บีโอไอนำ SMEs ตะวันออก-อีสานขยายตลาดเมียนมาร์

by smethailandclub 04 พย. 2014
Share:


    บีโอไอขอนแก่นผนึกกำลังบีโอไอชลบุรี  นำคณะนักธุรกิจไทยจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก บุกขยายตลาดการค้าและการลงทุนใน 4 เมืองใหญ่ ของเมียนมาร์  มัณฑะเลย์-พุกาม-ย่างกุ้ง และพะโค  พร้อมจัดกิจกรรมพิเศษหารือภาครัฐและเอกชน บุกชมโรงงานผู้ผลิตเครื่องเขินชื่อดังของรัฐบาล   และโรงงานผลิตทานาคา สมุนไพรภูมิปัญญาพื้นบ้านที่มีชื่อเสียง

     นางสาวรัตนวิมล นารี ศุกรีเขตร ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 3 (ขอนแก่น) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)  เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 24-28 พฤศจิกายน 2557       บีโอไอขอนแก่นร่วมกับศูนย์เศรษฐกิจภาคที่ 4  หรือ บีโอไอชลบุรี จัดกิจกรรมนำผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)  เดินทางไปสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เส้นทาง มัณฑะเลย์-พุกาม-ย่างกุ้ง-พะโค  เพื่อศึกษาลู่ทางการลงทุน และหาโอกาสในการสร้างเครือข่ายหรือเจรจาหาคู่ค้าร่วมกับนักธุรกิจในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจให้กับกลุ่มเอสเอ็มอีของไทย รองรับทิศทางของการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)   ในปี 2558

    ทั้งนี้เอสเอ็มอีของไทยจะมีโอกาสได้ประชุมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และหาโอกาสทางการค้าการลงทุนกับหอการค้ามัณฑะเลย์  พบปะและเยี่ยมชมโรงงานของผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจในเมียนมาร์จนประสบความสำเร็จ เช่น เครือเจริญโภคภัณฑ์   เครือสหพัฒน์  และโอกาสนี้เอสเอ็มอีไทย จะได้ลงพื้นที่สำรวจธุรกิจการค้าการลงทุนและตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่ตลาดขายส่งเซโซ (Zaycho)  และตลาด มิงกาลาร์เซ (Mingalar Zay)  และ ตลาดบากิ่น (Bagint Market)  ซึ่งเป็นตลาดที่จำหน่ายสินค้าอุปโภคและสินค้าแปรรูปเกษตรจากไทยที่ใหญ่ที่สุดในย่างกุ้ง รวมถึงพบหารือกับผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมพะโค    

    พร้อมกับร่วมกิจกรรมพิเศษ เยี่ยมชมโรงงานผู้ผลิตเครื่องเขินรายใหญ่ที่ดำเนินการโดยรัฐบาลเมียนมาร์ และชมโรงงานผลิตเครื่องสำอางทานาคา ภูมิปัญญาพื้นบ้านที่มีชื่อเสียง

     “ปัจจุบันเมียนมาร์เป็นประเทศที่น่าสนใจ และเป็นหนึ่งในประเทศกลุ่มเป้าหมายอันดับแรก ของ   บีโอไอ ในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุน กิจกรรมในครั้งนี้จึงจะเป็นโอกาสพิเศษของผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะกลุ่ม เอสเอ็มอีที่จะได้เข้าไปศึกษาลู่ทางและศักยภาพด้านการค้าและการลงทุนในแต่ละพื้นที่ของเมียนมาร์ได้โดยตรง เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจในการมองหาโอกาสขยายตลาดการค้า การลงทุน หรือเชื่อมโยงการผลิต ที่อาจเป็นรูปแบบของการร่วมทุนกับผู้ประกอบการเมียนมาร์ ในอนาคต” นางสาวรัตนวิมล กล่าว
                
    นางสาวรัตนวิมล กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ สามารถแจ้งความประสงค์พร้อมกรอกแบบตอบรับส่งกลับมาที่สำนักงานภายในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2557 นี้  หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0-3840-4906 และ 0-432-71300-2 ทุกวันเวลาราชการ

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ
Share:

Related Articles

​ทีเอ็มบีและธนชาต เสริมแกร่งความรู้ให้ผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโครงการ LEAN Supply Chain

ทีเอ็มบีและธนชาต จัดอบรม โครงการ LEAN Supply Chain by TMB I Thanachart ครั้งที่ 16 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ให้ความร..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​TikTok ส่ง “TikTok For Business” พลิกโฉมวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งไทย

การเปิดตัว “TikTok For Business” ไม่ม่เพียงแต่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสำหรับนักการตลาดและนักโฆษณาทั่วโลกแต่ยังเป็นกา..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​กกพ. สนับสนุน 26 โครงการพลังงานสะอาด ภายใต้ธีม Clean Energy For Life

สำนักงาน กกพ. เปิดตัว 26 โครงการ ผู้รับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการภายใต้ธีม "Clean Energy For Life: ใช้พลังงานสะอาด เพื่อ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020