​อุตฯยานยนต์ไทยฉุดยอด "อาเซียน" ลดลง 25%

by SME Thailand PR News 23 มค. 2015
Share:


    อุตฯยานยนต์ไทยฉุด"อาเซียน" หวังปี58เร่งผลิตหนุนยอดโต7% เชื่ออีโคคาร์ ดันไทยเป็นผู้นำได้อีกหลายปี

    นางเพียงใจ แก้วสุวรรณ ประธานสมาพันธ์อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอาเซียน เปิดเผยว่า ในปี 2557 อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยซบเซา ทำให้ฉุดยอดการผลิตรวมของภูมิภาคอาเซียนลดลงประมาณ 25% โดยมียอดการผลิตไม่ถึง 4 ล้านคัน จากเดิมที่ประมาณการไว้ว่าอาเซียนจะมียอดผลิตรวมสูงกว่า 4 ล้านคัน โดยในจำนวนนี้เป็นการผลิตจากไทยประมาณ 2 ล้านคัน มีสัดส่วนกว่า 50% ของการผลิตในอาเซียนทั้งหมด รองลงมาเป็นประเทศอินโดนีเซียมียอดผลิต 1.2-1.3 ล้านคัน และมาเลเซียประมาณ 8 แสนคัน

    ทั้งนี้ คาดว่ายอดการผลิตรถยนต์ในปีหน้าจะปรับตัวดีขึ้น โดยจะมียอดรวมมากกว่า 4 ล้านคัน เพราะทุกค่ายรถยนต์ต่างจะต้องหาวิธีในการฟื้นคืนยอดขายในส่วนที่หายไปจากปีนี้ รวมทั้งทิศทางเศรษฐกิจที่น่าจะดีกว่าปี 2557 โดยเฉพาะเศรษฐกิจของประเทศไทยที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่คาดว่าจะขยายตัว 4-5% ในขณะที่ที่ตลาดหลักอย่างสหรัฐฯก็มีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน จึงทำให้มีการซื้อรถยนต์มีเพิ่มขึ้น

    “ปี 2558 คาดว่ายอดการผลิตรถยนต์ของอาเซียนจะเพิ่มขึ้นจากปี 2557 ประมาณ 5-7% มีมากกว่า 4 ล้านคัน แต่จะมีจำนวนที่แน่นอนยังประเมินไม่ได้จะต้องรอดูยอดรวมในปี 2557 ทั้งหมดก่อน” นางเพียงใจกล่าว

    ส่วนประเทศอินโดนีเซียที่ถือเป็นคู่แข่งสำคัญ ในปัจจุบันมียอดการผลิตประมาณ 50% ของยอดการผลิตของไทย และรัฐบาลก็มีแผนที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ขึ้นมาแข่งกับไทย โดยอาศัยความได้เปรียบของตลาดภายในประเทศที่มีขนาดใหญ่ แต่จากการประเมิน ขณะนี้ศักยภาพอุตสาหกรรมรถยนต์อินโดนีเซีย ยังตามหลังไทย 5-10 ปี และเป็นการผลิตเพื่อป้อนตลาดภายในประเทศเพียงอย่างเดียว ขณะที่ไทยกว่าครึ่งเป็นการผลิต เพื่อส่งออกไป ญี่ปุ่น และยุโรป ทำให้มีมาตรฐานและคุณภาพรถยนต์สูงในระดับโลก มีค่าการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำ และมีมาตรฐานเครื่องยนต์ระดับยูโร 4 และกำลังก้าวไปสู่ยูโร 5 ส่วนอินโดนีเซียอยู่ระดับยูโร 2

    ไทยก็ยังมีข้อได้เปรียบมากกว่าประเทศอื่น ซึ่งนอกจากจะเป็นคุณภาพการผลิตแล้ว ไทยยังได้ก้าวหน้าไปอีกขั้นในการส่งเสริมโครงการอีโคคาร์ 1 และ 2 ซึ่งโดยเฉพาะโครงการอีโคคาร์ 2 นี้ มีค่ายรถยนต์สนใจเข้าร่วมโครงการถึง 10 ค่าย และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ 9 ราย ซึ่งหากผู้ประกอบการเหล่านี้ผลิตรถยนต์ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้กับบีโอไอ ก็จะมียอดการผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้นถึง 1 ล้านคัน ซึ่งทำให้ไทยยังคงเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมรถยนต์ของอาเซียนอีกนาน

    นางเพียงใจ กล่าวว่าการปรับตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยในอนาคต ภาคเอกชนได้หารือกับรัฐบาลมีความเห็นตรงกันว่าก้าวต่อไปของอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า ควรจะหันไปสู่การพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นแนวทางอุตสาหกรรมรถยนต์ของโลก หากไทยเตรียมพร้อมในด้านนี้ ก็จะต่อยอดทำให้ไทยยังเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ได้อีกนาน

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

 
Share:

Related Articles

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020