​โค้งสุดท้ายเศรษฐกิจ SMEs กว่า 3.6 แสนเสี่ยงขาดทุน

by smethailandclub 11 พย. 2014
Share:


                นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้วผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยผลสำรวจ “โค้งสุดท้ายเศรษฐกิจการเมืองไทยในสายตาเอสเอ็มอี” ว่า ในปี 57 ธุรกิจเอสเอ็มอีไทยประมาณ360,000 หรือ 13.2% จากเอสเอ็มอีไทยทั่วประเทศ 2.8 ล้านรายมีความเสี่ยงต่อการขาดทุนส่วนใหญ่เป็นกิจการค้าปลีก ค้าส่ง ธุรกิจร้านอาหารและเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเนื่องจากผลกระทบจากกำลังซื้อของผู้บริโภคและเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมาตั้งแต่กลางปี 56 ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ที่ลงสู่ระบบยังไม่เห็นผลชัดเจนในปีนี้แต่จะมีผลต่อการฟื้นกำลังซื้อในช่วงปลายไตรมาสที่1 ของปี 58

                ทั้งนี้ผู้ประกอบการที่เสี่ยงต่อการขาดทุนส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มีการจ้างงานไม่เกิน5 คน และ กลุ่มที่มีการจ้างงานไม่เกิน 50 คนส่งผลให้ธุรกิจกลุ่มนี้จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการในการลดต้นทุนเพื่อประคองกิจการให้ผ่านปีนี้ไปก่อนทั้งด้านการเพิ่มประสิทธิภาพของแรงงานการลดต้นทุนโลจิสติกส์ การลดกำลังการผลิตหรือลดการสั่งซื้อสินค้าที่ไม่เป็นที่นิยมของตลาดแล้วหันไปเพิ่มสินค้าที่ยังมีแนวโน้มที่ขายได้แทนเป็นต้น

                “ผู้ประกอบการตอนนี้มีความระมัดระวังในการทำธุรกิจอย่างมากโดยเฉพาะการประคองกิจการให้ขาดทุนน้อยที่สุดเพื่อที่จะเดินหน้าเต็มตัวในการรุกตลาดในปี58 แทน เนื่องจากเอสเอ็มอีมั่นใจว่าในปีหน้าเศรษฐกิจไทยจะโตได้ในระดับ 3%และกำลังซื้อผู้บริโภคน่าจะฟื้นตัวได้จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล”

                สำหรับแผนการใช้จ่ายของเอสเอ็มอีด้านการลงทุนในปี58 พบว่าผู้ประกอบการจะใช้งบประมาณด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมากที่สุด เพื่อรองรับการทำตลาดแบบอิเล็กทรอนิกส์รองลงมาเป็นการลงทุนด้านการเพิ่มประสิทธิภาพของแรงงาน และการลงทุนด้านเครื่องจักรเนื่องจากเอสเอ็มอีประเมินว่าในอนาคตนี้อาจมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอีกรอบดังนั้นการเพิ่มศักยภาพแรงงานที่มีอยู่และการเพิ่มเครื่องจักรจะช่วยลดต้นทุนด้านแรงงานลงได้

                ส่วนแผนการตลาดในปี58ธุรกิจเอสเอ็มอีจะใช้งบประมาณและให้ความสำคัญในการทำตลาดอิเล็กทรอนิกส์มากที่สุดเช่น เฟสบุ๊ค เนื่องจากมีต้นทุนการโฆษณาที่ต่ำกว่า 10 เท่าเมื่อเทียบกับการใช้ช่องทางสื่ออื่นๆต่อลูกค้า1 คน และเข้าถึงผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มได้ทั่วโลกนอกจากนี้ยังเน้นทำตลาดใหม่ๆในประเทศและต่างประเทศรวมถึงการร่วมงานแสดงสินค้าและจัดกิจกรรมตามย่านการค้า เป็นต้น

                ในส่วนของผลการทำงานของรัฐบาลพบว่าด้านเศรษฐกิจเอสเอ็มอีให้คะแนน 8.2 เต็ม 10คะแนนโดยเรื่องของความชัดเจนนโยบายให้คะแนนมากสุดและเรื่องของการแก้ปัญหาด้านคุณภาพแรงงานได้คะแนนน้อยสุด  ส่วนผลการทำงานของรัฐบาลด้านการเมืองได้คะแนนรวม 8.1 คะแนน โดยด้านการสร้างความปรองดองได้คะแนนมากสุด และด้านการสร้างจิตสำนึกในการเคารพกฎหมายได้น้อยสุด

ที่มา : www.daliynews.co.th
Share:

Related Articles

​ทีเอ็มบีและธนชาต เสริมแกร่งความรู้ให้ผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโครงการ LEAN Supply Chain

ทีเอ็มบีและธนชาต จัดอบรม โครงการ LEAN Supply Chain by TMB I Thanachart ครั้งที่ 16 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ให้ความร..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​TikTok ส่ง “TikTok For Business” พลิกโฉมวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งไทย

การเปิดตัว “TikTok For Business” ไม่ม่เพียงแต่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสำหรับนักการตลาดและนักโฆษณาทั่วโลกแต่ยังเป็นกา..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​กกพ. สนับสนุน 26 โครงการพลังงานสะอาด ภายใต้ธีม Clean Energy For Life

สำนักงาน กกพ. เปิดตัว 26 โครงการ ผู้รับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการภายใต้ธีม "Clean Energy For Life: ใช้พลังงานสะอาด เพื่อ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020