น่าห่วงแรงงานไทยไร้หลักประกันเงินออมในระบบ

by smethailandclub 20 ตค. 2014
Share:


    ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics ชี้ ประชากรไทยวัยแรงงานส่วนใหญ่ ปัจจุบันยังไม่มีหลักประกันการออมในระบบ ส่อแววเงินไม่พอยังชีพหลังเกษียณ  รัฐควรเร่งส่งเสริมเพิ่มการออมในระบบ ก่อนภาระทางการเงินการคลังประเทศพุ่ง เมื่อไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัว
 
    ปัจจุบันการออมเพื่อการเกษียณอายุของคนไทยจัดว่าอยู่ในระดับต่ำ เพราะจำนวนคนที่อยู่ในกลุ่มการออมในระบบ มีเพียงร้อยละ 37 ของจำนวนแรงงานทั้งประเทศ ได้แก่ สมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ผู้จ่ายสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม และ ลูกจ้างของบริษัทที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม ม.33 ด้วย) นอกจากนี้ กลุ่มคนที่มีการออมภาคสมัครใจอื่นๆ ผ่านกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ก็จะอยู่ในระบบการออมดังที่กล่าวข้างต้นอยู่แล้ว 

    นั่นหมายความว่า ประชากรไทยวัยแรงงานอีกกว่าร้อยละ 60 ไม่ได้มีหลักประกันเงินออมในระบบ ประกอบด้วยกลุ่มอาชีพอิสระซึ่งอาจมีรายได้ไม่แน่นอน กับ กลุ่มแรงงานนอกระบบซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรมและมีการศึกษาไม่สูงนัก การส่งเสริมให้แรงงานกลุ่มนี้เข้ามาในระบบการออมจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะสามารถช่วยบรรเทาภาระการคลังด้านงบประมาณที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุที่จะเพิ่มจาก 2.9 แสนล้านบาทในปีงบประมาณ 2557 เป็น 16.6 ล้านล้านบาท ในปีงบประมาณ 2606 หรือ คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นถึงกว่า 50 เท่า ดังที่เคยมีการประเมินโดยนักวิชาการของสำนักเศรษฐกิจการคลัง กองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุของไทย

    การสนับสนุนการออมในกลุ่มแรงงานที่ยังไม่มีหลักประกันดังกล่าว ไม่จำเป็นต้องเป็นการออมภาคบังคับเท่านั้น เพราะสถิติในช่วงที่ผ่านมาชี้ว่าการออมอย่างสมัครใจได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในช่วงสองปีที่ผ่านมา กองทุนประกันสังคม มาตรา 39 และ 40 ซึ่งเปิดสำหรับประชาชนทั่วไปที่เข้าเงื่อนไข เข้าเป็นสมาชิกได้นั้น มีการเติบโตถึงร้อยละ 13 และ 19 ต่อปี ตามลำดับ 

    โดยการออมผ่านกองทุนประกันสังคม ม.39 จะมีสิทธิประโยชน์ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ช่วยเสริมแรงจูงใจในการออม ส่วนกองทุนประกันสังคม ม.40 ก็จะได้รับแรงจูงใจจากการที่ภาครัฐจะสบทบเงินออมให้อีกส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะกองทุนประกันสังคม ม.40 ที่เปิดให้ผู้ประกันตนอิสระทั่วไปสามารถเข้าเป็นสมาชิกได้นั้น ขณะนี้ ทางภาครัฐกำลังพิจารณาว่าอาจใช้กองทุนนี้เป็นเครื่องมือหลักในการส่งเสริมการออมแก่บุคคลทั่วไปอีกด้วย

    สังคมผู้สูงอายุกำลังจะเป็นปัญหาสำคัญของไทยในอนาคตอันใกล้  ด้วยในอีกไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า จะมีสัดส่วนประชากรสูงอายุถึงราวหนึ่งในห้าของประชากรไทย นั่นหมายถึง จำนวนคนที่ยังต้องใช้เงินแต่มีข้อจำกัดในการหาเงินด้วยสังขารที่ร่วงโรย  จะมีสัดส่วนมากขึ้นเป็นลำดับ  ทางเดียวที่จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเงินไม่พอใช้ยามชรา คือ การเก็บออมให้กับตัวเองยามที่ตนยังมีกำลังวังชา การออมในระบบจึงเป็นวาระสำคัญที่ภาครัฐควรเข้ามาเร่งบริหารจัดการ เพื่อป้องกันปัญหาความไม่เพียงพอของเงินหลังเกษียณที่จะกลายมาเป็นภาระหนักในการจัดสรรงบประมาณของประเทศสำหรับการดูแลผู้สูงอายุในอนาคต 
Share:

Related Articles

​หน่วยงานรัฐ-เอกชน ผนึกกำลังเซเว่นฯ จัดสัมมนาออนไลน์ Think for Growth : SME ยุควิกฤตโควิด-19...ทำอย่างไรให้รอด

4 พันธมิตร สสว.-กสอ.-SME D Bank -สมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย จับมือ เซเว่น อีเลฟเว่น จัดสัมมนาออนไลน์ “Think for Growth : SME ยุควิกฤตโควิด-19..

by SME Thailand.| 22 กย. 2021

​แกร็บ ผุดฟีเจอร์ใหม่ ชวนผู้ใช้บริการร่วมลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ พร้อมเปิดตัวรายงานความยั่งยืนฉบับแรก

แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชวนผู้ใช้บริการมีส่วนร่วมในการชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนในทุกครั้งที่เดินทางกับแกร็บ ด้วยการแนะนำ..

by SME Thailand.| 21 กย. 2021

​ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16

สมาคมการขายตรงไทย (TDSA) หนึ่งในสมาชิกของสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) เตรียมพร้อมจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16 ในรูปแบบออนไลน์ มุ่งเส..

by SME Thailand.| 16 กย. 2021