่อพิจารณาส่วนประกอบแล้ว ต้นทุนโลจิสติกส์ประกอบด้วยต้นทุนสินค้าคงคลัง  ต้นทุนการขนส่งสินค้า  และต้นทุนบริหารจัดการ  ซึ่งส่วนของต้นทุนสินค้าคงคลังนั้นยังสามารถลดลงได้อีกมาก

    “กระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบหมายให้สำนักโลจิสติกส์ หน่วยงานภายใต้สังกัด กพร. ดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อช่วยผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยลดต้นทุนโลจิสติกส์ลงอย่างต่อเนื่องทุกปีผ่านโครงการต่าง ๆ  จากนั้นจะมีการเก็บข้อมูลซึ่งเชื่อว่า ปี 2557 จะลดลงต่ำกว่า 7% แน่นอน” นายอาทิตย์กล่าว

     ด้านนายปณิธาน จินดาภู อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กล่าวว่า จากผลการดำเนินงานในเบื้องต้นพบว่า การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ภาคอุตสาหกรรมกว่า 30 โครงการของสำนักโลจิสติกส์ ช่วยลดต้นทุนได้กว่า 3,500 ล้านบาท พัฒนาบุคลากรกว่า 7,500 คน ดึงผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรายใหม่มากกว่า 500 รายเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ  เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านโลจิสติกส์ของไทย  

    สำหรับการพิจารณาระบบโลจิสติกส์ในภาคอุตสาหกรรมไทย พบว่า ภาพรวมอยู่ในอันดับ 3 ของอาเซียน  เป็นผู้นำในกลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม  จุดเด่นของไทยคือผู้ประกอบการมีการนำระบบโลจิสติกส์และระบบไอทีมาใช้ในการบริหารจัดการได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพและสามารถลดต้นทุนในภาคอุตสาหกรรมได้

    อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าระบบโลจิสติกส์ของไทยยังเป็นรองมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งมีการใช้งานระบบไอทีอย่างเข้มข้นและมีโครงสร้างพื้นฐานที่สมบูรณ์กว่า แต่หากพิจารณาจากผลผลิตหรือผลิตภาพ (Productivity) ของภาคอุตสาหกรรมแล้ว อนาคตการจะแซงหน้ามาเลเซีย  ในด้านการจัดการโลจิสติกส์จึงมีความเป็นไปได้

    นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักโลจิสติกส์ กล่าวว่า ปี 2557 ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 117 ล้านบาท จากการดำเนินกว่า 30 โครงการตลอดทั้งปี เห็นแนวโน้มชัดเจนว่าผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยให้ความสนใจและนำระบบไอทีไปใช้งานมากขึ้น แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการไทยรู้แล้วว่า หากจะยกระดับมาตรฐานเพื่อรับมือการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี และแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดโลก การนำระบบไอทีมาใช้คือหนึ่งในหัวใจสำคัญ

    ขณะที่ในปี 2558 สำนักโลจิสติกส์ได้รับจัดสรรงบประมาณ 87 ล้านบาท โดยมีโครงการหลัก     ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการอุตสาหกรรม รวมถึงโครงการใหม่ เช่น RFID, Zoning, Packaging และ Logistics Connect ซึ่งเน้นสร้างเครือข่ายเพื่อพัฒนาธุรกิจและบุคลากรด้านโลจิสติกส์รองรับการขยายงานในระดับภูมิภาค เป็นต้น

    ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมที่สมัครเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก เช่น อุตสาหกรรมพลาสติก อุตสาหกรรมการขนส่ง และอุตสาหกรรมอุปกรณ์การแพทย์ เป็นต้น แสดงให้เห็นว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ยัง  มีการเติบโตอยู่มาก ตรงกับแนวโน้มที่ต้องการพัฒนาไทยเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่ง และศูนย์กลางทางการแพทย์ในภูมิภาค

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ


Share:

Related Articles

​ทีเอ็มบีและธนชาต เสริมแกร่งความรู้ให้ผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโครงการ LEAN Supply Chain

ทีเอ็มบีและธนชาต จัดอบรม โครงการ LEAN Supply Chain by TMB I Thanachart ครั้งที่ 16 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ให้ความร..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​TikTok ส่ง “TikTok For Business” พลิกโฉมวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งไทย

การเปิดตัว “TikTok For Business” ไม่ม่เพียงแต่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสำหรับนักการตลาดและนักโฆษณาทั่วโลกแต่ยังเป็นกา..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​กกพ. สนับสนุน 26 โครงการพลังงานสะอาด ภายใต้ธีม Clean Energy For Life

สำนักงาน กกพ. เปิดตัว 26 โครงการ ผู้รับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการภายใต้ธีม "Clean Energy For Life: ใช้พลังงานสะอาด เพื่อ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020