ธุรกิจดูแลเด็ก-สร้างบ้านโดนร้องเรียนหนัก สคบ.ชงบอร์ดใช้ไม้แข็ง

by smethailandclub 02 ธค. 2014
Share:


    สคบ.ชงบอร์ด ธ.ค.นี้ คุมธุรกิจรับดูแลเด็ก คนป่วย คนแก่ คนพิการ และธุรกิจรับสร้างบ้านเป็นธุรกิจควบคุมสัญญาหลังพบร้องเรียนมากที่สุดในรอบปี เตรียมใช้ไม้แข็งกำหนดโทษผู้ฝ่าฝืน จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1แสนบาท

    นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่าในการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ที่มี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในช่วงกลางเดือนธ.ค.นี้ สคบ.จะเสนอให้ที่ประชุมเห็นชอบให้ธุรกิจรับสร้างบ้านและธุรกิจให้บริการดูแลเด็ก ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และคนทุพพลภาพตามที่อยู่อาศัย เป็นธุรกิจควบคุมสัญญา

    หลังจากที่ผ่านมาธุรกิจทั้งสองประเภทมีปัญหาและข้อร้องเรียนเข้ามาที่ สคบ.โดยตลอด และส่งผลเสียหายต่อผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก สคบ.จึงต้องวางหลักเกณฑ์เข้ามาควบคุมธุรกิจดังกล่าวให้เข้มงวดโดยหากเกิดการกระทำผิดอีก จะมีบทลงโทษตามกฎหมายทันที

    "ธุรกิจให้บริการดูแลเด็ก ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และคนทุพพลภาพ ตามที่อยู่อาศัยมีปัญหาร้องเรียนมามากเช่นกันในช่วงปีที่ผ่านมา และมักเกิดเหตุการณ์กระทำรุนแรงบ่อยครั้ง รวมไปถึงปัญหาการผิดสัญญา และการละเมิดสิทธิ ปัจจุบันการประกอบธุรกิจดังกล่าวยังไม่มีกฎหมายเฉพาะควบคุมการประกอบกิจการ และหน่วยงานของรัฐหลายองค์กรที่เกี่ยวข้องไม่มีอำนาจควบคุมดูแล หากผู้ประกอบธุรกิจฝ่าฝืนจะมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" นายอำพลกล่าว

    สำหรับปัญหาธุรกิจรับสร้างบ้านที่แต่ละปี สคบ.ได้รับร้องเรียนจากผู้บริโภคเกี่ยวกับด้านอสังหาริมทรัพย์มาเป็นอันดับต้นๆ เรื่องที่ถูกร้องเรียนมากที่สุด คือผู้รับเหมาทิ้งงาน การก่อสร้างล่าช้า และเกิดการชำรุดภายหลังก่อสร้างแล้วเสร็จ เพราะใช้วัสดุก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานทำให้การก่อสร้างไม่เป็นไปตามรูปแบบหรือสัญญาที่ระบุไว้ ทำให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนและเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ที่ผ่านมา สคบ.ได้ลงโทษผู้ประกอบการ ผ่านการฟ้องร้องทางแพ่งเรียกค่าเสียหายคืนให้ผู้บริโภค แต่ยังเกิดปัญหาอย่างต่อเนื่อง

    สถิติเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคในช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2556 - 30 ก.ค.2557 ที่ร้องเรียนมายัง สคบ.พบว่ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีเรื่องรองเรียนเป็นอันดับที่ 2 รองจากเรื่องท่องเที่ยว แบ่งเป็น เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับ "อาคารชุด" ที่มีสาเหตุและปัญหาเรื่องร้องเรียนไม่เป็นไปตามที่ระบุในสัญญา 122 เรื่อง ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ 96 เรื่อง ไม่ดำเนินการตามที่โฆษณา 39 เรื่อง มีการชำรุดหลังปลูกสร้าง 32 เรื่อง ขอเงินจองคืน 26 เรื่อง กู้ไม่ผ่าน กู้ไม่ได้เต็มจำนวนที่ขอกู้ 24 เรื่อง ไม่ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ 22 เรื่อง ไม่ปลูกสร้าง 21 เรื่อง ยกเลิกสัญญา 20 เรื่อง และไม่คืนเงินมัดจำ/ค่าจอง 18 เรื่อง

    ส่วนเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับ "บ้านจัดสรร" มีสาเหตุและปัญหาร้องเรียน เรื่องมีการชำรุดหลังการปลูกสร้าง 48 เรื่อง ขอให้ตรวจสอบโครงการ 36 เรื่อง ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ 29 เรื่อง ไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ในสัญญา 26 เรื่อง ไม่ดำเนินการตามที่โฆษณา 25 เรื่อง ขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย 23 เรื่อง ไม่จัดทำสาธารณูปโภคในโครงการ 14 เรื่อง มีการก่อสร้างแล้วเสร็จแต่เก็บงานไม่เรียบร้อย 13 เรื่อง กู้ไม่ผ่าน, กู้ได้ไม่เต็มจำนวนที่ขอกู้ 12 เรื่อง และไม่คืนเงินมัดจำ/ค่าจอง 9 เรื่อง

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
Share:

Related Articles

​บ้านปูจัด “UpImpact” ผลักดันกิจการเพื่อสังคมให้รอดพ้นวิกฤติ ปั้น BC4C กิจการเพื่อสังคมรุ่นต่อไปในปี 2564

บ้านปู จำกัด (มหาชน) สานต่อการทำงานด้านการสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม หรือ “Social Enterprise (SE)” ในปี 2563 ผ่านโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม หรือ..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​‘ไลอ้อน ประเทศไทย’ ขนไลน์อัพสินค้าเสริมอาหาร-ดูแลสุขอนามัยบุกตลาดช่วงโควิด-19

ไลอ้อน ประเทศไทย เผยโควิด-19 หนุนผู้บริโภคตื่นตัวดูแลสุขภาพ ขนทัพผลิตภัณฑ์กลุ่มดูแลสุขอนามัย จัดโปรโมชันรับกระแส รุกเจาะช่องทางออนไลน์ตอบโจทย์ความต้..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​วอลล์สตรีท อิงลิช ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่า เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home

Wall Street English ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่าในการเรียนและหน้าที่การทำงาน เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home หรือช่..

by SME Thailand.| 13 มค. 2021