สำรวจผู้ประกอบการอาเซียน หญิงไทยผงาดเบอร์ 2 โลก

by smethailandclub 22 ตค. 2014
Share:



    ภาคธุรกิจถือว่าเป็นตัวขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจที่สำคัญ คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงได้สำรวจความเห็น ผู้ประกอบการโลก (GEM) ถึงความพร้อมของผู้ประกอบการไทย เมื่อเทียบกับประเทศสมาชิกอาเซียน เน้นย้ำความสำคัญของผู้ประกอบการหญิง ที่เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้น

    จากการสำรวจในปี 2557 พบว่า ไทยมีผู้ประกอบการที่อยู่ในระดับที่มั่นคง (เจ้าของกิจการอยู่ในระดับบริหาร และมีการจัดตั้งมายาวนานกว่า 3.5 ปี) ราว 26.6% ซึ่งถือว่า มากที่สุดในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน โดยมีอินโดนีเซียตามมาเป็นอันดับ 2 ที่ 21.2% เวียดนาม 16.4% ฟิลิปปินส์ 6.6% มาเลเซีย 6% และสิงคโปร์ 4.2%

    ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการที่อยู่ในระยะเริ่มต้นของไทย มีเพียงร้อยละ 17.7% ซึ่งน้อยกว่าอินโดนีเซีย 25.5% สิงคโปร์ 20.3% และฟิลิปปินส์ 18.5% นอกจากนี้ฟิลิปปินส์ยังมีจำนวนของผู้ที่มองเห็นโอกาสการเป็นผู้ประกอบการมากที่สุดในอาเซียน ราว 45% ตามด้วยอินโดนีเซีย 39.7% เวียดนาม 28.8% และไทย 23.5%

    จะเห็นได้ว่า ประเทศที่มีผู้ที่ต้องการดำเนินธุรกิจในฐานะผู้ประกอบการมาก แต่ไม่สามารถก้าวสู่ขั้นตอนการเริ่มต้นธุรกิจ มักเป็นประเทศที่ยังไม่มีพัฒนาการด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ครบครัน ทำให้ผู้ประกอบการไทยค่อนข้างได้เปรียบกว่า

    เมื่อพิจารณาถึงลักษณะของกิจการในประเทศไทย พบว่า ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่มักต่อยอดจากฐานกิจการของครอบครัว โดยกิจการส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาคบริการ เช่น ค้าปลีก โรงแรม และร้านอาหาร ซึ่งสะท้อนกิจการทางเศรษฐกิจที่ตอบรับกับเป้าหมายใหญ่และระดับการพัฒนาของประเทศ

    ขณะที่ผู้หญิงก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในฐานะผู้ประกอบการ เนื่องจาก เมื่อเทียบกับหลายประเทศ ไทยถือว่ามีความเท่าเทียมทางเพศในระดับสูง เช่นเดียวกับฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย โดยเพศไม่ใช่ตัวแปรความสำเร็จในการประกอบกิจการ ผู้หญิงสามารถเข้าถึงการศึกษา และหลายคนมีเป้าหมายในทางธุรกิจ

    สถิติระบุว่า 45% ของประชากรในวัยผู้ใหญ่ของไทย มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านธุรกิจ โดย 45% เป็นผู้ประกอบการสตรี และไทยเป็นประเทศอันดับ 1 ในเอเชียและอันดับ 2 ของโลก รองจากยูกันดา ที่สตรีเข้ามามีบทบาทในการจัดตั้งและเป็นเจ้าของธุรกิจ

    อย่างไรก็ตาม อุปสรรคของผู้ประกอบการไทยยังมีอยู่หลายอย่าง ได้แก่ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการขาดการส่งเสริมจากภาครัฐ โดยเฉพาะในเรื่องการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ให้ความรู้ในเรื่องการประกอบธุรกิจในเยาวชน นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยหลายรายยังไม่ให้ความสำคัญกับการคิดค้นนวัตกรรม แต่เน้นการลอกเลียนแบบ ทำใหไม่มีความแตกต่างทางธุรกิจ การวิจัยและพัฒนาสินค้าและบริการ ซึ่งนำมาสู่ความเสี่ยงที่จะล้มเหลวในการประกอบกิจการ

    ดังนั้น นโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมผู้ประกอบการให้มากขึ้น ปรับปรุงคุณภาพการศึกษา ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านธุรกิจ ตลอดจนการจัดตั้งศูนย์ข้อมูล พร้อมทั้งให้การสนับสนุนด้านเงินทุน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก และ

    ผู้ประกอบการที่อยู่ในขั้นเริ่มต้นให้สามารถต่อยอดไปสู่กิจการที่มั่นคงได้ นอกจากนี้ยังต้องส่งเสริมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนนวัตกรรม และการพัฒนาทางเศรษฐกิจในอนาคต

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
Share:

Related Articles

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​​กสอ. จัดงาน โพรแพ็ค เอเชีย 2020 เปิดเวทีให้ภาคอุตสาหกรรมผลิตหาเทคโนโลยีใหม่เสริมทัพ

งานโพรแพ็ค เอเชีย ปีนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมชมงานกว่า 23,000 คน หวังใช้งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมเป็นทางลัดพัฒนาธุรกิจ ชี้ไฮไลท์สำคัญปีนี้เน้นจัดแสดง..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​กรมเจรจาฯ เตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ”

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ” เป็นปีที่ 2 ตอกย้ำความสำเร็จของโครงการที่ผ่านมา

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020