​กสอ. ตั้งเป้าพัฒนาผู้ประกอบการสู่การเป็น Intelligent SMEs

by SME Thailand PR News 18 ธค. 2014
Share:



                กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ตั้งเป้าพัฒนากิจการ SMEs สู่การ  เป็นกิจการ SMEs ที่ชาญฉลาด (Intelligent SMEs) เปิดตัวหลักสูตร “เศรษฐกิจดิจิทัล” นำร่องผนวกใช้ในการพัฒนาผู้ประกอบการ ปี 58  มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภาพของ SMEs  เพื่อรองรับการเปิด AEC

                นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ธุรกิจ SMEs เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีบทบาทในการเสริมสร้างความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศ และจากสภาพการประกอบการและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วส่งผลให้ SMEs ไทยส่วนใหญ่มักจะประสบปัญหาด้านขาดหลักการบริหารจัดการ โดยเฉพาะ 4 องค์ประกอบหลักในการดำเนินธุรกิจ คือ การผลิต การเงินและบัญชี การตลาด และการจัดการบุคลากร 

    ด้วยเหตุนี้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จึงริเริ่มดำเนินโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อยกระดับความสามารการแข่งขัน(Manufacturing Development to Improve Competitiveness Programme : MDICP) โดยในปีงบประมาณ 2558 นี้ กรมฯ มีนโยบายที่จะผนวกเนื้อหาความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Digital) และระบบซอฟท์แวร์ (Soft Ware) มาใช้ในการพัฒนา SMEs ที่เข้าร่วมโครงการสู่การเป็นกิจการ SMEs    ที่ชาญฉลาด (Intelligent SMEs) เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล โดยเฉพาะการบริหารจัดการคลังสินค้าและการตลาด ที่มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภาพของ SMEs โดยอาศัยกระบวนการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกแก่ผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาควบคู่กับการพัฒนาและชี้นำให้ SMEs สามารถนำเทคโนโลยีสารสนเทศ (Digital) และระบบซอฟท์แวร์ (Soft Ware) ไปประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาผลิตภาพอย่างยั่งยืนโดยสอดแทรกเนื้อหาดังกล่าวผ่าน 8 แผนงาน ดังนี้

      1. แผนงานการพัฒนาและปรับปรุงการผลิต

      2. แผนงานยกระดับการบริหารจัดการองค์กรให้เป็นระบบมาตรฐานสากล

      3. แผนงานเพิ่มความสามารถและการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีนำไปสู่นวัตกรรมฯ

      4. แผนงานเสริมสร้างความสามารถทางการบริหารการเงินและการลงทุน

      5. แผนงานเพิ่มสมรรถนะและการจัดการเชิงกลยุทธ์และการตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การพัฒนาช่องทางการขายในรูปแบบดิจิทัล (E-Marketing)

      6. แผนงานการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์หรือการบริหารทุนบุคลากร

      7. แผนงานการพัฒนาองค์กรด้านการจัดการความรู้หัวข้อในการให้คำปรึกษาแนะนำ

      8. แผนงานการพัฒนาและปรับปรุงระบบโซ่อุปทาน

                โดยมีหัวข้อในการให้คำปรึกษาแนะนำที่น่าสนใจ อาทิ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยในกระบวนการผลิต การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการจัดทำระบบมาตรฐาน การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสู่นวัตกรรมการพัฒนาช่องทางการขายรูปแบบดิจิทัล และการประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการองค์ความรู้ (KM) เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ทั้ง 8 แผนงานจะมีคณะที่ปรึกษาที่มีความรู้และประสบการณ์การทำงานเฉพาะทาง มีห้องทดลองและอุปกรณ์เครื่องมือเพื่อทำการทดลองวิจัยในการพัฒนากระบวนการทำงานที่ได้รับการรับรอง โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มาเป็นผู้ดำเนินการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกและฝึกอบรมในสถานประกอบการ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการทั้ง 20 กิจการที่เข้าร่วมโครงการสามารถเลือกรับบริการ 4 แผนงาน จาก 8 แผนงานหลักข้างต้น นายอาทิตย์ กล่าว

                นายอาทิตย์ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการ MDICP เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2542 และดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตของไทยให้เข้าสู่ระบบการค้าสากล และสามารถสร้างสมรรถนะในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน โดยอาศัยกระบวนการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการธุรกิจทั้งระบบให้เกิดการพัฒนาอย่างเชื่อมโยงกัน ตลอดจนเพื่อพัฒนา SMEs ไทยให้มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสู่การพัฒนาธุรกิจ 

    ทั้งนี้ สำหรับผลการดำเนินงานโครงการที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 17 ปี โครงการ MDICP มีสถานประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม     ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค รวมทั้งสิ้น 789 กิจการ ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าให้แก่เศรษฐกิจของประเทศโดยรวม   ไม่น้อยกว่า 41,980.97 ล้านบาท โดยเฉพาะในปีงบประมาณ 2557 (รุ่นที่ 17) โครงการดังกล่าวสามารถสร้างผลลัพธ์การพัฒนาสถานประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 49 กิจการ ได้ดังนี้ ยอดขายเพิ่มขึ้น    356 ล้านบาท ลดของเสีย 22 ล้านบาท เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภัณฑ์ 101.31 ล้านบาท เกิดการลงทุนเพิ่มขึ้น 82.72 ล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มผลิตภาพรวม (Productivity) 592.7 ล้านบาท (ณ เดือนสิงหาคม 2557 )

    ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2558 นี้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยสำนักพัฒนาการจัดการอุตสาหกรรม   มีเป้าหมายที่จะพัฒนาสถานประกอบการภายใต้โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อยกระดับความสามารถ   การแข่งขัน จำนวน 48 กิจการ แยกเป็นสถานประกอบการในภูมิภาค จำนวน 28 กิจการ ดำเนินการโดยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1-11 และในส่วนกลาง (พื้นที่กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี)   จำนวน 20 กิจการ ซึ่งกำหนดจัดพิธีเปิดและลงนามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างโครงการ MDICP และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการในส่วนกลางจำนวน 20 กิจการ อย่างไรก็ตาม คาดว่าวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เข้าร่วมโครงการร้อยละ 65 จะมีผลิตภาพเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ที่กำหนด คือ ลดต้นทุนร้อยละ 6 และลดของเสียร้อยละ 3 หรือมูลค่ายอดขายเพิ่มขึ้น ร้อยละ 9 นายอาทิตย์ กล่าวสรุป

    สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการ MDICP หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักพัฒนา การจัดการอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 0 2202 4546, 0 2200 4526 โทรสาร 0-2354-3426 หรือ E-mail : mdicp@yahoo.com หรือเว็บไซต์  www.mdicp.com
Share:

Related Articles

​บ้านปูจัด “UpImpact” ผลักดันกิจการเพื่อสังคมให้รอดพ้นวิกฤติ ปั้น BC4C กิจการเพื่อสังคมรุ่นต่อไปในปี 2564

บ้านปู จำกัด (มหาชน) สานต่อการทำงานด้านการสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม หรือ “Social Enterprise (SE)” ในปี 2563 ผ่านโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม หรือ..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​‘ไลอ้อน ประเทศไทย’ ขนไลน์อัพสินค้าเสริมอาหาร-ดูแลสุขอนามัยบุกตลาดช่วงโควิด-19

ไลอ้อน ประเทศไทย เผยโควิด-19 หนุนผู้บริโภคตื่นตัวดูแลสุขภาพ ขนทัพผลิตภัณฑ์กลุ่มดูแลสุขอนามัย จัดโปรโมชันรับกระแส รุกเจาะช่องทางออนไลน์ตอบโจทย์ความต้..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​วอลล์สตรีท อิงลิช ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่า เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home

Wall Street English ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่าในการเรียนและหน้าที่การทำงาน เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home หรือช่..

by SME Thailand.| 13 มค. 2021